บท
ตั้งค่า

คำสั่งจากมารดา

“จำน้องได้ไหม? ตาปริ้นซ์”

ปภพมองดูภาพที่มารดายื่นส่งมาแทบชิดหน้า ไอแพดถูกจ่อมาขนาดนั้น จะบอกว่ามองไม่ออกจำไม่ได้ก็คงแปลก

“จำได้ครับ ผมกับนายปาย เคยแย่งกันจีบแต่ดูท่าน้องน้ำหนึ่งจะไม่ชอบผม ลูกคนเล็กของคุณแม่ น่าจะมีภาษีกว่าผม”

สังหรณ์แหละว่ามารดามีแผน อยากจะให้เขาแต่งงาน เขากับปพลน้องชายยังเป็นโสดทั้งคู่ ในวัยสามสิบสามปี ท่านมักจะหาว่าที่ภรรยามาเสิร์ฟเรื่อย เปรยอยากอุ้มหลานก็บ่อย แต่พวกเขาก็ทำหูทวนลม ไม่ใช่อะไร สำหรับปภพนั้นเขายังไม่อยากแต่งงาน เขาชอบแต่งกับงานมากกว่า ส่วนน้องชายก็เหมือนๆ กัน หมอนั่นเป็นคู่แข่งกับเขา แข่งกันทำงาน แข่งกันปั๊มเงิน เพื่อผลงานให้คุณปณิตาได้ให้คะแนน และช่วงชิงโบนัสกันตอนปลายปี

อีกอย่างเรื่องมีเมียนั้นไกลโข สำหรับผู้ชายอย่างปภพ...สี่สิบแต่งงานก็คงยังไม่สาย เขากะจะให้มารดาจ้างแต่งงานค่อยหา จะได้ได้ทั้งเงินได้ทั้งเมีย มีแรงบันดาลใจไปจีบสาว

“ถ้าหนึ่งในพวกแก ทำให้น้องรักได้ ยอมหมั้นด้วยได้ แม่จะให้รางวัล”

“หืม?”

ปภพมองหน้าท่าน คุณปณิตาเหมือนรู้ว่าลูกชายคนโตของนางกำลังตาลุกกับสิ่งนี้ จึงยื่นข้อเสนอในทันที

“หุ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์จากของเก่าคือสิ่งที่แม่จะให้”

“คุณแม่ทุ่มมาก”

ปภพยิ้มนิดๆ เขานึกถึงน้องชาย ปพลจะต้องลงเวทีนี้แน่นอน คนได้เปรียบคือหมอนั่น เพราะอภิชาภาดูท่าจะมีใจให้กับน้องชายมากกว่าเขา

แต่เรื่องแบบนี้มันตัดสินกันที่ปัจจุบัน ปภพก็มั่นใจว่าเขาก็มีดี มีเสน่ห์ไม่แพ้ปพลแน่นอน ถ้าเอาจริง รสนิยมของพวกเขาไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่เคยมีเหตุมาก่อนในเรื่องการแย่งสาว สเปกใครสเปกมัน พี่ไม่แย่งน้อง น้องไม่แย่งพี่ แต่หนนี้คุณแม่เหมือนบังคับให้เขาลงเวทีกลายๆ

“ย่ะ ทุ่มสิ ฉันอยากได้เขามาเป็นลูกสะใภ้ ใครทำได้ ฉันให้จริงๆ”

“ถ้าคุณแม่ทุ่ม ผมก็เอาจริงครับ”

“แม่จะรอดู”

คุณปณิตาแอบยิ้ม และไปต่อที่บิ้วท์น้องชายของปภพอย่างปพล งานนี้ให้พี่น้องไปสู้รบกันเพื่อชัยชนะที่นางอยากได้นั่นคือลูกสะใภ้ที่สามารถมาต่อยอดได้ในอนาคตอย่างอภิชาภา ที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ

เลือกให้เองแบบนี้แหละ ไว้วางใจได้ว่าได้ของดีมาแน่ๆ งานนี้แอบหวังคนน้องมากกว่าคนพี่นิดหน่อย แต่นางขับพลังต่อสู้อยากเอาชนะในตัวของปภพออกมา จะได้แข่งกันให้เต็มที่ ถ้าใครแพ้ไม่เป็นไร นางมีของปลอบใจคือว่าที่ลูกสะใภ้ที่เล็งไว้ให้อีกหนึ่งคน...ยังไงปีนี้จะต้องมีลูกชายคนใดคนหนึ่งขายออก

คิดในใจก่อนจะมองลูกชายคนโต ที่เอนหลังกับโซฟา แล้วชวนท่านคุยเกี่ยวกับเรื่องของอภิชาภา แถมยังบอกอีกด้วยว่า งานนี้ยังไงเขาก็ต้องได้

ครอบครัวของนางทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์แตะพันล้าน ใครจะไม่อยากดองด้วยละ สามีของคุณปณิตาเสียไปเมื่อปีก่อน ลูกชายทั้งสองได้ดั่งใจ ปั้นมาทำหน้าที่แทนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังทำให้กิจการขยับขยายมากขึ้นไปเรื่อยๆ น่าภาคภูมิใจนัก

ติดแต่ตรงที่ยังไม่มีใครยอมสละโสด คุณปณิตาอยากเห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝา อยากมีหลานไว้เลี้ยงเล่นเหมือนเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน คนหนึ่งก็อายุ 33 อีกคนก็ 30 ไล่ๆ กัน ได้ใช้งานพร้อมกัน ปภพนั้นมีผลงานมากมาย ส่วนปพลนั้นเพิ่งมาทำงานเต็มตัวหลังจากไปทำงานเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองหลังเรียนจบที่เมืองนอก บินกลับมาทำงานของบริษัทเต็มตัวเมื่อปลายปี ก็พอจะเริ่มเห็นฝีมือว่าคงจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง

นางอยากปลดระวางแล้ว ทุกวันนี้ยังคุมตำแหน่งบอร์ดบริหารช่วยงานลูกชายทั้งสอง ถ้าได้ผู้หญิงดีๆ เก่งๆ มาเพิ่ม หรือได้ทายาทธุรกิจที่จะยิ่งต่อยอดความเป็นปึกแผ่นให้กับวีอาร์ เอนจีเนียริ่ง ก็ยิ่งดี บอกกับคนพี่แล้ว นางก็ต้องบอกคนน้องต่อ ปพลนั้นไม่เหมือนพี่ชาย นิสัยใจคอคนละแบบ แน่ใจด้วยว่าคนน้องนี่เจ้าชู้กว่าคนพี่ คนเป็นแม่คิดแบบนั้น ไม่รู้เสียแล้วว่าใครเป็น เสือร้าย ตัวจริง ที่เป็นแบบนั้นเพราะเคยมีเหตุ ท่านไปเจอะเจอเข้ากับปพลกับเด็กเลี้ยงเข้า...คอนโดเกือบแตกหนนั้น ปพลเลยโดนหมายหัวว่าเป็นตัวร้าย ขนาดเลขาของน้องชาย ท่านยังระบุให้ฝ่ายบุคคลเลือกเป็นผู้ชายให้เลย

“แม่จะบอกกับนายปาย พรุ่งนี้เรื่องนี้”

“ถ้านายปายไม่สน ผมรับเองนะครับแม่ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทเชียวนะครับ”

ปภพว่าแล้วผิวปากน้อยๆ พลางหลิ่วตาให้กับมารดา ก่อนจะยิ้มเจ้าชู้ส่งให้ท่าน

“ผมคิดว่าผมดีพอ ที่จะทำให้น้องน้ำหนึ่งหลง แล้วก็รัก คุณแม่เตรียมไว้เลยนะครับ”

“แหม มั่นใจจริงๆ นะเราน่ะ”

“ครับ ผมมั่นใจเพราะว่าน้องไม่มีทางชอบคนเจ้าชู้หรอกครับ”

ไอ้ปายดันไปทำเรื่องไว้ กลายเป็นที่ล้อเลียนของพี่ชายต่อหน้ามารดา แต่ปพลนั้นรู้ว่า พี่ชายเขาก็ไม่เบาหรอกน่า แต่แค่พี่ชายของเขากินเงียบกินเรื่อยไม่กินซ้ำ ส่วนทางปพลนั้นนิยมเลี้ยงไว้เสพสุขเป็นคราวๆ มากกว่า

สองพี่น้องตรงกันคือ ยังไม่มีใครอยากปักหลัก ท่านเลยต้องเพิ่มเติมความรู้สึกให้อยากเอาชนะ และแข่งขันกันมีภรรยาเสียที

“เราไม่เจ้าชู้เลยเหรอ?”

