บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้
บทที่ 9 จำอะไรไม่ได้...รื้อความจำให้
บนชั้นบนสุดของตึกมหานครภายในห้องนอนสไตล์โมเดิร์นลักเชอรีที่ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวสีเดียวไม่มีสีอื่นใดแซม ไม่เว้นแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน พรมเช็ดเท้า หรือของใช้อื่น ๆ
ทั้งห้องเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนสะอาดลอยกรุ่นไปหมด เครื่องฟอกอากาศที่มีตั้งอยู่สองตัวแยกจากตัวเครื่องใหญ่ที่ติดอยู่กับเครื่องปรับอากาศบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องเป็นคนรักสะอาดมากเพียงใด
และสิ่งที่ทำให้ร่างสูงสนใจและสนใจที่สุดนอกจากคนที่กำลังนอนคว่ำหน้าเฝ้าฝันอยู่ในนิทรา คือภาพวาดดอกกุหลาบสีขาวดอกเดียวติดอยู่บนผนังเหนือหัวนอนนั่นต่างหาก
ภาพดอกกุหลาบจากนักวาดภาพชื่อดังและมันถูกประมูลไปโดยคนในความลับ ราคาของภาพภาพนี้เทียบได้กับห้องชุดสุดหรูสักหนึ่งห้อง และคนวาดก็ต้องถูกใจที่จะมอบให้ด้วย ไม่ใช่แค่มีเงินก็จะได้มันมาครอบครอง
สำหรับคนรวยอย่างเราการมีอะไรที่คนอื่นไม่มีมันก็เพื่อประดับบารมี มันจะรู้สึกดีรู้สึกเต็มแค่ไหนถ้าคนรู้ว่าเรามี แต่สำหรับมินตราเธองุบงิบเก็บเงียบไว้คนเดียว
หากวันนี้นนทภพไม่ได้มาเห็นและสัมผัสได้ด้วยตัวเองเขาก็คงไม่เชื่อว่าความแปลกแยกที่มินตราสร้างขึ้นมันเป็นตัวตนของเธอจริง ๆ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ใครมาสนใจ
เธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่ามันยิ่งทำให้ตัวเธอเองเป็นคนที่น่าค้นหา
มินตราต้องการและได้มันมาโดยที่ไม่ต้องการจะบอกใคร…นิสัยของคนขี้หวง ซึ่งนนทภพก็เป็นเช่นนั้น
น่าสนใจ นั่นคือสิ่งที่ตั้งแต่ได้เปิดปากพูดคุยกับหญิงสาว มันมีเพียงคำคำนี้ที่วิ่งวนอยู่ในหัวเขาตลอดเวลา
แก้วกาแฟร้อนในมือของเขาถูกยกขึ้นจนควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาโดนปลายจมูก กลิ่นหอมของเมล็ดคั่วกาแฟชั้นดี รอยยิ้มเล็กน้อยผุดขึ้นมา
สำหรับผู้เป็นแขก…ที่นี่ดีทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งกาแฟ มุมปากหยักยกและมองไปยังศีรษะเล็กที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนา
ดวงตาคมเข้มกวาดมองผ่านผ้าปูที่นอนมายังปลายเตียงและก็พบปลายเท้าขาวสะอาดหนึ่งข้างที่โผล่พ้นส่วนผ้าออกมา
เท้าเรียวเล็กขาวสะอาด เล็บทุกนิ้วถูกตัดสั้นเป็นระเบียบ เล็บมือเธอเลือกทาสีแดงสด แต่เล็บเท้าเลือกทาสีขาวนวล ๆ
คิดดูว่าแม้แต่ปลายเท้าที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา…ก็ยังดูดี
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มหย่อนสะโพกนั่งลงข้างกันนั้น และอดไม่ได้ที่จะสอดฝ่ามือเข้าไปในผ้าห่มและยกปลายเท้าของคนที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรายกมาวางบนหน้าตักตัวเอง
ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาทำให้เท้าเรียวเล็กนั่นยุกยิกเพราะโดนก่อกวน ไม่นานนักก็มีเสียงครางฮือดังออกมาจากลำคอเล็กและเธอก็สำลัก
แคก ๆ
มินตรารู้สึกถึงความอุ่นจากปลายเท้าเธอจึงลืมตาขึ้นมาและก็เห็นเงาร่างของคนหนึ่งนั่งอยู่ปลายเท้า หัวใจของเธอหล่นวูบแต่เมื่อชักเท้ากลับมาก็ทำไม่ได้
“คะ คุณ…โอ๊ะ!” แต่เพราะศีรษะมันหนักมากจนแทบยกไม่ขึ้น เธอที่กำลังจะดึงตัวเองให้ลุกจากเตียงนอนกลับมายกมือขึ้นทุบขมับแทน
“ดื่มอะไรให้สดชื่นไหม เดี๋ยวออกไปเอาให้”
เสียงนี้…มินตราภาวนาให้มันเป็นแค่ความฝัน! แต่มันไม่ใช่ความฝัน! มันคือความจริงงงงงง!!!
มินตราลืมตามองเพดาน หัวสมองเรียกว่าขาวโพลน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจากที่สมองตื้อตันมันค่อยฉายชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ
ริมฝีปากร้อนผ่าวเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ประกบจูบกันอย่างดูดดื่ม ควันบุหรี่ที่ลอยลอดออกมาจากเรียวปากหนาในตอนที่เราจูบกัน
มันเป็นครั้งแรกที่มินตราได้รับรู้รสแสบร้อนของควันสีเทาจากการเผาไหม้ เมื่อนึกถึงตรงนี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากอก
“รู้สึกดีขึ้นหรือยัง…” อุณหภูมิร้อนผ่าวจากมือหนาที่บีบปลายเท้าเธออยู่เรียกสติของเธอให้กลับคืนมา แต่ร่างกายใต้ผ้าห่มผืนหนาแข็งเกร็งไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
“ถ้ายังไม่อยากตื่นก็นอนต่อได้…อยากกินอะไรไหมผมจะสั่งให้” เสียงนั้นค่อนข้างห่วงใยกันมากทีเดียว สุดท้ายมินตรารวบรวมความกล้าดึงปลายเท้ากลับคืนมาและหยัดกายลุกขึ้นนั่ง
ตึกตัก! ตึกตัก!
ในระหว่างที่ลุกขึ้นนั่งเธอก็เผลอกำผ้าห่มที่ถือติดมือมาปกปิดเรือนร่างในชุดนอนซีทรูสุดเซ็กซี่…มินตราไม่ได้เปลี่ยนชุดนี้ด้วยตัวเอง!
ดวงตากลมโตของเธอจ้องมองคนตรงหน้าที่ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว และนนทภพอยู่ในชุดใหม่แล้ว!
แม้มันจะเป็นเพียงเสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ แต่มันเป็นของแบรนด์และมันไม่ใช่ของเธอ!
“คุณทำตัวเองและตัวผมเลอะ…ผมเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนชุดให้คุณ” มินตรากัดปากล่างเบนสายตามองไปยังพื้นเตียงและอดโล่งใจไม่ได้
ดีว่ามันไม่มีเศษซากอารยธรรมใด ๆ ของเขา!
“คุณ…”
“คุณป้องกันหรือเปล่า?”
“ยังไงนะ”
“ฉันถามว่าเมื่อคืน…คุณป้องกันหรือเปล่า”
“ทำไมผมต้องป้องกัน?”
“คุณนนท์! นี่คุณไม่คิดจะเพลย์เซฟฉันเลยหรือไง!!”
นนทภพยักไหล่และขยับตัวยกขาขึ้นมาวางบนเตียงนอนข้างหนึ่ง ก่อนจะเอียงใบหน้าหล่อเหลาไปมองเธอ เขาจิบกาแฟในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย มินตราเห็นเช่นนั้นก็กัดเรียวปาก
“คุณมันแย่มาก!” มินตราหันรีหันขวางจะหยิบอะไรใกล้มือเขวี้ยงใส่เขาแต่เพราะมันไม่มี จะมีก็คงเป็นหมอนใบใหญ่
แต่เธอยังไม่ทันจะหยิบปลายเท้าก็โดนดึงไป แค่เพียงการฉุดดึงด้วยมือข้างเดียวของเขา ทั้งร่างของเธอก็ถลาไปหาเขาแล้ว!
“อ๊ะ! คะ คุณนนท์!!” นนทภพเอี้ยวตัวไปวางแก้วกาแฟในมือกับพื้นพรม ก่อนจะหันมาจัดการคนที่เขาตั้งใจดึงปลายเท้าให้เข้ามาใกล้กัน
“ผมมันแย่ไม่มีอะไรดี…แล้วคนที่เริ่มจูบคนอื่นก่อนนี่ดียังไง?” เพราะเขาดึงร่างเธอด้วยแรงมหาศาล ผ้าห่มที่เธอกอบกุมกำไว้เพื่อบดบังเรือนร่างจึงร่นลงจนร่างเกือบจะเปลือยเปล่า
“...”
“ไหนมินลองบอกกันหน่อยสิครับว่าเมื่อคืนที่ระเบียงตรงนั้น คุณจำอะไรไม่ได้เลยหรือไงว่าทำอะไรกับผมไว้บ้าง”
ตึกตัก! ตึกตัก!
มินตราหัวใจจะทะลุแล้ว!! เธอเม้มปากแน่นและพยายามดึงผ้าห่มที่อยู่ในมือเขา แต่เพราะนนทภพกระชากมันติดมือไปนั่นเท่ากับว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในชุดนอนบาง ๆ ตรงหน้าเขา!
“ถ้ามินจำไม่ได้ก็เดี๋ยวจะได้รื้อความจำให้”
ฝ่ามือร้อนจัดคว้าหมับเข้ามาที่ต้นคอเธอ ก่อนที่มินตราจะทันได้ส่งเสียงพูดอะไรออกไปเรียวปากหนาที่พอปากเราสัมผัสกัน
มินตราก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกขมเล็กน้อยจากกาแฟที่เขาดื่มเมื่อนนทภพประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม
เรียวลิ้นชื้นของเขาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก สองมือเธอยกดันหน้าอกแกร่งพยายามดิ้นให้หลุดจากการโดนจู่โจม แต่ไม่รู้ว่าดิ้นรนยังไง พยายามแค่ไหนกลับกลายเป็นว่าตอนนี้ร่างหนาทาบทับลงมาใกล้ และใบหน้าหล่อคมคายก็กำลังซุกไซ้กันอยู่!
“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”
