๑ แม้ว่าเธอจะไม่มองกัน (๓)
ไตรเตชินมาหาเธอถึงหน้าห้อง...อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“คิดถึงเอมเหรอคะ” หยอดคำหวานใส่เขาจนร่างหนาต้องส่ายหัวระอา
“หึ คิดอย่างนั้นเหรอ...ฉันกำลังจะใช้ร่างกายของเธอต่างหาก” จบคำพูดก็คว้าแขนเรียวแล้วดึงให้เดินตามอย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวถลาตามแรงแล้วต้องรีบก้าวเท้าให้ยาวเพื่อจะได้ตามชายหนุ่มทัน
เขาเดินเร็วมากทำเอาหล่อนต้องรีบบอกอย่างรวดเร็ว กลัวว่าตัวเองจะล้มหน้าคะมำเสียก่อน “ช้าหน่อยได้ไหมพี่ไตร เดินตามไม่ทันนะ” น้ำเสียงอ้อนวอนไม่ได้ทำให้เขาเห็นใจเลยสักนิด กลับเลือกจะพาเธอเดินมายังไร่ส้มที่ห่างจากตัวบ้านเกือบเจ็ดร้อยเมตร
สำหรับเขาอาจจะเดิน แต่ของเธอเรียกว่าวิ่งดีกว่า เมื่อถึงที่หมายแขนก็ถูกปล่อยทันที หล่อนทรุดกายลงนั่งพลางหอบหายใจถี่ เช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาตามกรอบหน้า ก่อนเงยมองร่างหนาที่กำลังทำเหมือนอยากกลั่นแกล้ง
“น้ำหน่อยค่ะ” พยายามจะขอน้ำดื่มจากเขาเพราะเริ่มกระหาย กลับถูกอีกฝ่ายปฏิเสธรวดเร็ว
“ฉันจะให้เธอดื่มน้ำก็ต่อเมื่อขนตะกร้าส้มขึ้นไปไว้บนรถ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องแตะ” ยืนกอดอกสั่งด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถกลั่นแกล้งหล่อนได้ แล้วเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องอ้อนวอนร้องขอความเมตตาเป็นแน่
เขาให้ไม่เกินสามวันเธอต้องเผ่นแน่บออกจากไร่แทบไม่ทัน คนอย่างเอมไอรินไม่มีทางทนงานหนักได้เป็นแน่ ยิ้มกระหยิ่มอย่างถือชัยชนะเอาไว้ในมือ แต่แล้วรอยยิ้มกลับเลือนหายไปเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มเดินเข้าไปหาคนงาน ช่วยขนตะกร้าส้มที่หนักกว่าหกสิบกิโลกรัม แค่ตะกร้าอย่างเดียวก็ปาไปเกือบสิบกิโลกรัมแล้วรวมผลส้มอีก
กลายเป็นว่าเขามองเธอช่วยคนงานขนผลผลิตขึ้นรถไม่อิดออดเลยสักนิด ราวกับว่าทำงานหนักเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง กลายเป็นเบิกตามองอยู่อย่างนั้นหลายนาทีกระทั่งเธอขนของเสร็จ
หล่อนทำได้...
“ไหนน้ำเอมล่ะ” เดินเข้ามาทวงน้ำเปล่าที่เคยขอ เขาเห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าตึงเพราะตัวเองไม่ได้เตรียมเอาไว้ คิดว่าเธอไม่มีทางขนผลส้มหนักหลายสิบกิโลได้เป็นอันขาด แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าหญิงสาวทำได้แล้วดูเหมือนจะทำได้ดีเสียด้วย
“ไม่มี” ตอบไปตามความจริง แม้ว่าจะกลัวเสียหน้าก็ตาม แต่ในเมื่อไม่มีก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องหาจากไหน
“ถ้าไม่มีน้ำเปล่า...คืนนี้ขอไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยนะคะพี่ไตร” นอกจากเอ่ยเสียงหวานยังขยับเข้ามาใกล้อีกต่างหาก จนเขาต้องถอยหนีแล้วชักสีหน้าใส่อีกฝ่าย ไม่ว่าจะทางไหนก็เหมือนว่าเขาจะพ่ายแพ้ให้หล่อนตลอด
เจอกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงโดนเอมไอรินเล่นงานไม่หยุด จนต้องคิดหาวิธีเพื่อเอาคืนเธอบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวจะมีวิธีใดมาแก้เกม
“ได้ อยากไปก็ไปสิ” เพียงแค่ได้ยินคำตอบตกลงก็ทำให้คนฟังลิงโลด สิ่งที่เธอทำคือเขย่งปลายเท้าเพื่อจุมพิตคางสากโดยร่างหนาไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วผลักเธอออกรวดเร็ว หันไปทางคนงานก็เห็นว่าทุกคนกำลังยืนยิ้มเหมือนกำลังล้อเลียนก็หัวเสียมากกว่าเดิม
“ทำบ้าอะไร” กัดฟันถามเสียงเข้ม พยายามไม่ให้ดังจนคนอื่นได้ยิน
“ขอบคุณไงคะ เอมกำลังขอบคุณที่พี่ไตรยอมให้เอมกินข้าวเย็นด้วย ไม่อย่างนั้นเอมคงต้องกินข้าวคนเดียวแบบเหงาหงอยไม่มีคนคุยด้วยแน่เลย” รู้ดีว่าเป็นเพียงการแสดงของหล่อนเท่านั้น ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ทำให้เกลียดคนตรงหน้ามากกว่าเดิม
ผู้หญิงอะไรช่างไม่มีคุณสมบัติของการเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย เขาไม่มีทางเอามาเป็นแม่ของลูกอย่างเด็ดขาด
“รีบกลับจะได้ไปกินข้าว” ตัดความรำคาญด้วยการเดินนำเพื่อกลับบ้าน ก่อนเหลียวมองเธอที่ยิ้มมีความสุขแล้วเดินตามอย่างทุลักทุเล เขาเห็นก็เข้าไปคว้าแขนเรียวแล้วดึงให้เดินตาม จนเธอสับเท้าตามเขาแทบไม่ทัน รู้ทันทีว่าชายหนุ่มต้องการกลั่นแกล้งกัน
แต่ตอนนี้มีความสุขเพราะเห็นว่ามือของเขากำรอบแขนของเธอ...
ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็เหมือนว่าจะรักชายหนุ่มมากกว่าเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ไม่อยากผิดหวังอีกต่อไปแล้ว
ลองคว้าความรักมาสักครั้ง...
“มองอะไร” ระหว่างเดินเข้ามาในตัวบ้านเขายังไม่ยอมปล่อยหล่อนเป็นอิสระ พอหันมามองคนตัวเล็กกว่าก็เห็นอีกฝ่ายแอบยกยิ้มเหมือนกำลังพึงพอใจบางอย่าง ทั้งยังมองไปยังมือหนาจนร่างสูงต้องรีบปล่อยหล่อนเป็นอิสระ
คำถามของเขาตรงไปตรงมา แล้วเธอก็เต็มใจจะตอบไปตามตรงเช่นเดียวกัน “มือพี่ใหญ่มากเลยค่ะ เรามาลองวัดขนาดมือกันไหม...จะได้รู้ว่าต่างกันแค่ไหน” ไม่รู้ว่าหญิงสาวต้องการอะไรแต่เขารีบผละออกห่างทันที
“ไม่!” พูดจบก็เดินขึ้นบนบ้าน ปล่อยร่างบางมองตามแล้วยิ้มมีความสุข เดินเข้าครัวเพื่อไปดื่มน้ำดับกระหาย แล้วทักทายแม่ครัวที่กำลังทำอาหารเย็นสำหรับเจ้านาย เธอคุยกับทุกคนพลางแนะนำตัวให้ผู้ใหญ่เอ็นดูตัวเอง ทั้งยังช่วยทำอาหารบางเมนูที่พอทำเป็นบ้าง
เหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าใกล้เวลาอาหารเย็นก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ห้องนอนของเธอไม่ได้มีห้องน้ำในตัว เป็นการใช้ห้องน้ำส่วนรวมที่ทำความสะอาดเป็นอย่างดี รีบทำเวลากลัวว่าเขาอาจจะรอนาน สวมเดรสสีขาวยาวเลยเข่าลงมาเล็กน้อย ผมมัดรวบเป็นมวยพร้อมกับทาแป้งทาปากเพิ่มสีสัน มองตัวเองในกระจกแล้วชมไม่หยุดว่าสวยเป็นอย่างมาก
เพียงแค่นี้ก็คงทำให้เจ้าของไร่ตะลึงได้ไม่ยาก คิดได้อย่างนั้นก็ยิ้มมีความสุขก่อนเดินออกจากห้องพักของตัวเอง
ความจริงเธอก็เหนื่อยจากการขนส้มขึ้นรถ แต่ไม่อยากแสดงออกให้เขาเห็น ยอมรับว่าตนเองก็ไม่อยากพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน ไตรเตชินคงคาดไม่ถึงว่าหล่อนจะเก่งขนาดนี้ เขาอาจกำลังหาวิธีไล่กันออกจากไร่ จึงต้องเตรียมรับมืออีกฝ่ายตลอดเวลา
“รอนานไหมคะ” มาถึงห้องอาหารก็เห็นคนตัวสูงนั่งกอดอกรออยู่แล้ว พอมองนาฬิกาเห็นว่าตัวเองไม่ได้มาสายก็พรูลมหายใจโล่งอก เลื่อนเก้าอี้เพื่อนั่งเยื้องกับเขา โดยส่งสายตาหวานให้อีกฝ่ายเหมือนเดิมจนเขานึกหงุดหงิดที่ต้องร่วมโต๊ะกับหล่อน
“รีบกิน อย่าลืมว่าพรุ่งนี้เธอต้องตื่นเช้าไปทำงาน...รู้หรือเปล่าว่างานไร่มันไม่ได้สบายเหมือนงานบนเตียงหรอกนะ” อาหารทยอยมาเสิร์ฟแล้วเขาก็พูดเพื่อตัดกำลังใจแต่เหมือนว่าจะไม่ส่งผลต่อเอมไอรินเลยสักนิด เพราะเธอเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อรับมือกับเขาโดยเฉพาะ
เพราะรู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้ชอบตนเป็นทุนเดิม ทั้งยังเกลียดอีกต่างหาก จึงเลือกจะปัดคำพูดเหล่านั้นของเขาทิ้ง ไม่เอามาบั่นทอนจิตใจ
แต่ก็รู้ดีว่าเมินเฉยไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังคงน้อยใจกับการที่เขาดูถูกตนเหมือนเดิม...
“ค่ะ เอมรู้ว่างานไร่ไม่ได้ง่ายเหมือนงานบนเตียง ถ้าพี่ไตรเปลี่ยนใจอยากใช้บริการงานบนเตียงก็บอกเอมได้ทันทีเลยนะ เต็มใจทำให้อย่างยิ่งค่ะ” พูดจบก็หยิบน้ำขึ้นจิบก่อนเริ่มรับประทานอาหาร ไม่ได้สนใจว่าเขาจะตอบกลับมาว่าอย่างไร แต่ตอนนี้เธอมีความสุขที่ได้อยู่กับอีกฝ่าย