คุณปณิตาหรี่ตาลงมองบุตรชายคนโตแบบหัวจรดเท้า ปภพหัวเราะชอบใจ

“ครับไม่เจ้าชู้เลยครับแม่”

“ไม่อยากจะเชื่อ พวกแกมันพอกันแหละ”

“โธ่...ผมคนดีไม่เคยมีเด็กเลี้ยงนะครับ”

“ย่ะ”

คุณปณิตาเน้นเสียง แล้วถอนใจน้อยๆ ท่านบอกว่าจะโทรหาปพล พักนี้ไปค้างคอนโดบ่อย มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า? ปภพได้ทีเลยเย้าว่า

“แอบเลี้ยงเด็กอีกหรือเปล่าครับแม่ บอกแล้วว่าคนเจ้าชู้มันนายปายไม่ใช่ผม หึๆ”

“เอาเถอะ มีแม่ไม่ว่าตอนนี้ แต่ตอนที่หนูน้ำหนึ่งมาต้องไม่มีใครมีเด็ก”

ท่านปรายตามองปภพ ที่ยักไหล่แล้วลุกขึ้น พลางบิดขี้เกียจ

“ผมไปดีกว่า วันนี้จะไปค้างคอนโดนะครับแม่ วันจันทร์จะได้ทำงานเลยแต่เช้า ขี้เกียจรถติด”

“ขี้เกียจรถติดหรือจะไปเที่ยวยะ” ท่านมองมาอย่างรู้ทัน

“อย่าว่าแต่น้องนะ เราอีกคน เราน่ะไม่เบาหรอกตา ปริ้นซ์”

“ทำงานสิครับ ผมมีนัดลูกค้าแต่เช้านะครับแม่ แล้วก็ต้องไปพัทยาด้วย ไปดูงานโครงการ ทางนั้นแจ้งมาว่าใกล้รับมอบแล้ว ผมก็ต้องไปดูเสียหน่อย”

“ไปกี่วัน”

“อาทิตย์หนึ่งครับ”

“ทำงานกี่วันยะ เที่ยวกี่วัน”

สายตาคมกริบมองตรงมา ลูกชายคนโตยิ้มหล่อส่งให้

“รวมๆ กันครับ”

“ไปๆ เบื่อจะคุยด้วย จะคุยกับตาปายเรื่องหนูน้ำหนึ่ง”

“บอกนายปายด้วยนะครับว่าผมไม่ออมมือให้แน่นอน”

“บอกกันเองสิยะ”

ท่านค้อนใส่ ปภพหัวเราะ แล้วตรงไปหาท่านพลางก้มลงหอมแก้มท่านแรงๆ อย่างจะหยอก เล่นเอาท่านโวยเบาๆ

ปภพคิดเรื่องของอภิชาภา นึกถึงหน้าหล่อนไม่ค่อยออกแล้วตอนนี้ โตไปก็น่าจะเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง แต่น้องน่าจะสวยมากแหละ ความเก่งกาจก็คงไม่เบา เพราะกลับมาบริหารงานแทนพ่อได้แบบนั้น แม่ของเขาถึงได้อยากได้มาเป็นศรีสะใภ้มาก ถึงกับลงทุนให้เขาและปพลลงเวทีชิงชัยหล่อนกัน

เอาเถอะ เขาก็ยังไม่มีใครในใจ ก็น่าลอง...

ก่อนจะไปทำตัวเป็นคนโสดที่บริสุทธิ์ เขาก็ขอไปหาที่ผ่อนคลายก่อนก็แล้วกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel