เพื่อนเก่า
เสน่ห์จันทร์นั่งรวบรวมตัวเลขของรายได้ ใบหน้ายังมีความกังวล เธอต้องหาตลาดเพิ่ม ไม่ก็ต้องหาร้านที่ส่งขนมประจำ มันถึงจะได้พอกับรายจ่าย
ตอนนี้เริ่มจะตัวแดงแล้ว ต้องดึงเอาเงินเก่ามาใช้บ้าง ตลาดที่ลงขายอยู่ตอนนี้แม้จะมีกำไร แต่ก็พอแค่กินใช้ในรายสัปดาห์ รายจ่ายหนักที่เจ้าตัวเล็ก ค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กแพงมาก ดาราทองไปสอนพิเศษเอาเงินมาให้พี่สาวทุกครั้งบอกว่าเก็บไว้ให้เจ้าจิ๋วเป็นค่านม ค่าแพมเพิส สองหนุ่มน้อยอย่างทองเอกและทองทัตเงินที่หาได้ ก็เอามาให้พี่สาวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครเก็บไว้ส่วนตัว ให้เสน่ห์จันทร์จัดการเรื่องค่าใช้จ่าย
เมื่อวันก่อนกำนันแก้วเรียกเธอไปคุยเรื่องจ่ายชำระดอกเบี้ย บอกว่าไม่ได้จะซ้ำเติมอะไร แต่อยากได้ดอกบ้าง กำนันก็ลำบากเหมือนกัน หูตาของเขาที่มองมายังเธอ แถมด้วยคำพูดกำกวมว่าอยากหมดหนี้ก็ลองโทรมาคุยกับกำนันได้ ทำให้ เสน่ห์จันทร์อยากกระโดดต่อยปากสักที ถึงจะอายุแค่สิบแปดก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาไม่ทันคน ยิ่งอยู่ในสังคมแบบนี้ เสน่ห์จันทร์ผู้มีรูปเป็นภัย ก็ต้องระแวดระวังตัวขั้นสุด มีเขี้ยวเล็บพอตัว
มีรูปเป็นภัย...
ไม่ผิดหรอก มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ภัยจะมาหาตัวเธอเพราะหน้าตาของเธอนี่แหละ
วันนี้น้องๆ ไปโรงเรียนหมดแล้ว เสน่ห์จันทร์อุ้มเจ้าจิ๋วไปเดินจ่ายตลาด เตรียมทำอาหารเย็น เธอทำอาหารเอง เพราะทุ่นค่าใช้จ่าย บางมื้อท่านเจ้าอาวาสเรียกไปเอาข้าววัดมารับประทานกัน ทองเอกก็เข้าไปเอามาแบ่งพี่น้อง ยามว่างพักมือก็ไปช่วยกวาดลานวัดช่วยงานซ่อมแซมเล็กน้อยให้กับทางวัดเป็นการตอบแทนความกรุณาของท่านที่ช่วยเหลือดูแลมาตั้งแต่รุ่นยายลำเภา
“ยัยจ้อย! ยัยจ้อยใช่ไหม”
เสียงทักจากด้านหลังทำให้เธอหันขวับไปในทันที พบว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนมอสาม เพื่อนซี้ที่ตอนเรียนจบก็ต่างแยกย้าย ไม่ได้ติดต่อกันหลายปีเพราะนิสาย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น
“อ้าว เจี๊ยบ กลับมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ”
“มาทำงานแถวนี้น่ะ เลยแวะมาเดินเล่นถิ่นเก่า คิดถึงขนมยายของแก”
นิสามองเจ้าจิ๋วในอ้อมแขนเพื่อน เด็กน้อยหัวเราะให้ ท่าทางอารมณ์ดี
“ลูกแกเหรอ? ยัยจ้อย”
“ไม่ใช่ลูก...น้องน่ะ ฉันไม่มีเวลามีผัวหรอกแก ทำงานเลี้ยงน้องตั้งเจ็ดคน”
เสน่ห์จันทร์แก้ความเข้าใจผิดให้เพื่อนเสีย นิสาขออุ้มเจ้าจิ๋ว เธอส่งน้องให้เพื่อนช่วยอุ้ม มองการแต่งตัวของนิสาที่อยู่ในชุดแบบเซ็กซี่ในสายตาของเธอ เสน่ห์จันทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย กับภาพลักษณ์ของเพื่อนที่เป็นสาวเปรี้ยว ในเสื้อสายสปาเกตตีลายดอกไม้ เอวลอย และกางเกงยีนขาสั้นจู๋ ผมมัดเป็นมวยแบบโดนัท แต่งหน้าเต็มสไตล์อาซ้อแม่ค้าออนไลน์ นิสามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป คือหน้าอกใหญ่ไซซ์ 36 ตัวของนิสาเล็ก ทำให้หน้าอกดูอลังการเตะตา เพื่อนใส่ทองมาด้วยเส้นเกือบนิ้วก้อย แสดงถึงความเป็นอยู่ที่น่าจะดีมาก
“ยายเสียแล้วเหรอ”
เดินเล่นกันสักพัก เสน่ห์จันทร์ก็ขอตัวกลับเพราะน้องเล็กเริ่มงอแงคงจะหิวและง่วงเพราะได้เวลาของแกแล้ว แต่นิสาไม่ปล่อยให้เพื่อนที่เพิ่งได้เจอะเจอจากไปโดยง่าย อาสามาส่งเสน่ห์จันทร์ถึงบ้านด้วยรถปิคอัพออนิวยกสูง เสน่ห์จันทร์ตัวเล็กขาสั้น ทุลักทุเลพอสมควรในการขึ้นลงรถของเพื่อน ตอนนี้สองสาวนั่งคุยเล่นกันที่ห้องครัวของบ้าน เจ้าตัวเล็กหลับปุ๋ยไปแล้วเมื่อได้นอนในเปล กินนมและมีพัดลมเย็นๆ เป่า
“อื้อ เพิ่งเสียไป”
“โห...แกเลยเลี้ยงน้องตั้งเจ็ดคน ยัยจ้อย แกเก่งมากเพื่อน”
“ไม่ได้เก่งอะไรเลย”
เสน่ห์จันทร์ว่า พลางถอนใจเฮือก เธอมองไปรอบๆ บ้าน ตอนนี้ภาระมันหนักจนบ่าเธอจะหัก แม้ทุกคนจะพยายามดิ้นรนช่วยเธอก็เถอะ แต่พวกเธอยังอายุน้อยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล...วัยที่ควรจะเรียน ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นวัยเด็ก ไม่มีเลยสำหรับพวกเธอ
คิดถึงตรงนี้ก็น้ำตาปริ่ม แต่กลั้นไว้ นิสามองเห็นหน้าเศร้าๆ ของเพื่อนก็เม้มปาก เธออยากช่วยเสน่ห์จันทร์ จึงยื่นทางเพิ่มรายได้ให้เพื่อน เผื่อเพื่อนสนใจ
“เงินแกพอใช้ไหมอะจ้อย ภาระเยอะขนาดนี้ ไหนจะเจ้าจิ๋วเด็กอ่อนอีก”
“ก็...ต้องหาให้พอแหละเจี๊ยบ ฉันไม่อยากให้ใครต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์”
“ไปทำงานกับฉันไหมล่ะ สนใจไหม”
นิสาตกลงใจในที่สุด เสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้ว มองเพื่อนที่อวดแหวนทองและสร้อยแขนเส้นเป้งในมือ
“งานสบายเงินดี สนมะ แกจะได้มีเงินเลี้ยงน้อง”
“งานอะไร? เอ่อ ว่าจะถามอยู่ว่าแกเป็นอยู่ยังไง ไม่ได้เจอกันนาน แต่ก็มัวแต่เล่าเรื่องตัวเอง”
“ก็...”
นิสาเม้มปากนิดๆ ใจมันวูบนิดหน่อยเมื่อเอ่ยถึงงาน และอดีตของตัวเอง จนมาถึงปัจจุบันนี้ ที่มีเงินทองมากมาย
“ฉัน...เล่าไปมันอาจจะรันทดหน่อยๆ ในตอนต้นอะนะ ว่าไปทำอะไรมาแต่ตอนนี้สบายดีมีเงินใช้ มีทองใส่ มีรถขับ แกไม่ต้องสงสารฉันหรือด่าฉันนะจ้อย สัญญาก่อน”
“ฉันจะไปด่าแกทำไมล่ะ”
ถามเพื่อนอย่างงงๆ นิสานั้นหัวเราะเบาๆ พลางยักไหล่
“แหม...ก็ชีวิตมันบัดซบไง กลัวแกจะด่าที่ฉันยอม...ยอมขายตัว”
“หะ?”
เสน่ห์จันทร์เผลออุทาน เพื่อนหัวเราะหึๆ นัยน์ตาของ นิสานั้นดูแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ไม่แคร์สิ่งใด
“ฉันเรียนจบแล้ว พ่อก็เอาฉันไปฝากกับพี่ณา”
นิสาเริ่มเล่า เสน่ห์จันทร์นั้นเม้มปาก ฟังเพื่อนอย่างตั้งใจ
“พี่ณาเอาฉันไปอยู่กับเจ๊เปรี้ยว ตอนแรกก็ให้เป็นเด็กเสิร์ฟ แล้วพี่ณาก็มาถามว่าฉันจะลองลงลูกค้าไหม ฉันมีแฟนแล้วไงแกตอนนั้น แถมมันยังขี้ยา มีแต่ไถไม่มีให้ ฉันก็เลยลองลงลูกค้าดู ปรากฏว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไร ก็คนมันเคยเสียไปแล้วอะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เสียแล้วได้เงิน แถมเจ๊เปรี้ยวก็คัดลูกค้าดีๆ ให้ ตอนนี้เฮียเขาก็อาสาเลี้ยง ฉันก็เลยไปเป็นเด็กเลี้ยงเฮีย”
“อา...”
