บทที่ 4 คนแรกที่จีบ
บทที่ 4 คนแรกที่จีบ
“คุณไม่ต้องมาอวดเบ่ง... คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไง?”
มินตราตวัดสายตาไม่พอใจมองไปที่นนทภพ แต่เขาแค่ยิ้มกว้าง ก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนไม่รับรู้เลยว่าเธอกำลังโกรธเขามากแค่ไหน
มินตราเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้เธอผิดที่ใช้อารมณ์แบบไม่สนใจอะไรเลย
แต่ตอนนั้นมันเลือดขึ้นหน้า และนิสัยแพ้ไม่เป็นมันทำงานเต็มที่ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปมินตราก็ยังเลือกทำเหมือนเดิม ฉีกหน้าพวกคนศีลธรรมต่ำสองคนนั้น!
“ก็บอกตัวเลขมาสิฉันจะรับผิดชอบ ส่วนคอนเน็กชันถ้าให้พูดกันตามจริง เรื่องของฉันมันไม่ใช่เรื่องของคุณ”
มินตรากำลังจะบอกว่าต่อให้เธอทำอย่างนั้นที่โชว์รูมนนทภพ คนที่ดูไม่ดีก็คือตัวเธอเองและมันไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยด้วยซ้ำ
“มินก็คิดง่ายเกินไป…” เขายังพูดไม่ทันจบแต่เธอก็หันมากระแทกเสียงใส่
“เราไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมแบบที่คุณจะมาเรียกชื่อเล่นฉันแบบนี้ได้นะ” นนทภพยักไหล่ไม่แยแสแถมยังเสิร์ฟไวน์แดงในขวดของเขาลงแก้วเปล่าของเธอ
“ผมไม่ได้เป็นคนสนิทกับใครง่ายนะ และมินลองคิดดูดี ๆ ว่ามีผมเป็นพันธมิตรมีอะไรให้ต้องเสียหาย” แน่นอนว่าการรู้จักนนทภพคงไม่มีอะไรให้ต้องเสียหายหรอก
เพราะเขาทั้งหล่อ รวย หน้าที่การงานก็ดี ชาติตระกูลไม่ต้องพูดถึง การได้เป็นคนรู้จักของเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่สำหรับมินตรามันติดอยู่อย่างเดียว…ชื่อเสียงในเรื่องผู้หญิงของเขามันโคตรจะต่ำเตี่ยเรี่ยดินมาก
มินตราจะไม่เป็นของเล่นของใคร! และผู้ชายที่เธอจะไม่เข้าใกล้เลยก็คือผู้ชายแบบนนทภพ!
“การที่คุณมาหว่านล้อมให้ฉันเป็นพันธมิตรกับคุณ เพราะการคบฉันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย…ไม่ใช่เหรอ?”
นนทภพหัวเราะออกมาพร้อมกับยืดกายเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม
“ชอบจริง ๆ คนรู้ทัน…” นนทภพบอกด้วยน้ำเสียงเริงร่า ใบหน้าของเขายังคงยิ้มไม่หุบ
“แค่คุณอ้าปาก…ฉันก็เห็นลิ้นไก่คุณแล้ว” สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความอวดดี
มุมปากหยักยกขึ้นก่อนจะยื่นแก้วในมือตัวเองมาข้าง ๆ แก้วของเธอ
“แค่มินพูดออกมา ผมก็รู้เหมือนกันว่ามินคิดอะไร…”
ถ้าเธอเป็นคนถือดี นนทภพก็คงไม่ต่างกัน
“คุณไม่รู้หรอกว่าฉันคิดอะไร…” ปากอวบอิ่มของเธอแสยะยิ้ม และสุดท้ายมินตราก็ยกแก้วไวน์ในมือตัวเองขึ้นดื่ม แต่ไม่ยอมยื่นแก้วตัวเองไปชนกับแก้วที่ยื่นมา
“ก็ลองฟังดูก่อนไหมล่ะ…” เขาพูดแล้วอมยิ้มทั้งยังจิบเครื่องดื่มในแก้วตัวเอง
มินตราไม่ตอบแต่จ้องตาเขา ก่อนที่เธอจะละสายตากลับมาที่แก้วไวน์ตัวเอง
“อยากฟังไหมครับคนสวย” เสียงหัวเราะของเขากระแทกเข้ามากลางอกของเธอ
“อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะคุณนนท์ สรุปตัวเลขมาเลยดีกว่าว่าคุณจะเอายังไงกันแน่ มาอ้อร้อใส่กันแบบนี้มันเสียเวลาทั้งคุณและฉัน!” ความเกรี้ยวกราดผุดขึ้นมาบนใบหน้าเนียน
“เอะอะคุณก็จะเอาแต่ยอดเงินมาคุยกัน ถามจริง ๆ ว่ามินไม่มีความจริงใจมากกว่านี้ให้ผมแล้วเหรอ? ผมขายของไม่ใช่บาทสองบาทนะครับ แต่กลับปล่อยให้มีบ้านใหญ่บ้านเล็กมาตีกัน คุณคิดว่าความน่าเชื่อถือของผมมันยังเหลืออยู่จริง ๆ เหรอ ได้เงินคุณมาแล้วใครจะมองผมดี?”
เขาพูดจบก็เอียงศีรษะมองเธอและระบายยิ้มเล็กน้อย
“คุณอย่าใช้คำว่าบ้านใหญ่บ้านเล็กเพราะฉันยังไม่แต่งงาน!” เธอกัดฟันบอกเขา
ตลอดเวลาที่สนทนากันมินตรายอมรับว่ามันมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง นนทภพนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างท่อนขายาวของเขายืดยาวมาถึงเก้าอี้ของเธอ
“ผมก็ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้คบใคร โสดสนิท” เธอเม้มปากแน่นเหนื่อยจะพูดกับเขาแล้ว
มินตรามองท่อนขาที่มาเสียดสีเบียดชนกับขาเรียวของเธอ หญิงสาวขยับเท้าออกห่าง แต่เขาก็ขยับเข้ามาใกล้อย่างไม่ยอมแพ้
“คุณจะโสดหรือไม่โสดก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน” ดวงตาเฉยเมยของเธอทำให้นนทภพรู้สึกสนอกสนใจมากกว่าเดิม
นนทภพยกแขนขึ้นก่อนจะยื่นไปข้างหน้าและจับพนักเก้าอี้ของมินตรา ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม กลิ่นกายหอมสะอาดกรุ่นฟุ้งไปหมดแค่เพียงเขาขยับตัว
“สิ่งที่ผมเสียไปต่อให้มินเอาเงินมากองก็ทดแทนกันไม่ได้หรอก แต่ถ้ามินอยากรับผิดชอบจริง ๆ เราก็มาทำความรู้จักกันดีกว่า”
“มันเกี่ยวอะไรกัน”
“แล้วมินกลัวอะไร คุณตั้งแง่กับผมตั้งแต่แรกเลยนะ”
นนทภพถามเธอ เขายกมือขึ้นเท้าคางและมองหน้าเธอ
“ฉันไม่ได้กลัวคุณค่ะคุณนนทภพ แต่ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้แบบคุณ…พูดตรง ๆ แค่คุยยังไม่อยากจะคุย”
“อ๋อ…ผมรู้ครับว่ามินชอบผู้ชายเซื่อง ๆ ซึม ๆ คนที่จะอยู่ในโอวาทของคุณ คนที่คะขาจ๊ะจ๋าแสดงออกนอบน้อมภายนอกสุภาพอ่อนโยน แต่ลับหลังของคุณ…”
นนทภพพูดทิ้งไว้แค่นั้นและฉีกยิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นพบเจอกับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยโทสะที่เต็มแน่น
เขากำลังแดกดันเธอ!
“คนที่คุณคลุกคลีรู้จักกันมานานหลายปี คุณยังไม่รู้เลยว่าสันดานของคนคนนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนยังไง แต่คุณกล้าที่จะตัดสินผมไปแล้วทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันมากมายเลย พูดคุยกันยังไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ…แบบนี้ผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ”
ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนคนที่รู้สึกน้อยใจแล้วจริง ๆ มินตรามองตาเขากลับไป
ลึก ๆ เธอกำลังรู้สึกโกรธ แต่มันก็ไม่ได้โกรธมากมายที่โดนเขาพูดแทงใจดำ
“แล้วคุณมีดีแค่ไหนที่จะไม่ให้ฉันตัดสินจากสิ่งที่รู้มาล่ะ”
ปากอวบอิ่มบิดยิ้ม นนทภพเลิกคิ้วขึ้นและหัวเราะ
“ไม่ว่าคุณจะรู้อะไรมาจากคนอื่น มันก็เทียบไม่ได้หรอกกับสิ่งที่คุณจะสัมผัสจากผมด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะได้ยินอะไรมานะ ผมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยมั่นใจได้เลย” เธอกัดปากกำก้านแก้วไวน์แน่น
ทุกคำพูดทุกประโยคนนทภพตอกย้ำให้เธอได้รู้ว่าวันนั้นเขาได้ยินที่เธอพูดกับณัฐชัยอดีตคู่หมั้นทั้งหมดทุกคำ!
“คุณกำลังจีบฉัน...แบบไหนกันแน่!” เธอหมุนเก้าอี้หันมาหาเขา ต่อให้ท่อนขาของเราเสียดสีจนถึงขั้นจะซ้อนกันแล้ว
มินตราก็ไม่ได้สนใจช่องว่างระหว่างชายหญิงอีก
“จีบก็คือจีบ มันต้องมีแบบไหน ผมเป็นคนตรง เป็นคนแบบเดียวกับคุณ...คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจีบนะมิน”
นนทภพเม้มปากอมยิ้ม ดวงตาของเขาพร่างพราวจนเธอแสบตาไปหมด!
“ฉันต้องดีใจไหม ต้องดีใจขนาดไหน!” เธอแสยะยิ้มร้ายใส่กันก่อนจะวางแก้วไวน์ในมือไว้ข้างแก้วของเขา
“มินไม่ต้องดีใจหรอก แต่ถ้ามินโอเค...ผมจะดีใจมาก”
นนทภพเทรินไวน์แดงขวดของเขาให้กับเธอ
“คุณจะดีใจได้นานแค่ไหน…ฉันก็ไม่สนใจหรอก”
การที่มินตราไม่สนใจนั่นเท่ากับว่าเธอสนใจในสิ่งที่เขาพูดแล้วหรือเปล่า
“ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะใจดีนานแค่ไหนก็อยู่ที่ว่ามินดีกับผมแค่ไหน แค่อนุญาตให้จีบจะติดไม่ติดก็ไม่ว่ากัน ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้ชวนตี”
เรามองตากันและมินตราก็ยอมที่จะยกแก้วในมือตัวเองชนกับแก้วในมือของนนทภพ...แบบนี้นั่นเท่ากับว่าเธอตกลงแล้วหรือเปล่า
