บทที่ 10 เหมือนยังว่า...
บทที่ 10 เหมือนยังว่า...
“คุณนนท์! ปล่อยฉันนะ!”
นนทภพเงยหน้าขึ้นจากเนินอกอิ่มที่เขากำลังคลอเคลีย และยิ้มมุมปากให้เธอ มินตราเห็นเช่นนั้นเธอทำได้เพียงแค่ขยับตัวแต่เพราะเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก
หญิงสาวจึงได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกบางอย่าง และก็รู้สึกตัวเพราะเรียวปากมีความรู้สึกเจ็บระบม
และคงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมปากเธอถึงเจ็บ! เพราะว่านอนทับกันอยู่ทำราวกับว่าเธอคือฟูกนุ่ม ๆ ที่เขาไว้ใช้หนุนนอน
“คุณนนท์ลุกออกไป อึ!” เธอพยายามขยับตัวแต่ก็นั่นแหละยิ่งขยับก็ยิ่งโป๊ไปใหญ่!
มินตราจึงเลือกที่จะอยู่เฉย ๆ และรวบรวมสติที่จะเจรจากับเขาดี ๆ
“ก็ลุกอยู่…” นนทภพแนบแก้มข้างหนึ่งใต้ฐานหน้าอกของเธอ เขาถูมันเบา ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา
ไม่ใช่ไร้เดียงสาถึงขนาดไม่เข้าใจว่าอะไรของเขาลุก เพราะสิ่งที่แนบโดนข้างขาด้านในของเธอในตอนที่เขาแทรกตัวลงมากลางร่างนี้…เธอก็รู้แล้วว่าอะไรลุก!
ในชีวิตมินตราไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจกับใครง่ายดายขนาดนี้โดยเฉพาะผู้ชายที่รู้จักกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำ
ระหว่างเธอกับนนทภพนับว่ารู้จักได้ไหม…
“ฉันแค่ถามคุณก็บอก ถ้าไม่ได้…”
“ถ้าไม่ได้อะไร”
พอโดนถามทั้งด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วใจเต้นแรง นัยน์ตาสีเข้มสีน้ำตาลอ่อน รอยยิ้มที่ผุดขึ้นข้างมุมปากและเราสองคนอยู่ในสภาพล่อแหลม
“คิดว่าผมจะเอาคุณโดยไม่ใส่ถุงน่ะเหรอ?” มินตราได้ยินคำถามในหัวเธอมีเสียงลั่นเปรี๊ยะ!
“แล้วใส่หรือเปล่า?” นนทภพหัวเราะก่อนจะปล่อยข้อแขนเล็กที่จับตรึงไว้เหนือศีรษะ
เขาใช้สองแขนรวบร่างเธอมากอดแนบอกทั้งที่ตนเองอยู่ด้านบนและเธออยู่ด้านล่าง
“กลัวติดโรคจากผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” มินตรามองเขาและขมวดคิ้ว เธอเบือนหน้าไปอีกทาง
บอกตรง ๆ ว่ามันไม่ได้รู้สึกแย่ มันออกจะมึนงงเล็กน้อย เธอแทบจะไม่ได้รู้จักผู้ชายตรงหน้าเลยแต่ก็ยอมให้เขากอด
คำพูดของพวกเพื่อนสนิทแวบเข้ามาในหัว…มินตราชอบคนหล่อ แต่ไม่เลือกคบคนหล่อเพราะไม่อยากประสาทแดก
“คนอย่างคุณคงไม่โง่สดไปทั่วหรอก แต่เมื่อคืนฉันจำอะไรไม่ได้เลย ทั้งคุณและฉันดื่มกันไม่ใช่น้อย คุณก็อาจจะพลาด”
“อ๋อ…คุณกลัวท้องนี่เอง”
“แล้วฉันควรท้องกับคนที่รู้จักกันไม่ถึงวันหรือไง!”
เธออดไม่ไหวแล้วจริง ๆ จึงใช้กำปั้นทุบบ่าเขาไปทีหนึ่ง นนทภพหัวเราะจับมือบางของเธอมาจูบ และเขา…ก็ใช้ฟันคมกัดปลายนิ้วของเธอทีละนิ้ว
“งั้นเราก็ต้องรู้จักกันให้มากกว่านี้…เผื่อคุณท้องขึ้นมา เราจะได้รู้จักกันดีมากหน่อย”
นนทภพขยับกายเคลื่อนตัวขึ้นมา และเพราะเขาสวมใส่กางเกงผ้าบาง บางอย่างที่ร้อนจัดขึ้นโดนลากมาตามขาเรียวด้วย
“คุณเลิกกวนประสาทฉันสักที! แล้วลุกออกไปฉันหายใจไม่ออกอึดอัด” มินตราพูดและพยายามดันร่างหนาออกไปแต่ก็เหมือนเดิมคือไม่ขยับ!
“คุณนนท์เราลุกขึ้นมาคุยดี ๆ นอนคุยกันแบบนี้จะรู้เรื่องไหม ถ้าคุณเผลอไผลเราจะไปโรงบาลกัน ฉันจะไม่โทษคุณเลย และไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ลุกขึ้นก่อน!”
คำพูดของคนที่นอนหงายอยู่ตรงหน้านนทภพทั้งยังใส่ชุดซีทรูตัวบางสุดเซ็กซี่ มันเป็นชุดที่นนทภพเป็นคนเลือกเองกับมือ
เขายกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลูบมือหนาที่วางอยู่กับสะโพกอิ่มและบีบมันเบา ๆ เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนจับมือเขาและจิกเล็บสั้นกุดของเธอลงมา
“ลุกออกไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!”
“ที่แย่ที่สุดก็เห็นมาแล้ว แล้วที่บอกจะหมดความอดทนกว่านั้นได้อีกจะแค่ไหน…มินก็แสดงออกมาให้ผมดูได้เลย เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไง” มินตราได้ยินเช่นนั้นก็กัดปาก
ใช่! ไอ้ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิตของมินตรา เขาก็เห็นมาหมดแล้ว!
ในตอนที่โดนคู่หมั้นสวมเขาจนมีผู้หญิงของมันหอบท้องโตมาประจานความชั่วของพวกมันสองคนท่ามกลางคนครึ่งร้อย
นนทภพก็เห็นซะยิ่งกว่าเห็น!
ความร้ายกาจของเธอในวันนั้นที่ให้คนท้องโตคุกเข่าพนมมือกราบกรานให้เธอยกผู้ชายของตัวเองให้มันไป
แม้น้ำตาของความช้ำใจจากมินตราก็ไม่มีให้ใครต้องสมน้ำหน้าสักหยด นนทภพก็เห็นมันมาหมดแล้ว
และเขาก็ไม่ได้เห็นคนเดียวเพราะคนอีกครึ่งร้อยก็เห็น!
มินตราละสายตาจากใบหน้าหล่อคมคายที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะประชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสผิวแก้ม แผ่นอกของมินตรากระเพื่อมไหวจนคนที่ทาบทับกันอยู่รู้สึกได้
“รู้จักบ้าบออะไรของคุณ ลุกออกไปตัวฉันชาไปหมดแล้วคุณนนท์” มินตราอดไม่ได้ที่จะใช้ฝ่ามือผลักใบหน้าของเขาให้ออกห่างร่องอกของเธอไปหน่อย
นนทภพหัวเราะและหยัดกายลุกขึ้นทั้งยังสอดท่อนแขนรวบร่างเธอขึ้นมานั่งด้วย
มินตราคว้าผ้าห่มจะเอามาปกปิดร่างกายทั้ง ๆ ที่รู้ว่าปิดไปก็คงไม่มีประโยชน์เพราะเขาก็คงเห็นไปถึงไหนต่อถึงไหนแล้ว
“อะชุดคลุม สวมมันก่อนลุกขึ้นเพราะชุดคุณสั้นมาก”
เขายืนอยู่ปลายเตียงเต็มความสูง ในมือมีชุดคลุมอาบน้ำสีขาวยื่นมาให้เธอพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แสนจะดูดี
มินตราไม่ได้รับชุดคลุมนั้นไปอย่างธรรมดาแต่กระชากมาเลยก็ว่าได้ เธอสวมมันอย่างรวดเร็วและตวัดปลายเท้าลงจากเตียงมองเช็กความเรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นและรวบสายชุดคลุมอาบน้ำมาผูกเอว
“ฉันขออาบน้ำแป๊บหนึ่ง คุณออกไปนั่งรอข้างนอกนะ ถ้าหิวก็สั่งอาหารที่ร้านข้างล่างกินไปก่อน…”
นนทภพมองคนที่พูดกับเขาอยู่และก็ก้าวเท้าทั้งยังสาวเท้าไปยังห้องน้ำ และเขามีหรือจะไม่เดินตาม
มินตราไม่ได้สนใจเสียงฝีเท้าที่ย่ำเดินมาใกล้ ตอนนี้เธออยากจะทำความสะอาดตัวเองเพราะเหนียวตัวไปหมด และก็เจอกองเสื้อผ้าของทั้งตัวเองและเขาในห้องน้ำด้วย มันถูกกองรวม ๆ กันเอาไว้
นั่น…เมื่อคืนเธออ้วกเหรอ และอ้วกใส่เขาด้วยเหรอ?
มินตราทำเป็นไม่สนใจกองเสื้อผ้าที่นนทภพคงจัดการไปบางส่วนแล้ว เธอกดรีมูฟเวอร์ใส่สำลีและเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและลำคอ
“เมื่อคืนคุณอ้วกใส่ผมเลอะไปหมด…เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่โดนผู้หญิงอ้วกใส่ ถึงจะเป็นผู้หญิงที่สวย หุ่นดี มีเส่นห์ แถมรวยสุด ๆ มันก็รู้สึกไม่ดีอยู่นะ” เขาพูดหยอกแต่มินตรารู้สึกว่าเขากำลังจิกกัดเธอเล็กน้อย
“เป็นครั้งแรกที่ฉันอ้วกใส่ผู้ชาย และก็เป็นผู้ชายที่หล่อดูดี…” ยังพูดไม่ทันจบประโยคท่อนแขนแกร่งก็สอดรับมารั้งเอวบางของเธอไว้
“งั้นผมเปลี่ยนใหม่เป็นรู้สึกดีก็ได้ อ้วกใส่อีกเมื่อไหร่ดีครับ คืนนี้เลยดีไหม”
มินตราคว่ำปากที่กำลังเช็ดเครื่องสำอางทันทีที่ได้ยินคำพูด และใช้หัวไหล่ดันอกแกร่งของคนที่พริบตาเดียวก็โผล่มาสวมกอด
“ถอยไปห่าง ๆ เลยคุณจะมานัวเนียอะไรฉันนักหนาเนี่ยคุณนนท์”
“คุณทำเหมือนผมเป็นเด็กที่ออฟมานอนด้วยเลยนะ…”
เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต่างจากที่พูด นนทภพเจอแบบนี้ก็มึน ๆ ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
ปกติเคยจ่ายให้แต่คนอื่น แต่ตอนนี้ชีวิตกลับตาลปัตร
“หรือคุณจะคิดเงินล่ะ?”
“...ก็น่าคิดนะ ถ้าคุณยอมจ่ายผมก็พร้อมพลีกายให้คุณเชยชมแบบไม่มีกั๊ก”
มินตราเช็ดใบหน้าได้ครึ่งหนึ่งก็หันไปมองหน้าเขาเพราะเธอลืมตัว ก่อนจะรีบหันกลับมา
“ไม่ต้องอายผมหรอกน่า คุณจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้ายังไงก็สวยมากอยู่ดี”
มินตรารู้สึกเหมือนเธอใช้ชีวิตกับนนทภพมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราก็เพิ่งเจอกันด้วยซ้ำ
