บท
ตั้งค่า

๒ เสนอตัว (๓)

ห่างหายจากการถูกทักทายเช่นนี้ไปนานพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นมารดาที่มักพูดยามเขากลับมาอยู่บ้านช่วงวันหยุดที่โรงเรียนปล่อยให้นักเรียนกลับบ้านตัวเอง เมื่อก่อนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้พิเศษอะไร

กระทั่งวันที่ท่านจากไปแล้วทั้งบ้านเหลือเพียงเขา ไตรเตชินจึงรู้ว่าโหยหาคำว่าครอบครัวมากเพียงใด จนคิดอยากสร้างครอบครัวของตัวเอง...

“อือ” นึกแปลกใจกับการตอบรับของเขาพอสมควร คิดว่าจะถูกมองด้วยหางตาหรือสายตาเมินเฉยเสียอีก ไม่รู้สามารถคิดเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่าว่าชายหนุ่มกำลังใจอ่อนให้กัน

“เป็นยังไงบ้างคะ คิดถึงเอมบ้างหรือเปล่า” เขาเดินนำไปยังห้องอาหารเพราะตอนนี้ก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็นแล้ว

“ไม่” ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้เท่าไหร่ เธอจึงไม่ได้เสียใจกับคำตอบ

“แต่เอมคิดถึงพี่มากเลยนะคะ พอได้เห็นหน้าค่อยชื่นใจหายคิดถึงหน่อย อย่าไปไหนอีกนะ...หรือถ้าจะไปก็พาเอมไปด้วยสิคะ” ขยับเข้ามาใกล้เขาพร้อมเอ่ยคำหวานที่ชวนให้คนฟังขนลุกจนต้องรีบตัดบทรวดเร็ว

“ฉันไม่มีวันพาเธอออกไปข้างนอก แล้วฉันก็จะไม่ให้เธอได้อยู่ที่นี่นานนักหรอก คนของฉันกำลังตามสืบเรื่องพี่สาวของเธอ อีกไม่นานฉันก็จะรู้ว่าอุ่นอยู่ไหนแล้วเธอก็ต้องออกไปจากที่นี่สักที” พูดจบก็เดินเข้ามานั่งในครัวประจำเก้าอี้ของตัวเอง ปล่อยหล่อนมองตามแล้วยิ้มขมขื่น

ทราบถึงธุระสำคัญของเขาแล้วว่าเพื่อตามหาพี่สาวของตัวเอง ส่วนเธอก็เป็นแค่ตัวแทนชั่วคราวที่เขาไม่ได้ต้องการ แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารแม้ว่าจะไม่ได้ถูกเชิญก็ตาม จนเจ้าของบ้านมองอย่างไม่ชอบใจ

“เข้ามาทำไม”

“หิวแล้ว ทำงานเหนื่อยขนาดนี้ขอรางวัลเป็นนั่งมองหน้าพี่ทั้งวันไม่ได้เหรอ” ยกแขนขึ้นเท้าคางแล้วมองหน้าเขาแววตาหวานเยิ้ม เจ้าของบ้านเห็นเช่นนั้นก็หงุดหงิดปนใจสั่นอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ไม่ควรเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นเลยด้วยซ้ำ จึงแสร้งทำเป็นเสียงเข้มไล่เธอออกจากห้อง

“ฉันไม่อนุญาต ออกไปได้แล้วไม่อยากเห็นหน้า” กดเสียงให้ทุ้มต่ำแล้วยังมองเธอนิ่งจนหญิงสาวรู้ดีว่าไม่ควรเล่นมากกว่านี้ จึงยอมพยักหน้าทำตามคำสั่ง แค่เห็นเขากลับมาอยู่บ้านก็ทำให้เธอมีความสุขมากแล้ว

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” ก่อนออกไปก็ไม่วายขยิบตาโปรยเสน่ห์ใส่อีกฝ่าย เดินนวยนาดออกจากห้องอาหารทิ้งคนตัวหนาเอาไว้เพียงลำพังพร้อมกับความรู้สึกปั่นป่วนที่นึกแปลกใจกับตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้

คงไม่ได้หวั่นไหวไปกับสายตาหวานของเธอหรอกนะ...

“ไม่ๆ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด” บอกตัวเองอยู่อย่างนั้นพอดีกับที่อาหารทยอยเข้ามาเสิร์ฟ เขาจึงหยุดคิดแล้วเริ่มลงมือกินข้าวอย่างรวดเร็ว พออิ่มท้องก็ออกไปตรวจงานกับผู้จัดการไร่ซึ่งคอยรายงานเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังเสมอ

ฟ้ามืดครึ้มกับลมที่พัดเย็นสบายทำให้เดินทอดน่องกลับเข้าบ้าน แต่แล้วกลับต้องชะงักฝีเท้าเมื่อพบใครบางคนสวมชุดนอนตัวบางกำลังยืนตากผ้าอยู่ข้างบ้าน หล่อนอาจไม่ได้สังเกตเห็นเขาแต่ไตรเตชินเห็นเธอชัดเจนจากแสงไฟที่ส่องให้คนตัวขาวเหมือนเรืองแสงได้

ไม่รู้ว่าสวมชุดล่อเสือล่อตะเข้ที่ไหน แต่คนเห็นถึงกับกำมือแน่นพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่พวยพุ่งขึ้นมาในทันที เรือนร่างงดงามภายใต้ชุดพลิ้วไหวไปกับสายลม ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลันหัวใจเต้นแรงขึ้นจนต้องผินมองทางอื่น รีบก้าวเท้ารวดเร็วออกจากตรงนั้นแม้ว่าในหัวจะบันทึกภาพของหล่อนเอาไว้แล้วก็ตาม

เดินเข้ามาในบ้านก็รีบเข้าห้องน้ำเพื่อล้างเนื้อตัวทันที แต่เพียงแค่มือปัดผ่านความเป็นชายภาพของเธอก็โผล่เข้ามาในจินตนาการ เร็วเท่าความคิดมือทั้งสองกอบกุมแท่งเนื้ออุ่นเอาไว้ ซึ่งตอนนี้มันขยายตัวใหญ่จนกำได้รอบ เคยชินกับการปลดปล่อยความต้องการแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่คิดถึงใบหน้าสวยของคนที่ตัวเองบอกเต็มปากว่าเกลียด

กลับกลายเป็นตอนนี้ที่เขาครางเสียงดังในห้องน้ำ แล้วเอ่ยชื่อของหล่อนโดยไม่รู้ตัว “อ่า เอม อ่ะ แน่น แน่นมาก” จินตนาการยามร่วมรักแม้รู้ว่าไม่ควรก็ตาม เพียงแค่คิดว่าได้ฉีกชุดนอนตัวบางของเธอแล้วกดหญิงสาวให้นอนบนเตียงอยู่ใต้ร่างก็เจียนจะคลั่งแล้ว

“ใกล้ ใกล้แล้ว ใกล้จะเสร็จแล้วเอม อ่า!” น้ำสีขุ่นพุ่งออกมาโดนผนังห้องน้ำพร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็งก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด หยิบฝักบัวมาราดตรงที่เปื้อนแล้วทุบกำปั้นระบายความอึดอัดในอกซึ่งเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกเช่นไร

ทำไมถึงเผลอช่วยตัวเองโดยใช้ชื่อเธอ แล้วมีภาพของเอมไอรินในหัวอีกต่างหาก ทั้งที่มันควรเป็นอนามิกาไม่ใช่เหรอ

“โธ่เว้ย!” ตะโกนระบายความอึดอัดในอก ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมจึงเป็นเช่นนี้

หล่อนทำอะไรกับเขา ทำไมถึงไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้!

การทำงานของเธอในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ยากเท่าไหร่ เริ่มปรับตัวชินก็สบายขึ้นกว่าสัปดาห์แรกค่อนข้างเยอะ อีกอย่างพี่ที่ทำงานด้วยกันก็คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ เธอจึงไปทำงานด้วยรอยยิ้มแทบทุกวัน

นอกจากเรื่องงานที่ทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง งานไร่งานรีสอร์ทหรือกระทั่งงานครัวก็มีงานหยอดคำหวานให้เจ้าของไร่เนี่ยแหละที่เธอทำประจำไม่เคยลืมสักครั้ง แต่เขาก็ยังเฉยชาอยู่เหมือนเดิมจนนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายจะยอมใจอ่อนให้กันเมื่อไหร่

จีบจนท้อไปหมดแล้ว...

“สบายดีนะ มีความสุขหรือเปล่า...แน่ใจใช่ไหม” กลับจากงานที่ไร่ก็มาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอดีได้รับสายจากพี่สาวที่หนีออกจากบ้านพร้อมแฟนหนุ่มโดยมีเธอคอยให้ความช่วยเหลือจึงได้ถามย้ำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายมีความสุขดีหรือเปล่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel