บท
ตั้งค่า

๑ แม้ว่าเธอจะไม่มองกัน (๒)

“คนที่ฉันชอบและต้องการคือพี่สาวของเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงินตามตื้อผู้ชายไม่เลิกจนน่ารำคาญแบบเธอ หัดเอาตัวอย่างของพี่สาวบ้างสิ จะได้ไม่ต้องถูกปฏิเสธแบบนี้” ทุกประโยคที่เขาเอ่ยเหมือนจี้ใจดำจนเธอน้ำตาคลอเบ้าแต่ยังคงยิ้มให้ชายหนุ่มเหมือนเดิม

อนามิกามีแต่คนรักและเอ็นดู ส่วนเธอที่เป็นลูกของผู้หญิงมาทีหลังกลับไม่ค่อยได้รับความรักเท่าไหร่ อาจเพราะไม่สวยเท่าพี่หรือไม่เก่งเท่าอีกฝ่าย จึงเป็นแค่คนที่ถูกมองข้ามแสนจืดจางในสายตาคนในครอบครัว แต่กระนั้นสองพี่น้องก็ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง กลับรักใคร่กลมเกลียวมีเพียงคนนอกที่สร้างปมให้กับหล่อน

“ถึงพี่ไตรจะชอบพี่อุ่นมากแค่ไหน แต่ตอนนี้พี่อุ่นก็หนีไปกับแฟนแล้ว ยังไงเอมก็ต้องมาเป็นตัวขัดดอกให้พี่อยู่ดี จะจับจะลูบหรือคลำตรงไหนก็แล้วแต่พี่เลยนะ เอมยอมหมดทุกอย่างเลยขอแค่เป็นพี่ไตร...” พูดกับหล่อนเพียงไม่นานเหมือนดูดพลังงานชีวิตไปแล้วทั้งปี ถึงกับต้องปล่อยมือบางออกแล้วพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่าย ยกมือนวดขมับก่อนกำแน่นระงับอารมณ์โกรธของตัวเองสุดความสามารถ

ยิ่งมองเห็นหล่อนยิ้มก็ยิ่งตีตะกอนที่นอนนิ่งให้ขุ่นมัว คิดหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นแวววาว

เมื่อเธอเอาตัวมาเสนอ เขาก็จะสนองให้ถึงใจเอง...

งานไร่มีมากมายให้ทำเชื่อว่าหล่อนคงไม่สามารถทำได้หรอก ผู้หญิงรักสบายอย่างเอมไอรินต้องยอมแพ้แล้วถอนตัวอย่างแน่นอน

คนที่ผิดคำพูดต้องไม่ใช่เขา!

“ถ้าอย่างนั้นฉันใช้ตัวเธอได้ใช่ไหม” ก้าวเข้ามาใกล้พลางลูบตามแขนเรียว เธอเห็นอย่างนั้นก็นึกกังวลเพราะสายตาของเขาดูเจ้าเล่ห์เกินไป

ไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่...

แต่เมื่อเดินเข้าถ้ำเสือแล้วก็ไม่อาจหันหลังกลับไปได้ จึงฉีกยิ้มกว้างเพื่อเป็นการยืนยันถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญในตอนนี้

“ค่ะ ใช้ได้หมดเลยนะ” ไม่ปล่อยให้หล่อนได้คิดฝันไปไกล เขาก็ตะโกนเสียงดัง

“เจียว เจียว!” เรียกแม่บ้านที่คุ้นเคยจนอีกฝ่ายต้องวิ่งออกมารับคำสั่งรวดเร็ว กลัวว่าช้าไม่ทันใจเจ้านายตัวเองอาจโดนหางเลข ยิ่งเห็นใบหน้าคมเคร่งขรึมก็ทราบได้ทันทีว่าคงมีเรื่องเป็นแน่ ไม่กล้าจะเหลือบไปมองร่างบางที่ยืนมองเขาด้วยแววตาสับสนงุนงง

“ค่ะคุณไตร” รับคำแล้วยืนรอฟังคำสั่ง

“นี่เอม...คนงานใหม่ของไร่ ช่วยพาไปนอนที่ห้องด้านหลังแล้วก็สอนงานในไร่ทั้งหมด ไม่ว่าจะไร่องุ่น ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อยหรือไร่ส้มก็ต้องสอนให้ทำจนเก่ง เสาร์อาทิตย์พาไปช่วยงานที่รีสอร์ทด้วย ถ้าจะให้ดีก็พาไปช่วยโรงบ่มไวน์อีกที่ เจ็ดวันอย่าให้ว่างเป็นอันขาด” คำสั่งยาวเหยียดจนแม้แต่เจ้าตัวยังหายใจแทบไม่ทัน

พูดจบก็หันมามองหล่อนที่นิ่งค้างไปแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะใช้ไม้นี้กับตน

สงสัยไตรเตชินคงไม่รู้เสียแล้วว่าคนอย่างเอมไอรินทำงานมาเยอะแค่ไหน ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยหล่อนหางานพิเศษทำเป็นว่าเล่น จบออกมาก็ทำงานหลักอย่างการแปลเอกสารภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับรับงานพาร์ทไทม์ยามว่างเพื่อหาเงินช่วยจุนเจือครอบครัวเพราะต้องใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลให้บิดาที่ป่วย

ตอนนี้ท่านจากไปไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน เหลือเพียงพวกตนที่ต้องใช้หนี้กันต่อ แล้วหล่อนก็เลือกจะมาเป็นตัวขัดดอกทันทีที่ทราบว่าเจ้าหนี้เป็นใคร

อยากไล่กันออกจากไร่สินะ แต่เธอจะไม่ยอมออกไปไหนเป็นอันขาด งานหนักไม่เคยกลัวอยู่แล้วเพราะเอมไอรินผู้นี้ทำได้หมดทุกอย่าง

“ค่ะคุณไตร” แม่บ้านรับคำแล้วหันมามองหญิงหน้าตาสะสวย ไม่ทราบว่าหล่อนเป็นใครรู้เพียงน่าจะสำคัญกับเจ้านายเพราะถึงขั้นให้พามาบ้านทั้งที่ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเหยียบย่างเข้ามาก่อน

แต่เห็นหน้าก็ไม่แปลกใจ สวยหยาดเยิ้มปานนางงามขนาดนี้ใครบ้างจะอดใจไหว...

น่าแปลกทำไมถึงใช้งานหนักยิ่งกว่าพวกตนที่เป็นแม่ครัวเสียอีก ยังคงสงสัยก่อนจะพาร่างบางเดินไปดูห้องพักด้านหลังสำหรับแม่บ้าน

“คุณเอมนอนห้องนี้นะคะ อาจจะเล็กหน่อยแต่ว่าเห็นวิวไร่ชัดสุดเลยค่ะ” แนะนำตัวกันเรียบร้อยจึงได้เรียกชื่อของอีกฝ่าย ผายมือเข้ามาในห้องขนาดเล็กที่มีเตียงตั้งติดผนัง ตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก โต๊ะเครื่องแป้งสำหรับผู้หญิงและโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมพัดลม

ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน...

ที่สำคัญคือหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกไปรับลมเย็นและเห็นวิวสวนได้ชัดเจน จนเธอเผลอยิ้มชอบใจกับห้องที่ตัวเองอาศัย ไม่ได้เรื่องมากหรือเรียกร้องอะไรเลยสักนิด

“ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะพี่เจียว เรียกเอมดีกว่า...ต่อจากนี้ฝากด้วยนะคะ” วางกระเป๋าของตัวเองลงบนพื้นพร้อมกับรีบฝากเนื้อฝากตัวให้คนในบ้านเอ็นดู เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องหาพรรคพวกเพื่อสู้กับเจ้าของบ้านสักหน่อย เธอไม่มีทางอยู่แบบหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างแน่นอน

“โอเคจ้ะ พักผ่อนได้เลยนะ...จะกินข้าวเย็นก็มาหาพวกพี่ด้านหลังได้”

“ค่ะ” พยักหน้ารับคำแล้วเดินไปปิดประตูเมื่ออีกฝ่ายออกไป

ทรุดกายนั่งลงบนเตียงพลางถอนหายใจไล่ความเหนื่อย ผ่านไปไม่ถึงสามสิบนาทีแต่เหมือนว่าเธอใช้พลังงานทั้งหมดของปีไปแล้ว ต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองพอสมควรว่าควรหยุดแค่นี้หรือไปต่อให้สุด แต่เมื่อเห็นหน้าเขาก็รู้ทันทีว่าอยากลองดูสักครั้ง

ชายหนุ่มคงไม่ทราบว่าได้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนนี้เอาไว้จากพวกที่ชอบแซวสมัยหล่อนอยู่มัธยมต้น แล้วเขาน่าจะอยู่มอปลายกลับบ้านช่วงปิดเทอม มันอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแต่สำหรับตอนนั้นที่เธอแทบจะร้องไห้จากการถูกล้อเลียน กลับมีอัศวินเข้ามาช่วยถือเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก

เธอเปลี่ยนไปมากจากเด็กหญิงตัวอ้วนผมยุ่งเหยิง กลายเป็นสาวสวยหุ่นเพรียวได้ ไม่แปลกที่เขาจำกันไม่ได้

คงลืมเรื่องของเธอไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงหล่อนที่ยังจำเรื่องเขาได้ขึ้นใจ

“สู้หน่อยเอม อย่ายอมแพ้เด็ดขาด” ปลุกกำลังใจให้ตัวเองแล้วเลือกจะจัดของใส่ตู้เสื้อผ้า ยังดีที่มีชุดสำหรับไปไร่เพราะอย่างไรก็คิดจะช่วยเขาทำงานอยู่แล้ว ไม่เคยจะมานั่งกินนอนกินอย่างเดียวหรอก เธอทำงานมาตลอดการจะให้นอนสบายอยู่บ้านดูไม่ใช่ทางเท่าไหร่

เหมือนว่าห้องเพิ่งถูกทำความสะอาดไปทุกอย่างจึงไร้ฝุ่น หยิบผ้าปูสีขาวกับปลอกหมอนและผ้าห่มออกจากตู้ จัดการคลุมเตียงโดยใช้เวลาไม่นานเพราะเคยไปรับจ้างทำงานตามโรงแรม ปูเตียงหรือเก็บกวาดหล่อนทำได้หมดในเวลาครู่เดียว

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็มองด้วยความพึงพอใจ ก่อนเดินออกจากห้องไปกินข้าวกับเหล่าแม่บ้าน มาที่นี่โดยยังไม่กินข้าวเที่ยงทำให้ท้องเริ่มร้องประท้วง แต่แค่เปิดประตูออกมากก็เห็นยักษ์ตัวใหญ่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel