บท
ตั้งค่า

๓ เรียกใช้เมื่อต้องการ (๓)

เอมไอรินทำเพียงแค่จ้องเขาแล้วยกยิ้มมุมปาก เหมือนจะยิ้มแต่แววตากลับเศร้าสร้อยจนร่างหนาเม้มปากแน่น ใจกระตุกกับสายตาของเธอที่สื่อความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนคำพูดได้อีกแล้ว

“หึ ค่ะ” ตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องของเขาเพื่อกลับห้องตัวเอง

แล้วเพียงแค่ได้ส่องกระจกก็ทำเอาเธอแทบกรีดร้อง...เขาทำให้เธอเป็นตุ๊กแกไปแล้ว!

ผ่านมากว่าสามวันที่ชายหนุ่มแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากทำงานในโรงบ่มไวน์แล้วก็แวะไปที่ไร่ส้ม ซึ่งช่วงนี้ก็เก็บผลผลิตตามฤดูกาล แต่ไร่ของเขาทำการเกษตรโดยไม่ได้พึ่งฤดูอย่างเดียว เขาพยายามทำให้ออกผลผลิตได้ตลอดปีเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงเวลา

ทว่าตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการทราบไม่ใช่เรื่องไร่กานต์เดชที่ทำให้เขาเติบโตมาจนจะเข้าสู่วัยเลขสาม แต่เขากำลังมองหาใครบางคนที่ไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็น ราวกับหล่อนรู้ว่าเขาจะไปที่ไหนก็พยายามเลี่ยงไม่ไปตรงนั้น

อย่างเมื่อวานที่ทราบว่าเอมไอรินไปทำงานไร่ข้าวโพดก็ตามไปดู คิดว่าจะไปคุมเธอทำงานสักหน่อยกลับไม่เห็นแม้แต่เงา ก่อนทราบว่าอีกฝ่ายไปทำงานที่ไร่ส้มแล้วจึงได้ตามไป ซึ่งคำตอบของคนงานก็เหมือนเดิมคือหล่อนย้ายไปทำงานที่รีสอร์ทแทน คล้ายว่าอีกฝ่ายต้องการหลบหน้ากัน

แล้วทำไมต้องเป็นเขาที่วิ่งตามฝ่ายเดียวด้วย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจไม่ตามแล้วก็เป็นฝ่ายให้เธอเข้ามาหาเอง

แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้!

“ไปไหนกันหมดล่ะ” เดินลงมาจากชั้นบนก็เห็นแม่บ้านที่นำอาหารทยอยเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ จึงอดไม่ได้จะมองซ้ายขวาเพื่อหาใครบางคนแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา จนต้องถามถึงเพียงแต่ไม่ได้ระบุว่าต้องการทราบความเคลื่อนไหวของใคร

“อยู่ในครัวค่ะ”

“สองสามวันนี้แม่ครัวคนเก่งหายไปไหน ไม่เห็นโผล่มาเลย” นั่งลงที่เก้าอี้ตัวประจำของตน เริ่มจิบกาแฟและขนมปังพลางเอ่ยถึงคนที่เขาไม่เห็นหน้ามาหลายวัน ไม่รู้ว่าหนีหน้ากันเพราะโกรธเรื่องที่เขาพูดวันนั้นหรือเปล่า

ปกติเห็นเป็นคนใจแข็งไม่เคยอ่อนไหวกับคำพูดของเขามาก่อนแม้จะร้ายกาจกับหล่อนเพียงใด แต่ทำไมคราวนี้ถึงอ่อนไหวง่ายนัก

“ใครเหรอคะ” ทำหน้าซื่อถามกลับแต่เหมือนจะไปกระตุ้นต่อมเขาจนชายหนุ่มนึกหงุดหงิด

“จิ๊ จะไปไหนก็ไป” ใช้ลิ้นดันเพดานปากแล้วส่งเสียงคล้ายรำคาญ โบกมือไล่ให้อีกฝ่ายออกจากห้องด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ทำเอาคนที่ต้องรองรับอารมณ์เจ้านายถึงกับไปไม่เป็น มองเขาแล้วค้อมศีรษะรับคำเสียงเบา

“ค่ะ”

รีบเข้าครัวรวดเร็วเพื่อจะได้รับประทานอาหารเช้าพร้อมกับแม่บ้านคนอื่น กระทั่งเอมไอรินที่สวมชุดเตรียมไปทำงานก็กินข้าวในห้องครัว ไม่อยากออกไปเจอหน้าของคนที่ด้อยค่าเธอ ยอมรับว่ารักแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บปวดเสียเมื่อไหร่

เสียตัวกลางคืนแล้วยังช่วยให้เขาตัวเบาตอนเช้า กลับได้รับการตอบแทนเป็นคำพูดทำร้ายจิตใจ...

ถ้าไม่ใช่เพราะรักตนคงไปจากที่นี่นานแล้ว ไม่อยู่ให้ช้ำใจเล่นหรอก

“คุณไตรเป็นอะไรไม่รู้ หงุดหงิดตลอดเวลาใครก็เข้าหน้าไม่ติด” คนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงกับส่ายหัวเมื่อต้องรองรับอารมณ์ของเจ้านาย นั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างกับร่างบางซึ่งกำลังรับประทานอาหารเพื่อที่จะได้มีแรงมำงานหนักทั้งวัน

เลี่ยงการพบเจอกับเจ้าของไร่แล้วดูเหมือนว่าเธอจะทำมันได้ดี ไม่เจอหน้าเขามาหลายวันก็พอจะให้ความโกรธปนน้อยใจคลายลงบ้าง

“ก็เป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ เขาเคยอารมณ์ดีด้วยเหรอไม่ยักรู้เลยค่ะ” ตอบกลับอีกฝ่ายพร้อมกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากโดยที่ป้าหัวหน้าแม่บ้านผู้ที่อยู่บ้านหลังนี้มานานพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงถามเอมไอรินเพราะดูเหมือนคนที่ทำให้เจ้านายของตนอารมณ์เสียคงไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอก

เป็นหล่อนเนี่ยแหละ...

“ไม่ออกไปกินข้าวกับคุณไตรหน่อยเหรอลูก” หล่อนรับฟังแต่เลือกจะส่ายหน้าแทบทันที

“ไม่ดีกว่าค่ะ เห็นหน้าเอมกลัวว่าเขาจะกินข้าวไม่ลงมากกว่า เรากินข้าวกันเถอะค่ะอย่าไปพูดเรื่องคนอื่นให้รำคาญใจเลย” พูดจบก็กินข้าวต่อจนหมดไม่ยอมออกไปร่วมโต๊ะกับเจ้าของบ้าน พออิ่มจึงเอาจานไปล้างแล้วเข้าไร่เพื่อทำงานในหน้าที่

ทำเอาคนที่เหลือนั่งมองหน้ากัน ก่อนคนอายุน้อยกว่าจะสะกิดเพราะอยากรู้ว่าเรื่องราวระหว่างเจ้านายกับเอมไอรินเป็นมาอย่างไรกันแน่

“สองคนนี้ทะเลาะกันเหรอป้า”

“มีตาก็ลองแหกดูสิ” พอคุณป้าพูดอย่างนั้นเพื่อตัดบทก็ทำเอาคนที่อยากรู้เรื่องถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ทำได้เพียงส่งเสียงอุทานในลำคอแล้วรับประทานอาหารในจานต่อไปจนหมด

“อ้าว...”

แม่บ้านยังคงรับประทานอาหารก่อนแยกย้ายกันไปทำความสะอาด ขณะที่เจ้าของไร่ก็ต้องเข้าโรงบ่มไวน์เพื่อชิมไวน์รสชาติใหม่ที่กำลังจะวางขายสู่ท้องตลาด ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่งานเอาแต่สนใจเรื่องของใครบางคนที่พยายามหนีหน้ากัน

คิดว่าจะหนีเขาได้ตลอดอย่างนั้นหรือ...

อยากเล่นแมวไล่จับหนูเขาก็จะลองเล่นด้วยก็ได้ แล้วมาดูผลลัพธ์กันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ

วันนี้หล่อนมาทำงานที่ไร่ส้มอีกเช่นเคยเพราะขาดคน หญิงสาวขยันขันแข็งในการเก็บผลผลิตเป็นอย่างมาก จนไม่ได้สนใจว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของใครบ้าง ช่วงนี้หล่อนใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพราะร่องรอยตามร่างกายที่เขาสร้างไว้ยังไม่หมดไป มันเพียงแค่จางลงเท่านั้น

“พี่ช่วยนะครับ ทำคนเดียวหนักแย่เลย” ความสวยของเอมไอรินเตะตาคนงานชายหลายคนแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเพราะทราบว่าหล่อนเป็นคนของนาย จะมีเพียงคนเดียวที่ไม่เชื่อคำพูดของคนอื่นเนื่องจากไม่เห็นว่าไตรเตชินจะประกาศสถานะกับหล่อน จึงยังพอคิดว่าตัวเองมีหวัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel