๒ เสนอตัว (๔)
ท้ายประโยคถามเหมือนรู้กันดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้เต็มไปด้วยความกังวล แต่หล่อนก็ย้ำกับอีกฝ่ายว่าจะไปแทน โดยไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองแอบชอบเจ้าหนี้ของพี่ชาย ยังคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้
‘พี่สบายดีไม่ต้องห่วงหรอก เรานั่นแหละสบายดีหรือเปล่า โดนรังแกไหม’ ความจริงก็เรียกว่าถูกรังแกได้ไม่ผิดไปจากนี้เท่าไหร่ เพียงแต่เธอยังคงรับมือกับเขาได้เป็นอย่างดี
เจอกันทุกวัน รับประทานอาหารร่วมโต๊ะบางมื้อ แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้เชิญก็เป็นหล่อนหน้าด้านเข้าไปเสนอตัวตลอด
แต่น่าเสียดายที่วันนี้เขาต้องออกไปงานแต่งของคนรู้จักข้างนอก จึงไม่ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ถึงจะเสียดายก็รู้ดีว่าแค่วันนี้วันเดียว อย่างไรวันอื่นก็ต้องได้เจอชายหนุ่มอยู่แล้ว เขาไม่มีทางหนีเธอพ้นหรอก รักครั้งนี้จะต้องคว้ามาให้ได้
ตั้งมั่นกับตัวเองเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย...
จะต้องไม่อกหักจากเขาซ้ำสองเป็นอันขาด
“สบายดี พี่อุ่นพักผ่อนไปเลย เรื่องทางนี้เชื่อมือเอมเถอะ” บอกเพื่อให้คนปลายสายมั่นใจ
รับรู้ว่าพี่สาวห่วงตัวเองจึงไม่อยากให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ เธอรับมือกับไตรเตชินได้ดีพอสมควร เขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้หรอก
แค่เย็นชากับต้องรับมือยามถูกคำพูดเจ็บปวดทิ่มแทงใจเท่านั้นเอง
พูดคุยกับพี่สาวจบก็วางสายแล้วเตรียมเข้านอนเพราะเนื่องมาทั้งวันจากงานที่ทำ เหนื่อยสายตัวแทบขาดแลกกับเงินเกือบสี่ร้อยบาทในแต่ละวันก็ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่า ยังดีที่เธอรับทำงานบัญชีช่วยเพื่อนพอให้มีรายได้เข้ามาอีกทาง หล่อนทำได้ทุกอย่างขอเพียงแค่ได้เงินเท่านั้น
เข้าสู่ห้วงนิทราไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ กลับต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกยามได้ยินเสียงเคาะประตู รีบลุกไปเปิดอย่างรวดเร็วก่อนพบเจ้าของบ้านมายืนโวยวายอยู่หน้าห้องของตัวเอง ท่าทีของเขาคล้ายคนสติไม่เต็มร้อย ทั้งยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งจนต้องขยับตัวออกห่าง
“เปิด เปิดแล้วเหรอ อึก” นอกจากหญิงสาวที่เปิดประตูออกมา
แม่บ้านคนอื่นที่ได้ยินเสียงดังก็ออกจากห้องมาดูเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างตกใจที่เห็นอาการของไตรเตชินไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่ ทราบว่าเขาคงดื่มอย่างหนักจากงานเลี้ยง ยังดีมีคนขับรถให้ไม่อยากคิดถ้าขับรถเองจะมีชีวิตกลับมาถึงบ้านหรือเปล่า
“ดึกแล้วนะคะ พี่ขึ้นห้องเถอะค่ะ”
เสนอทางเลือกที่ดีให้แก่คนเมา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจคำพูดของเธอ นอกจากพูดธุระตามอารมณ์ในตอนนี้
“ฉันไม่ชอบเธอ ไม่มีวันชอบเธอเป็นอันขาด จำเอาไว้ว่าไม่ ไม่ชอบ!” หน้าชากับคำพูดของอีกฝ่าย มือบางกำเข้าหากันแน่นจ้องดวงตาคมที่หรี่ลงพร้อมจะปิดได้ทุกเวลา ทราบดีว่าสติเขาลดลงกว่าปกติจากน้ำเมาที่ดื่มเข้าไป แต่ถึงกระนั้นความเสียใจก็ไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด
คนเมาจะพูดความจริง...ไม่รู้ว่าประโยคนี้ใช้ได้กับร่างสูงหรือเปล่า
ปากอวบอิ่มพยายามฝืนยิ้มเพราะรู้ว่าทุกคนกำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาสงสาร ตนไม่อยากเป็นคนน่าสงสารจึงเข้ามาประคองร่างหนารวดเร็วเพื่อพาอีกฝ่ายเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ให้เขาสร้างเรื่องให้หล่อนขายหน้ามากไปกว่านี้
“เดี๋ยวขอพาเขาขึ้นห้องก่อนนะคะ ทุกคนไปนอนเลยก็ได้ค่ะ” หันมายิ้มให้บรรดาแม่บ้านที่ทำหน้าเลิกลักแล้วยอมผงกศีรษะตามใจหล่อน พากันเข้าห้องเพื่อพักผ่อนเหลือเพียงคนเมากับสาวงามที่ยืนจ้องหน้ากันไม่วางตา รอยยิ้มของเอมไอรินเริ่มหายไป แทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยติดเย็นชาจนเขารู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ไม่รู้ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ แต่ร่างหนาก็ยังวางท่าเหมือนเดิม พร้อมกับย้ำความคิดของตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าสติสัมปชัญญะจะไม่เต็มร้อยก็ตาม
“อายหรือไงที่ฉันบอกคนอื่นว่าไม่ ไม่ชอบเธอ ก็ไม่ชอบ ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอไม่มีวันที่ฉันจะรักจำเอาไว้!”