อ้าปากค้างไม่คิดว่าเพื่อนจะไปไกลขนาดนั้น นิสาหัวเราะพลางชูนิ้วอวดแหวนเพชร มองหน้าเพื่อนที่มองจ้องเธอ ไม่มีวี่แววดูแคลนอะไรในนั้น
“นี่เฮียก็ให้มาตอนครบรอบปีหนึ่ง ตอนนี้แค่ไปแวะเที่ยว ไปเมาท์ แล้วก็ไปช่วยเสิร์ฟที่ร้านเจ๊เปรี้ยวขำๆ เจ๊ให้วันละห้าร้อยทิปต่างหาก เฮียไม่ว่า แต่ฉันต้องพร้อมเวลาเฮียจะมาหา แล้วก็ห้ามรับงานเท่านั้นแหละ”
“เฮียที่ว่านี่เขามีเมียหรือเปล่า?”
อดถามไม่ได้ เพราะเธอไม่อยากสนับสนุนเพื่อให้ผิดศีล เสน่ห์จันทร์โดนยายลำเภาปลูกฝังเหลือเกินเรื่องศีลห้า โดยเฉพาะศีลข้อสาม
“ไม่มีหรอกเฮียเขาโสด แต่มีเด็กเลี้ยงแบบฉันอยู่สี่คนอะ เรียกว่าเมียมะ แต่เฮียบอกว่าเลี้ยงทุกคน ไม่ได้แต่งกับใคร ไม่มีลูกกับใคร”
“โห...”
ความรู้ใหม่สำหรับเสน่ห์จันทร์เลยละ เรื่องแบบนี้ นิสามองสภาพความเป็นอยู่ของเพื่อน พลางถอนใจน้อยๆ
“แกอยากไปทำไหมล่ะ จ้อย”
“ทะ ทำอะไร?”
“ไปทำงานพิเศษ คือ...ไม่ต้องทำแบบฉันหรอก แต่ไปช่วยเขาเสิร์ฟคุยลูกค้า กินเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้าบ้าง แกจะว่าไงอยากทำไหม ฉันอยากช่วยแก ถ้าแกทำได้จะไปขอเจ๊เปรี้ยวให้ เขาให้วันละห้าร้อยทิปต่างหาก ทิปดีมากนะจ้อย...อาทิตย์หนึ่งร้านปิดวันหนึ่ง เดือนหนึ่งก็ได้เป็นหมื่นนะ เอาไว้เป็นทางเลือก ฉันอยากช่วยแกอะ”
“เอ่อ...”
เสน่ห์จันทร์อ้ำอึ้ง ทำไงดี ห้าร้อยบาทต่อวันทิปด้วย...น่าสนใจ แต่ก็น่าอันตรายนะ เงินก็อยากได้กลัวก็กลัว
“แกกินเหล้าเป็นมะ”
เสน่ห์จันทร์สั่นหน้าดิก
“โอเค เคยมีแฟนปะ”
“ไม่เคย...”
“ยังไม่เคยมีอะไรลอดผ่านแกว่างั้น”
หน้าแดงเถือกเลยหนนี้ รีบสั่นหน้าดิก นิสาหัวเราะชอบใจกับความไร้เดียงสาของเพื่อน
“อื้อไม่เคย”
“แกอยากทำงานกับเจ๊เปรี้ยวไหมละ ฉันอาจจะมีวิธีให้แกได้เงินเยอะๆ จ้อย”
นิสาขยิบตาให้เพื่อน เสน่ห์จันทร์หน้าเซียวทีเดียวเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เพื่อนชวน แต่นิสาอมยิ้ม
“อยากทำ แต่ไม่อยากขาย ไม่อยากกินเหล้า แบบเงินก็อยากได้นะเจี๊ยบ แต่แบบไม่พร้อมอะ”
“ฉันมีวิธี”
นิสาเน้นย้ำ จะว่าไปเธอก็ใช้วิธีนี้แหละ ตอนแรกๆ มีพี่เลี้ยงอย่างปวีณาบอกสอน และช่วยเหลือ
“วิธีอะไร?”
“วิธีที่ทำให้แกได้เงินมาแบบก้อน...แล้วก็รอดปลอดภัยไม่มีอะไรมาลอดรูแก”
อะ แบบนี้ชักจะน่าสนใจ
เสน่ห์จันทร์ตัดสินใจไม่ถึงวินาที ก่อนจะตอบเพื่อนออกไป
“เอาสิ”
