๓ เรียกใช้เมื่อต้องการ (๑)
๓
เรียกใช้เมื่อต้องการ
แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาภายในห้องที่เคยมืดมิดให้สว่างเพื่อปลุกคนหลับใหลตื่นจากห้วงนิทรา สองร่างบนเตียงกว้างยังไม่มีใครได้สติ โดยเฉพาะหญิงสาวที่โดนรังแกตลอดทั้งคืน ผิวขาวภายในร่มผ้าเต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบตามแต่ใจคนเมาจะต้องการแต่งแต้มให้เป็นสีสันตรงไหนบาง ยิ่งได้ยินเสียงครางของหล่อนดังแค่ไหนเขาก็ยิ่งทำรอยมากกว่าเดิมโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แขนเรียวพาดไปที่อกกว้าง โดยมีศีรษะมนนอนหนุนแขนของเขาอีกที เรือนกายเปลือยเปล่าของชายหญิงสัมผัสกัน ต่างมอบความอบอุ่นแก่กันและกันโดยที่ยังคงอยู่ในห้วงแห่งฝันหวาน กระทั่งแดดโลมเลียใบหน้าทั้งที่ปกติเขามักจะปิดม่านหนาให้ทึบแต่วันนี้กลับได้รับวิตามินดีจนเริ่มรู้สึกตัว ค่อยขยับร่างกายเล็กน้อยก่อนพบว่าแขนตัวเองหนักกว่าปกติเหมือนโดนทับไว้
ขณะเดียวกันหญิงสาวที่หลับสนิทก็เริ่มรู้สึกตัวจากการขยับของคนข้างกาย เธอยังนอนนิ่งแต่เปลือกตาค่อยเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
แน่นอนว่าเพดานไม่เหมือนห้องนอนด้านล่าง นั่นหมายความว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้นอนห้องตัวเอง ความทรงจำค่อยหลั่งใหลเข้ามาเหมือนน้ำหลากจนจำได้หมดทุกอย่างเพราะเธอไม่ได้เมา ยังมีสติครบถ้วนและยอมมอบกายให้แก่เจ้าของไร่ที่พูดบ่อยครั้งว่าเกลียดกัน
แต่เธอรักเขานี่น่า...
รักจนยอมหมดทุกอย่างเพื่อให้ได้หัวใจของชายหนุ่ม กระทั่งเอาตัวเข้าแลกก็ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่หันมามองกันสักที
ไม่รู้ทำไมความรักมันถึงได้ยากนักนะ...
ดวงตากลมค่อยเลื่อนมามองคนที่นอนข้างกัน พลิกกายนอนตะแคงเพื่อให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อยามตื่น เพิ่งเคยอยู่ในสภาพล่อแหลมเป็นครั้งแรก แทนที่จะอายเธอกลับแย้มยิ้มมีความสุขแล้วซุกกายเข้าหาอีกฝ่ายมากกว่าเดิม
ตอนแรกตนเป็นคนเริ่มแต่เพราะอ่อนประสบการณ์ทำให้ถูกเขาพลิกมานำแทน ซึ่งเธอไม่ได้สนใจว่าใครนำหรือตาม ดูเพียงแค่ผลลัพธ์ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราสองคนพัฒนามากกว่าพี่น้องหรือเจ้าหนี้ลูกหนี้แล้ว
“ตื่นแล้วก็ออกไปสักที” เพียงแค่เขาลืมตาตื่นแล้วหันมามองเธอก็ผงะทันที ทว่าไม่อาจลุกหนีไปไหนได้เพราะโดนหญิงสาวนอนทับไว้ จึงรีบบอกเสียงเข้มสีหน้าขึงขังแต่หล่อนกลับทำหน้ายียวนกลับพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกต่างหาก
กลายเป็นเขาที่ต้องรีบถอยห่างอย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่าหญิงสาวจะแพรวพราวขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อคืนดูไม่ค่อยเป็นงานเท่าไหร่จนตนต้องเริ่มเอง
หรือมันจะเป็นแผนของเอมไอรินให้เขาหลงกล...เจ้ามารยาเหลือเกิน!
“ออกไปไหนล่ะคะ ยังไม่ได้เรียกร้องให้พี่รับผิดชอบเลย...ทำแบบนี้เอมเสียหายนะ” ว่าแล้วก็ขยับเข้าไปใกล้เขามากกว่าเดิม ผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมกายเอาไว้ทั้งที่พวกเขาเปลือยเปล่าไม่ได้ช่วยให้ความอบอุ่นเลยสักนิด เขาเริ่มขนลุกทั้งยังรู้สึกคล้ายมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง คิดว่าถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ตนจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน
คงต้องรีบทำทุกอย่างเพื่อให้รอดพ้นจากปากเหวก่อน คิดดังนั้นก็ผละออกห่างจากเธอ ลุกนั่งบนเตียงพร้อมกับร่ายยาวเอาน้ำเสียงขึงขังกับตีหน้าเครียดเข้าข่ม อย่างไรหล่อนก็ต้องกลัวเขาบ้างล่ะ
“เสียหาย...คนที่เสียหายคือฉันต่างหาก เธอเป็นคนลากฉันขึ้นมาบนห้องแล้วแก้ผ้าขย่มฉันบนเตียง ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะเมาทั้งนั้นแหละ คิดว่าถ้าฉันสติดีจะยอมมีอะไรกับเธอเหรอ แค่หน้าเธอฉันยังไม่อยากมองเลย” คำพูดร้ายกายยังออกมาจากปากของไตรเตชินเหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปคือหล่อนที่พยายามไม่คล้อยตามหรือเสียใจกับประโยคเหล่านั้น
ตั้งใจไว้แล้วว่าเสียตัวให้เขาก็ต้องได้ความรักกลับคืนมา ต่อจากนี้ชายหนุ่มจะเจอเวอร์ชั่นตามตื้อของหล่อนหนักกว่าเก่าอย่างแน่นอน
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรับมือไหวหรือเปล่า...
“แล้วยังไงคะ เรื่องมันจะเริ่มจากตรงไหนมันไม่สำคัญเท่าพี่ล่วงเกินเอม” ลุกนั่งพลางกอดผ้าห่มเพื่อปกปิดร่างกายเอาไว้ เธอยังไม่ได้สังเกตว่าร่างกายของตัวเองมีรอยมากแค่ไหน แต่คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกลับเห็นตามเนินอกและไหปลาร้ามีรอยสีกุหลาบประทับไว้
แล้วเขาดันมองว่ามันสวยเมื่ออยู่บนร่างกายของหล่อน จนนึกอยากทำรอยเพิ่มและสิ่งนี้ต่างหากที่มันน่ากลัว
ความรู้สึกของเขามันกำลังจะไปไกลเกินควบคุมแล้ว เพราะฉะนั้นห้ามเผลอไปกับความเจ้าเล่ห์ร้อยเล่มเกวียนของหล่อนเป็นอันขาด
“เธอมาจูบฉันก่อน” กลายเป็นเธอที่ผิด เล่นเอาหญิงสาวเกือบหลุดหัวเราะออกมาเหมือนฟังเรื่องตลก แต่เธอกลับเลือกจะยกยิ้มพลางเอียงศีรษะเล็กน้อยจนผมยาวเลื่อนมาปิดไหล่ด้านซ้ายอย่างเชื่องช้า จนคนมองต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
ทำไมเขาถึงมองว่าเธอสวยมากขนาดนี้ได้ล่ะ...
ไม่ว่าจะหน้าตาหรือเส้นผมแม้แต่ร่างกายก็ตาม หญิงสาวดูสวยงามไปหมดทุกอย่าง เหมือนดอกไม้ที่ภายนอกสวยแต่กลับแฝงไปด้วยพิษร้ายแรง
เธอคือนิยามของดอกไม้ชนิดนั้น...
“พี่ผลักออกได้แต่พี่เลือกจะทำต่อ นั่นแสดงว่าพี่ก็ต้องการเอมเหมือนกัน อย่าปฏิเสธหัวใจตัวเองเลยค่ะ” นอกจากหญิงสาวจะจ้องเขาด้วยสายตาเย้ายวนเธอยังขยับเข้ามาใกล้โดยปล่อยให้ผ้าห่มร่วงลงไปกองที่เอว ก่อนรวบผมสีดำขลับมาปิดทรวงอกสองข้างเอาไว้ ทำให้เขาหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาบ้าง
ร่างสูงถึงกับพูดอะไรไม่ออกทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก สบตากับเธอเหมือนโดนมนต์สะกดไม่ให้มองทางอื่น เมื่อคืนมีน้ำเมาคุมสติเอาไว้ทั้งห้องก็ไม่ค่อยสว่างจึงไม่ได้มองเต็มตาเท่าไหร่ ต่างจากตอนนี้เห็นชัดแล้วรู้ว่าไฟหน้าของเธองดงามมากแค่ไหนแม้จะมีเส้นผมมาปิดบังก็ตาม
“พี่ก็ชอบใช่ไหม” มองตามสายตาของเขาที่แทบจะไม่ปิดบังว่าตกตะลึงกับร่างกายของเธอมากแค่ไหนแม้ว่าเมื่อคืนเราจะสนุกด้วยกันก็ตาม แต่สติเขาคงไม่เต็มร้อยจึงไม่ได้สังเกตโดยหล่อนไม่รู้เลยว่านอกจากรูปร่างที่ทำให้ไตรเตชินตกตะลึง ยังรวมถึงรอยที่เขาฝากเอาไว้ด้วย
