บทที่ 6 วิธีเอาคืน
บทที่ 6 วิธีเอาคืน
มินตรามองโทรศัพท์ของเธอที่อยู่ในมือนนทภพ เขายื่นมาปลดรหัสล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า และเข้าแอปพลิเคชันรูปถ่ายก่อนจะกางแขนออกข้างหนึ่ง
“อะไร?”
“ก็แค่ถ่ายรูปกัน”
นนทภพพูดและโอบไหล่เธอ เพียงแค่อ้อมกอดเดียวของเขามินตราก็แทบจะจมลงไปกับอกแกร่ง
สองแขนเธอยกขึ้นประสานป้องหน้าอกอวบอิ่มเอาไว้เพราะโดนโอบไปกอดโดยไม่ทันตั้งตัว
“มันคิดว่ามันส่งมาได้คนเดียวหรือไง แต่คงไม่ต้องให้ผมบอกใช่ไหมว่ามินต้องทำยังไงต่อ”
ข้อความที่ส่งเข้ามาในเครื่องมินตราเมื่อสักครู่ก็คือภาพสวีตหวานในวาระต่าง ๆ ของชายโฉดหญิงชั่วสองคนนั้นที่ทำอะไรลับหลังเธอ
เพราะชะเอมกลัวว่าลูกจะไม่มีพ่อ ต่อให้มินตราจะประกาศกราวต่อหน้าคนหลักสิบหลักร้อยว่ายกผู้ชายชั่วคนนั้นให้แล้ว แต่คนท้องโตที่ถนัดแต่ทำเรื่องชั่ว ๆ ก็ยังคงไม่รู้จักปล่อยวาง
ชะเอมไม่ยอมปล่อยมินตราไป เพราะณัฐชัยก็พยายามติดต่อขอคืนดีอย่างไม่ลดละ
ก็แน่นอนนั่นเป็นเพราะคนมันไม่มีอะไรดีนอกจากเพศสภาพที่ผู้เป็นแม่ให้มาก็เท่านั้น ถึงได้ต้องมานั่งส่งทั้งรูปทั้งข้อความสวีตหวานที่แอบคุยลับหลังกันด้วยกลัวว่ามินตราจะกลับไปหาณัฐชัยอีก!
“ฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้น”
“แล้วมินจะปล่อยให้พวกมันหัวเราะเยาะเหรอ?”
มินตราเงยหน้าขึ้นไปมองคนพูด ปลายจมูกของเธออยู่ใกล้กับปลายคางสากของเขา
เชื่อไหมว่านนทภพไม่มีรูขุมขนเลยสักนิด ผิวหน้าของเขาเรียบเนียนจนเห็นเส้นเลือด
“สองคนนั้น…แอบกินกันมาน่าจะเกินปี โดยที่คุณไม่รู้”
กลิ่นกายสะอาดตัดกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ลอยกรุ่นใกล้ปลายจมูก มันควรจะขัดกันอย่างน่ารำคาญแต่น้ำหอมกลิ่นนั้นกลับคลุกเคล้าออกมาเป็นอะไรที่...แปลกดี หอมแปลก ๆ
“คุณอย่ามาปั่นฉัน…” เสียงเธอเบา แต่เจือความสับสน
“ไม่ได้ปั่น…แค่พูดความจริง” เขาย้ำอีกครั้ง
เสียงชัตเตอร์จากโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นรัว ๆ ก่อนที่ภาพรอยยิ้มมุมปากจะซ้อนทับในสายตา
รอยยิ้มร้ายนั้นทำให้มินตราไม่แน่ใจว่าความจริงนนทภพมาช่วยให้เธอตื่นจากฝันร้าย หรือเขาต่างหากที่เป็นปีศาจและกำลังลากเธอเข้าสู่วังวนของความเจ็บช้ำใหม่อีกครั้ง!
มินตราดันตัวเองออกจากอ้อมกอด แต่เพราะนนทภพตัวใหญ่กว่าเธอมาก ฝ่ามือของเขาก็ใหญ่แบบที่กำข้อแขนของเธอเพียงมือเดียวอยู่หมัด
“มีบางรูปที่มันไม่ได้เห็นหน้าผมและก็ไม่ได้เห็นหน้ามิน แต่มันใช้ได้นะ สวยดีออก…มุมข้างแบบนี้ คุณเป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยรู้ไหม”
คำชื่นชมซึ่ง ๆ หน้ามินตราฟังมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
แต่พอเจอนนทภพชื่นชมกันตรง ๆ ด้วยแววตาชมชอบไม่ปิดบัง ในอกของมินตราก็รู้สึกสั่นไหว
มุมข้าง ๆ คือเขากำลังโอบกอดเธอโดยใบหน้าของมินตราที่ปรากฏในภาพถ่ายกำลังซุกอยู่บนลำคอหนาของเขา
มันแค่ภาพเดียว...แต่เป็นภาพที่บอกใครต่อใครว่าฉันไม่ใช่คนที่ยังเสียใจอยู่
“ฉันไม่อยากมีปัญหา” นนทภพได้ยินก็ระบายยิ้ม
“มันจะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน…แต่ถ้ามินจะเปิดเรื่องของเราก็ได้นะ” เพราะนนทภพไม่ได้คบใคร เขาโสดและอยู่ในโหมดลั้นลา
“คุณรู้ว่าฉันจะไม่มีทางเปิดตัวคบใครเร็ว ๆ นี้”
เพราะเธอเพิ่งเลิกกับคู่หมั้นที่คบมาหลายปีได้ยังไม่ถึงอาทิตย์ การเปิดตัวคบคนใหม่เลยเธอจะต่างอะไรกับคนพวกนั้น
แต่เธอต้องจมเหรอ ไม่หรอก ทำไมคนที่ซื่อสัตย์จะต้องเป็นฝ่ายเจ็บมากกว่าด้วย
“มันก็ไม่แน่หรอก บางคู่คบสิบปีแต่งเดือนเดียวยังเลิกกันเลย กลับกันบางคู่เจอกันอาทิตย์เดียวแต่งงานอยู่กันเป็นสิบปีไม่เคยมีปัญหา”
“...”
“เวลามันพิสูจน์สิ่งที่อยู่ในนี้ไม่ได้หรอก…” ปลายนิ้วมือของเขาจิ้มลงมาเหนือหน้าอกข้างซ้ายของเธอ
มินตรามองหน้าเขาและเธอก็จิ้มหน้าอกข้างซ้ายของเขากลับไป
“คุณพูดแบบนี้ได้เพราะในนี้ของคุณมันไม่มีอะไรไง”
มินตรากำลังบอกว่านนทภพไม่มีหัวใจ
นนทภพไม่ตอบรับในคำพูดของเธอ แต่ส่งเสียงหัวเราะจากลำคอหนาออกไปแทน
“มันจะมีหรือไม่มี…คุณก็ลองมาเปิดดูก่อน”
ใครจะเปิดก็เปิดแต่เธอไม่มีวันเปิดแน่นอน เพราะใครได้เป็นผู้หญิงของนนทภพนั่นคือเป็นของเล่นไฮโซ
แม้แต่ไฮโซด้วยกันเองก็ยังจับเขาไม่ได้ไล่เขาไม่ทัน และกับมินตราที่ก็เจ็บระบมมากับความรักที่เพิ่งจะพังทลายไป เธอไม่อยากเสี่ยง
“ผมไม่อยากเชื่อว่ามินจะเป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ แบบนี้นะ” เพราะเขาเห็นความชั่งใจในแววตาของเธอ
“บอกแล้วไงว่าไม่อยากมีปัญหา ฉันชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่ต้องการให้ชีวิตวุ่นวาย”
“แค่หนึ่งภาพที่ลงไปมันอาจจะสร้างปัญหาให้คุณ…แต่มันก็สะใจดีไม่ใช่เหรอ”
สะใจ…แน่นอนว่าเธอก็อยากเอาคืน