สิ้นคำพูดของเขาคนเมาก็ถูกลากออกจากที่ตรงนั้น แรงก็ไม่ค่อยจะมีจึงขัดขืนไม่ได้ ยอมเดินตามร่างบางเข้าบ้านแล้วขึ้นบันไดเพื่อเข้าห้องนอนของตัวเอง
เธอโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ กำข้อมือหนาเอาไว้แน่นแล้วลากเขาเข้ามาในห้อง ปิดประตูเสียงดังจนเจ้าของบ้านถึงกับสะดุ้ง ก่อนผลักคนตัวสูงกว่าให้นอนลงบนเตียง จังหวะนี้เธอไม่คิดอะไรทั้งสิ้นนอกจากอยากทำให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่ตนรู้สึกบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่าคำพูดที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมาจะจริงแค่ไหน จะต้านทานเลยไหวหรือเปล่า
“เกลียดเอมมากใช่ไหม แล้วถ้าเอมเป็นเมียพี่ยังจะเกลียดอยู่หรือเปล่า...มาลองดูกันไหมล่ะ”
สายตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความท้าทาย คนเมาที่ไม่อาจไตร่ตรองได้ทันท่วงทีทำเพียงมองเรือนร่างสวยงามกำลังเปลื้องผ้าอยู่ตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับทรวดทรงราวนางอัปสร ผิวสวยเนียนละเอียดก่อนที่ชุดทั้งหมดจะกองลงบนพื้น
ลมหายใจคนที่นอนบนตียงติดขัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาจ้องมองเพียงเอมไอรินที่คลานเข่าขึ้นมาบนเตียงแล้วนั่งบนตัวเขา ไตรเตชินลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงราวกับจะเต้นออกมานอกอก แต่สิ่งที่น่าโมโหคือความต้องการของเขา ความเป็นช้าเริ่มปวดหนึบยิ่งได้เสียดสีกับบั้นท้ายงามภาพจินตนาการก็ยิ่งไปไกล
หายเมาเป็นปลิดทิ้งทำได้เพียงแค่จ้องอกอวบไม่วางตา โดยเฉพาะปทุมถันที่ชูชันแม้จะยังไม่ถูกแตะต้องก็ตาม ไม่คิดว่าภายใต้เสื้อผ้ามิดชิดที่เธอสวมใส่ จะซ่อนร่างกายที่งดงามเอาไว้ สมองสั่งให้ขัดขืนแต่เหมือนความต้องการภายในจะเป็นไปในทางตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
ยามที่ใบหน้าหวานเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็สั่งตัวเองให้ขยับหน้าหันหนี แต่ความจริงเขากลับทำเพียงหลับตาพริ้มเพื่อรอจุมพิตจากเธอ ความหวานที่ได้สัมผัส ผิวขาวเนียนยามจับต้องทำให้สติของเขาเลื่อนลอยยิ่งกว่าเดิม หล่อนเป็นฝ่ายเริ่มแต่เหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่หลงมัวมาในสัมผัสมากกว่า
ปากอวบอิ่มที่ทำเพียงแค่แช่ค้างเอาไว้อย่างเงอะงะ แม้จะนั่งบนตัวของเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหว กลับแข็งทื่อเป็นหินไม่ได้เก่งอย่างที่ปากพูดไว้เลยสักนิด กลับกลายเป็นเขาเองที่ไม่สามารถทานทนไหวอีกต่อไป หายเมาเป็นปลิดทิ้งจึงใช้แรงดันเธอให้เป็นฝ่ายนอนลงเสียเอง
“ทำไม่เป็นก็นอนไป ฉันจะทำเอง” พูดจบก็ถอดเสื้อของตัวเองออก เผยให้เห็นหุ่นล้ำที่ตั้งใจปั้นอย่างดี
ก่อนมือจะเลื่อนมาปลดกางเกงแล้วถอดออกในรวดเดียวพร้อมบ็อกเซอร์ ร่างกายกำยำกับความแข็งขืนจึงปรากฎต่อสายตาของเธอ สร้างความตกใจแก่คนที่นอนเปลือยอยู่ใต้ร่างเป็นอย่างมาก
ตอนที่พูดและเป็นฝ่ายผลักเขาลงบนเตียงก็คิดว่าตัวเองจะเก่ง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอทำอะไรเองไม่เป็นสักอย่าง
ริมฝีปากที่เคยเอื้อนเอ่ยวาจาร้ายกาจกำลังก้มลงปิดเสียงของหล่อน กลืนน้ำลายตัวเองจากที่เคยตั้งใจจะไม่แตะต้องเธอ กลับถูกดึงอารมณ์ให้คล้อยตามจนสุดท้ายไม่สามารถต้านทานได้ รวบหัวรวบหางในคราวเดียวโดยไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจ
โยนความผิดทุกอย่างให้แอลกอฮอล์และหล่อนที่จงใจยั่วกัน ทิ้งเหตุผลและคำพูดที่เคยเอ่ยในอดีต ตั้งใจรับประทานอาหารอันโอชะบนเตียงนุ่มของตัวเองกับยามค่ำคืนที่แสนยาวนาน แต่ดูเหมือนว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มสักที
ดวงดาราเคลื่อนไปเรื่อยตามกาลเวลา ขณะเดียวกันสองร่างก็กอดเกี่ยวกันไม่ปล่อย จวบจนความเหนื่อยพรากเอาสติสัมปชัญญะทำให้หลับใหลไปในที่สุด
