บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

บทที่ 5 ไม่เคยได้สัมผัส

“คุณไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้…”

เพราะนนทภพนั่งจมจ่อมอยู่หน้าบาร์กับเธอเข้าชั่วโมงที่สองแล้ว เครื่องดื่มกำลังจะถูกเปิดเป็นขวดที่สาม และเขาก็ขยันเติมให้กันแบบสุด ๆ เธอจะไม่ดื่มก็ไม่ได้เพราะเสียเชิงหมด!

มินตราคงไม่ต้องถามเขาให้แน่ใจว่านนทภพคือเจ้าของไนต์คลับหรูที่เรากำลังนั่งกันอยู่นี่หรือไม่

เพราะไวน์หายากพวกนั้นเขาสามารถหยิบมาเปิดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครก่อน

นนทภพเปิดทิ้งเปิดขว้าง เพียงแค่เธอย่นจมูกหรือเม้มปากเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนขวดเพื่อเอาใจเธอทุกอย่าง

ดวงตากลมโตจดจ้องมองข้อแขนที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเลื่อมปักคริสตัล แบบที่บ่งบอกว่าคนใส่เป็นคนไฮแฟชั่นจ๋า และเธอก็หลุดยิ้มก่อนจะมองเสี้ยวหน้าหล่อคมคายของเขา

“คุณยิ้มอะไร…แอบตลกเสื้อผมเหรอ นี่เขาขายเฉพาะคนที่แบรนด์อยากขายให้นะ มีเงินก็ซื้อไม่ได้”

มินตราส่ายหน้าทันทีทันใด เพราะเธอไม่ได้ตลกกับการแต่งตัวของเขา...เธอไม่ได้คิดแบบนั้น

มินตราเป็นคนอัปเดตแฟชั่นอยู่ตลอด เธอจำได้ทันทีว่าเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวนี้เพิ่งวางขายไปไม่นาน แบรนด์นี้ก็ขายให้เธอเพราะเป็นลูกค้าประจำ

ตอนนั้นเธอก็คิดจะซื้อมาเหมือนกัน และจะซื้อให้ใครล่ะถ้าไม่ใช่คู่หมั้นเก่า แค่คิดภาพเขาใส่ก็ขำไม่ออก คงดูเหมือนคนตัดอ้อยหาปลาไม่มีผิด

ตรงกันข้ามกับคนตรงหน้า เพราะอะไร ๆ มันก็ลงตัวไปหมด เสื้อเชิ้ตตัวนี้ที่อยู่บนตัวของนนทภพกลับดูดีอย่างเหลือเชื่อ

ราวกับว่าเหมือนมันถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

มินตราเป็นคนแต่งตัวเก่ง เธอหลงใหลในความสวยงามและทันสมัย

และใช่...เธอยอมรับว่าการแต่งตัวของนนทภพโดนใจเธอไม่น้อย

แค่หนึ่งอย่างที่เข้ากันได้ บางที...การเริ่มจากคำว่าคนรู้จัก แล้วค่อยขยับไปเป็นเพื่อนก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

“ผมอยากนั่งตรงนี้…กับมิน”

มินตราละสายตาจากนาฬิกาข้อมือราคาแพงของเขาและหันไปมองหน้าคนพูด เธอโคลงศีรษะยิ้มทั้งยังรับแก้วไวน์ที่นนทภพส่งมา ทั้งสายตาและอากัปกิริยาคล้ายจะเลื่อนลอยอยู่ในที

“คุณเป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน?” ปลายนิ้วมือของเธอขีดเขี่ยลงไปบนผิวของแก้วไวน์ทรงสูง

“ผมดีใจที่คุณถามนะ” เขาหันมายิ้มและเคาะปลายนิ้วลงบนท็อปหินอ่อนของเคาน์เตอร์บาร์

“ทำไมต้องดีใจ ฉันก็แค่ถาม…” มินตราไม่เข้าใจว่าแค่หนึ่งคำถามที่แสนจะธรรมดาของเธอจะทำให้ใครดีใจได้

“แค่คุณถามก็เท่ากับว่าคุณไม่ได้ตัดสินผมจากทุกอย่างที่เห็นและได้ยินมาไง” คำตอบของเขาแน่นอนว่าเหนือความคาดหมายเสมอ ๆ

“...”

“มินเริ่มแง้มประตูให้กันนิดหนึ่งแล้วใช่ไหม?”

ตอนแรกมินตรารู้สึกมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากมายก่อนหน้านี้ แต่พอได้ยินนนทภพพูดแบบนี้เธอก็ไม่อาจแน่ใจแล้วจริง ๆ ว่าเมาไวน์หรือเมาเขากันแน่

“ฉันไม่ได้แง้มประตู…”

“ถ้างั้น…แง้มหน้าต่างก็ยังดี”

พูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง มินตราจึงหันหน้าไปอีกทางและยกแก้วไวน์จรดเรียวปากขึ้นดื่ม เธอเอียงเก้าอี้ไปอีกด้านแน่นอนว่าต้องการหลบหน้าผู้คนที่เข้ามาทักทายนนทภพ

และด้านหน้าของเธอผนังส่วนหนึ่งของบาร์เครื่องดื่มเป็นกระจก ไม่ว่าเธอจะหันหน้าหรือไม่หันหน้า คนที่ตั้งใจมองก็ต้องเห็นหน้ากันอยู่แล้ว

สำหรับมินตราเธอมาที่นี่ด้วยฐานะลูกค้าไม่ได้มาในฐานะเด็กใคร จะให้เธอมาก้มหน้าก้มหน้าหลบสายตาผู้คนนั่นก็ไม่ใช่นิสัยส่วนตัวของเธอ

“ดื่มแล้วก็กลับโต๊ะเถอะ…”

นนทภพพูดกับคนที่เดินเข้ามาทักด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นไม่ได้แข็งกร้าว

แต่มันกลับนิ่ง...นิ่งจนคนฟังเหมือนโดนสั่งมากกว่าถูกขอ

ไม่มีคำพูดหยอกล้อ ไม่มีการยั่วเย้าแบบที่มินตราเคยเจอกับบรรดาเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักของอดีตคู่หมั้น

แค่คำพูดสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาเงียบลง มินตราเหลือบตามองชายหนุ่มข้างกายโดยไม่ตั้งใจ

คนพวกนั้น…แค่ชนแก้วกับนนทภพแล้วก็ปลีกตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ

มันมีบางอย่างในตัวเขาที่มินตราไม่เคยได้สัมผัสจากผู้ชายคนไหนมาก่อนนั่นคือ...อำนาจ

อำนาจที่ไม่ต้องใช้เสียงดังหรือท่าทีข่มขู่ เพียงแค่แววตาเฉียบคมตวัดมองก็ทำให้คนเหล่านั้นไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้ามองเธอด้วยซ้ำ

ไม่ใช่เพราะกลัวเธอ…แต่เพราะเกรงใจเขา

“อึดอัดหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามเธอหลังจากคนรู้จักคนที่หกที่เข้ามาทักทายเขาจากไปแล้ว

มินตรามองหน้าเขาเพราะเธอไม่รู้ว่าต้องตอบยังไง หากบอกว่าอึดอัดแล้วยังไงต่อ

เธอจึงดื่ม…ยกแก้วขึ้นดื่มทั้งที่ดวงตาของเธอก็ยังคงมองไปที่เขา

“ถ้าอึดอัด และมินอยากดื่มต่อ...ผมมีที่ดี ๆ สะอาด ปลอดภัย…”

มุมปากคนฟังยกขึ้น มินตราอมน้ำองุ่นรสขมเฝื่อนในปากอย่างตั้งใจ เธอยังไม่กลืนมันลงไปเพราะแค่อยากซึมซับรสชาตินั้นเอาไว้ให้นานที่สุด

ไวน์ที่ดื่มวันนี้...มีรสชาติที่ดีจนน่าแปลกใจ

“ไว้ใจได้…” นนทภพย้ำ น้ำเสียงและแววตาเจ้าเล่ห์นั่นไม่ได้ทำให้มินตรารู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่นิด

กลับกัน...มันเหมือนเชื้อเพลิงเล็ก ๆ ที่จุดไฟในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

มินตราวางแก้วในมือลง เปลี่ยนท่าทีมาเท้าคางแล้วจ้องหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมา

“คุณคิดว่าฉันเป็นเด็กอมมือหรือไง...ถึงไม่รู้ว่าผู้ชายที่เปิดบทสนทนาด้วยประโยคแบบนี้ต้องการอะไร?”

เสียงของเธอเบาแต่น้ำหนักคำหนักแน่นจนนนทภพมองเสี้ยวหน้านั้นด้วยความสนใจ

เขายิ้มอย่างคนที่รู้ว่าเจอของจริงเข้าให้แล้ว

“ก่อนหน้านี้มินบอกว่าแค่ผมอ้าปาก คุณก็เห็นลิ้นไก่ผมแล้ว ถ้าคิดแบบที่พูดก็คงไม่ใช่ ผมไม่ใช่พวกหลอกมอมไวน์ผู้หญิงและลากขึ้นห้อง ถ้าคุณไม่เล่นด้วย…ผมก็ไม่บังคับ”

นนทภพยืนยันคำพูดของเขาด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่เสียงหัวเราะหยอกเย้ากลับทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งร่าง

“คุณมั่นใจ?” ที่ถามเพราะมินตราเองต่างหากที่ไม่มั่นใจ

“ต้องถามคุณต่างหากว่ามั่นใจหรือเปล่า…ผมก็ไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก และไม่ใช่พวกกะโหลกกะลา ทั้งยังไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยแบบที่คุณเคยเจอ สเตตัสของเราได้แค่ไหนก็แค่นั้น...”

นททภพพูดจบก็ยิ้มและคว่ำปากทั้งยังละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ของมินตราที่ส่องแสงสว่างวาบขึ้นเพราะมีคนส่งข้อความเข้ามา

“ฉันแค่ดื่มไวน์กับคุณ ไม่ได้ตกลงทำสนธิสัญญาจะมีเซ็กซ์กับคุณ”

เธอเน้นย้ำคำพูดนี้แบบชัดถ้อยชัดคำราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจ

ในเมื่อเขาพูดตรงแล้วทำไมเธอต้องพูดอ้อมด้วย ผู้หญิงผู้ชายสิทธิเท่าเทียม มันไม่ใช่นนทภพคนเดียวที่จะพูดได้ อายุของมินตราก็ไม่ใช่น้อยแล้ว

แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไรต่อโทรศัพท์มือถือของมินตราที่สักครู่มีข้อความเด้งเข้าตอนนี้กลับสั่นครืดเพราะมีคนโทร. เข้ามา

“ไม่รับสายเหรอ?” นนทภพโน้มหน้าเข้ามาใกล้และกระซิบถามเธอเสียงยั่วเย้า

แม้จะเป็นเลขหมายที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่สำหรับเบอร์โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ของเธอน้อยคนนักที่จะรู้…และมินตราก็รู้ว่าใครเป็นคนโทร. เข้ามาในเวลาแบบนี้

“ถ้ามินไม่อยากรับ…ผมรับให้ได้นะ” นนทภพเสนอตัวด้วยแววตาวาววับราวกับกำลังเจอความสนุก

มินตราหันไปมองหน้าเขา และเพราะว่านนทภพเคลื่อนหน้าเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เธอมาก แค่เธอหันเพียงเล็กน้อยปลายจมูกโด่งเล็กก็แทบจะสัมผัสแก้มสาก

“ก็รับสิ…”

“แต่ต้องมีค่าจ้างนะไม่ได้ทำฟรี”

“เท่าไหร่?”

“หนึ่งคืน…”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel