บทที่ 7 คนที่โดนใส่ใจ (หวั่นไหว 20%)
บทที่ 7 คนที่โดนใส่ใจ (หวั่นไหว 20%)
ความอุ่นร้อนของฝ่ามือที่ประสานกอบกุมมือบางและพาเดินลัดเลาะออกมาตามทางเดินที่ร้างไร้ผู้คน
ในส่วนนี้อาจจะเป็นทางลับทางหนึ่งซึ่งเข้า-ออกได้แค่เพียงคนพิเศษของสถานที่แห่งนี้เท่านั้น
“มันทะลุออกไปที่โรงจอดรถ” นนทภพไม่ได้เดินเร่งรีบอย่างเช่นตอนแรกเพราะเขาคงรู้ว่าหากเขาเดินเช่นนั้นมินตราอาจจะเดินตามไม่ทัน
ชายหนุ่มจึงชะลอความเร็วของการก้าวเท้าเดินเพื่อรอเธอ
“ฉันมากับเพื่อน…” ไม่รู้ว่าเธอเตือนเขาหรือเตือนตัวเองกันแน่
มินตราเอ่ยบอกเขาและมองแผ่นหลังคนที่กดรีโมตรถยนต์คันหรูป้ายแดงที่มีไม่กี่คันในประเทศไทย
มันไม่แปลกเพราะนนทภพเป็นเจ้าของโชว์รูมรถยนต์นำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้
“ผมรู้…” นนทภพหลุดปากตอบออกไป แต่ท่าทีของเขาก็ไม่ได้ชะงักอย่างที่ควรจะเป็น
ชายหนุ่มเปลี่ยนจากจับมือเธอเป็นโอบเอวบาง
“ทำไมคุณถึงรู้…เรื่องของฉันนัก”
มินตราไม่ได้ปฏิเสธการโอบอย่างบางเบาของเขา แต่เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าที่ยุ่งอยู่กับการเปิดประตูรถและยัดเธอเข้าไปภายในรถยนต์ของเขา
“ผมจะบอกคุณตอนเราเปิดไวน์ขวดนี้…” นั่นคือไวน์ที่เธอหยิบติดมือมา
มันไม่มีอะไรได้มาง่ายดายเราทั้งคู่รู้ดี เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่พบหน้ากันก็ดูเหมือนมันจะต้องมีเรื่องมีราวและมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันก่อน
แค่เพียงหนึ่งคำถามกับหนึ่งคำตอบง่าย ๆ เราก็ยังคงทำให้มันยุ่งยาก
“ฉันไม่อยากไปรถคุณ” นนทภพยิ้มให้เธอ
“ไปรถผมน่ะสะดวกดี และเพนต์เฮาส์นี้เพื่อนผมก็อยู่ ไม่มีปัญหาหรอกรีบขึ้นรถก่อนที่จะมีใครมาเห็นอย่างที่คุณกลัวนักหนา”
มุมปากหยักของเขายกขึ้นหยอกเย้าด้วยรู้ว่ามินตราหวั่นกลัวอะไรอยู่
มินตราไม่อยากมีปัญหา เธอไม่ต้องการให้ใครมาเห็น ไม่ได้อยากเป็นประเด็นอะไรกับเพลย์บอยตัวพ่อ!
“ใครกลัวคุณกัน” เธอขยับตัวเล็กน้อยเพราะมือหนาวาดลูบโดนสะโพกของเธอ
นนทภพไม่ได้รุ่มร่ามเหมือนพวกผู้ชายไร้มารยาทแบบที่จะตะกละตะกลามจนน่ารังเกียจ แต่สัมผัสจากฝ่ามือนุ่มของเขาก็ทำให้ผิวเนื้อตรงส่วนที่โดนสัมผัสร้อนผ่าวขึ้นมาได้
ธรรมชาติของมินตราปกติเธอไม่ชอบผู้ชายไหลไปเรื่อยแบบนี้ กับผู้ชายอย่างนนทภพเป็นสิ่งที่เธอเอาตัวออกห่างมาตลอด ไม่เช่นนั้นก็คงไม่คบกับณัฐชัยผู้ชายที่เรียบง่ายปานนั้น
“ไม่กลัวก็ไม่กลัว มินคนเก่ง” นนทภพเย้าแหย่เธอไม่หยุด ส่วนมินตราเธอก็แค่สบตาเขากลับไปเฉย ๆ
มินตราเม้มปากแน่นยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น
และสุดท้ายเธอก็มานั่งอยู่ในรถยนต์คันหรูคันนี้ที่เธอเคยใฝ่ฝันว่าอยากจะมีมันสักคันไว้ในครอบครอง
แต่ต่อให้อยากได้แค่ไหน ต้องการเพียงใด ก็ไม่ใช่ใครจะได้มันมาเหมือนอย่างกับเขา
นนทภพมานั่งประจำที่หลังพวงมาลัยรถยนต์ เขาหันมายิ้มเล็กน้อยและผายมือโชว์ความหรูหราภายในรถคันนี้ นั่นเพราะเขารู้ว่ามินตราชอบอะไรและไม่ชอบอะไร
เธอชอบรถยนต์ ชอบความเร็ว ชอบความหรูหรามีสไตล์แต่สิ่งที่เธอรักที่สุดคือความเงียบสงบ และความเป็นส่วนตัวที่สูงจนน่าตกใจ
เพราะแบบนี้เองนนทภพถึงไม่เคยเจอมินตราเลย จนกระทั่งวันนั้น
แค่คิดถึงตรงนี้นนทภพก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมระบายลมหายใจร้อนจัดที่เหมือนจะอบทั้งหัวใจให้ละลาย
ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจมาก ทั้งยังสวยจนลมหายใจสะดุด เธอเพื่อนน้อย อินโทรเวิร์ต และเป็นคนเก่ง คิดดูว่านนทภพสนใจเธอมากขนาดไหนที่สืบเสาะจนรู้เรื่องราวของมินตรามากขนาดนี้
“ถ้ารู้ว่าคนที่ติดต่อขอซื้อรถคันนี้ตัวจริงเป็นมินตราคนที่นั่งข้าง ๆ กันตอนนี้…รับรองว่าขับไปส่งให้ด้วยตัวเองยันบ้านเลย ลดราคาให้ด้วย แถมทะเบียนเฮง ๆ ให้อีก”
นนทภพพูดเรื่องจริงว่าถ้าเขารู้ว่าเป็นมินตราต่างหากที่อยากได้รถคันนี้ก็คงจะขายให้เธอ แต่คนที่ติดต่อขอซื้อดันเป็นอดีตคู่หมั้นเธอซึ่งเขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น
ไม่ใช่ว่ามันเพิ่งจะมารวยหรือว่าเขาเหยียดอะไรมัน แต่เพราะสันดานของมันที่ผีมักจะเห็นผี
และถึงนนทภพจะเป็นผีก็เป็นผีที่มีศาล ไม่ใช่ผีร่อนเร่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงเพื่อให้ตัวเองได้ดี แบบที่พอได้แล้วก็ทรยศหักหลัง
นนทภพไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยอย่างไอ้ณัฐชัยคนนั้น! คนที่ทำลายหัวใจของผู้หญิงที่ชุบชีวิตมันขึ้นมา!
“คุณจะขายตอนนี้ก็ยังทันนะ” มินตราเริ่มสนใจ นั่นเพราะนนทภพเข้าถูกจุดเธอ
“มินอยากให้ผมขายก็ขอร้องสิ…คุณนนท์คะ มินอยากได้รถคันนี้ให้มินได้ไหมคะ”
นนทภพทำเสียงสองใส่เธอและผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยขอร้องใคร คุณคิดว่าฉันจะทำแบบนั้นเพื่อรถคันนี้จริง ๆ เหรอ ไม่รู้ผู้หญิงของคุณนั่งมาแล้วกี่ร้อยคน”
ท่าทางหยิ่งยะโสแบบนี้แหละที่นนทภพชอบนัก
“มินครับก็พูดเกินไป ร้อยคนนี่มันก็เกินมนุษย์แล้วไหมครับ รถคันนี้มินได้นั่งคนแรกและผมไม่ได้ใช้บ่อย แต่รู้ว่ามินชอบความสวยงามก็เลยเลือกคันนี้ มองไปทางนั้นสิ...นั่นรถผมทั้งนั้น”
มินตราจ้องเขาก่อนจะละสายตาไปทางที่นนทภพพยักพเยิด และเธอก็เห็น อืม…ทะเบียนรถพวกนั้นเลขเดียวกับที่เธอนั่งอยู่
บอกตรง ๆ ว่าพออยู่ในจุดที่โดนใส่ใจก็รู้สึกดีกับเขาเพิ่มขึ้นอีกส่วน
“ผมพูดขนาดนี้แล้ว คนสวยก็ทำเป็นว่าเชื่อหน่อยก็ได้”
นนทภพทำท่าทีเหนื่อยใจโน้มตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอทั้งยังทอดสายตาอ่อนโยนมาให้
จนเขาจัดการสิ่งที่ทำให้เธอเสร็จก็ยังไม่เอนกายกลับไปนั่งประจำที่สารถี แต่กลับอยู่ใกล้กันจนกลิ่นน้ำหอมจากเรือนกายกำยำลอยตีขึ้นมา
“อะไรอีก…” เพราะเขาจ้องเธออยู่นานเป็นนาที นานจนมินตราคิดว่ามีอะไรติดอยู่บนใบหน้าเธอหรือไม่
หญิงสาวจึงเอามือลูบและกำลังเอื้อมมือไปเปิดกระจกตรงที่บังแดดเพื่อดูว่ามีอะไรติดผิวหน้าให้เธอต้องอับอาย แต่เขาก็คว้ามือเธอไว้
“มองคนสวยไง คุณนี่สวยยันขนตาเลย มีไฝน้อย ๆ ตรงหางตาด้วย เป็นสาวสวยเจ้าน้ำตา” เขาพูดแล้วยิ้ม
ไม่มีใครสังเกตเธอมากมายขนาดนี้ แม้กระทั่งคนที่เป็นอดีตคู่หมั้น
แต่นนทภพผู้ชายที่ไม่ได้อยู่ในสายตา ไม่ได้คิดจะเข้าใกล้หรือให้เข้าใกล้เขากลับเห็นเธอแล้วในหลาย ๆ ด้านมากกว่าคนที่คิดว่ารู้จักกันดี
มินตรามองหน้าเขาไม่ได้รู้สึกปลื้มปริ่มหลงกลใด ๆ แต่สะท้อนอยู่ในอกว่าหากเธออายุน้อยกว่านี้สักห้าปีหรือไม่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านความเสียใจแสนสาหัสมาแล้วมาพบเจอเขา
มินตราก็คงจะตกลงไปในหลุมที่เขาตั้งใจจะขุดล่อเธอให้ตกลงไป…และเธอในตอนนั้นก็คงจะไม่มีวันหาทางขึ้นมาได้