“หรือคุณอยากจะขยับท่าทางใหม่สักหน่อยเอาแบบที่จะสบายใจว่าใครมองก็จะไม่รู้ว่าเป็นผมแน่ ยินดีให้ยืมหุ่นนะ กอดได้ตามสบาย”
มินตราเม้มปากมองหน้าเขา ดวงแววตาเคร่งขรึมแต่ไม่ไร้อารมณ์
มินตราตัดสินใจในนาทีถัดมา เธอวางมือลงบนแผ่นอกแกร่งก่อนจะขยับตัวยืนขึ้น และยื่นใบหน้าไปเกือบจะวางบนไหล่
เธอกดชัตเตอร์เก็บภาพเป็นที่ระลึกสามภาพ เป็นภาพที่เธอไม่ได้มองกล้องแต่ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแบบที่เห็นโคนผมด้านข้างของผู้ชาย และติ่งหูของเขาที่ประดับด้วยตุ้มหูเพชรเม็ดพอดี
“หนึ่งคืนของคุณคืออะไร”
เธอถามก่อนจะหดตัวกลับมานั่งประจำที่และเริ่มปฏิบัติการเช็กภาพที่ภ่ายเมื่อครู่
นนทภพไม่ตอบแต่ยิ้มและเคาะปลายนิ้วกับแก้วไวน์ในมือเป็นจังหวะเดียวกับดนตรีในร้าน
มินตรากดลงภาพภายในสตอรี่ส่วนตัวของเธอ ไม่มีแคปชันอื่นใด ไม่มีการเมนชันถึงใคร และไม่ได้บอกว่าเป็นที่ไหน แต่เธอคิดว่าน่าจะมีคนรู้ เพราะเพื่อนสนิทเธอลงว่าอยู่ที่นี่
“ถ้าคุณตอบช้าฉันขอยกยอดเป็นวันอื่น…”
นั่นเพราะเธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว มินตราลุกจากเก้าอี้เรียกพนักงานมาจัดการบิลล์
“ก็แค่ไปดื่มไวน์ที่ห้องผม…”
นนทภพยกมือบอกพนักงานเท่ากับบิลล์โต๊ะนี้ของมินตราเขาจัดการให้ทั้งหมด
“หรือว่ามินไม่กล้า?” มินตราบอกไม่ถูกว่าตัวเองกล้าหรือไม่กล้า
“หรือว่ามินกลัวผม?” และเธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรผู้ชายตรงหน้า
“ถ้าจะไปก็ไปห้องฉัน…”
นนทภพเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ไม่มีสักครั้งที่เขาจะไปดื่มนอกสถานที่และเป็นห้องของผู้หญิง เพราะนั่นคือสิ่งต้องห้าม
“หรือว่าคุณไม่กล้า?” มินตราถามพร้อมระบายยิ้มสวยส่งไป ก่อนจะเรียกพนักงานบอกว่าเธอจะเอาไวน์ขวดนี้กลับ ในเมื่อเขาตั้งใจเลี้ยงก็เอากลับไปด้วยให้หมดนี่แหละ
“หรือว่าคุณกลัวฉัน?” ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นชวนไปห้องนนทภพคงจะกู๊ดบายลาก่อนโดยไว แต่พอเป็นผู้หญิงตรงหน้าหัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นมาเสียเฉย
“คุณมีอะไรให้ผมกลัวล่ะมิน…” มือหนาของเขาคว้ามือบางของเธอไปจับก่อนจะกระชากมายืนอยู่ข้างกัน
แววตาหยอกล้อเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรุ่มร้อนแบบที่มินตราต้องเบนหลบสายตา
“ถ้ามีก็รีบ ๆ เอาออกมานะ ผมอยากรู้จะแย่”
มินตรายังไม่ทันตั้งตัวเธอก็โดนฉุดกระชากให้เดินตามนนทภพออกไปที่ลานจอดรถแล้ว
