บทที่ 2 เจ้าของไวน์
บทที่ 2 เจ้าของไวน์
“NGO CLUB TWO ไนท์คลับเลาจน์สถานบันเทิงครบวงจรที่ติด 10 คลับที่ดีที่สุดในกรุงเทพที่จะพาคุณปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง…”
มินตราเหลือบดวงตาภายใต้แว่นสีชามองไปยังกำแพงด้านข้างที่มีเสียงโฆษณาดังออกมาทั้งที่ไม่มีลำโพงปรากฏอยู่สักตัว
นั่นหมายถึงการออกแบบที่ทันสมัยและที่นี่ตั้งแต่รถเลี้ยวเข้ามาในอาคารแห่งนี้ก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราและส่วนตัว ดูน่าค้นหาแบบมีมิติลี้ลับ
“เป็นไง ที่นี่โอเคอย่างที่ฉันบอกเลยไหม?”
เจ้าของเมมเบอร์หกหลักสวมกอดลำแขนเธอและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรื่นเริงเป็นพิเศษ
“ก็ดี…” มินตราตอบกลับเสียงเบาและเดินสาวเท้าบนรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วเปิดหน้าตามบริกรในชุดสูทสุดดูดีนั่นไป
“แค่ก็ดีเหรอ…วันนี้ที่นี่มีงาน เสียดายที่แกไม่แต่งตัว”
ยลดากระซิบกระซาบและชายตาแลมองไปตามทางเดินที่พวกเราสี่คนกำลังเดินเข้าไป
ความเป็นส่วนตัวที่นี่เรียกว่าชั้นนำ แต่เมื่อเข้าไปโซนด้านในแล้วนั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง
“แกจะว่าฉันไม่สวยเหรอ?” มินตราถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก เพราะตอนนี้ความสนใจของเธอกลับจดจ่ออยู่กับสถานที่แห่งนี้มากกว่า
ทางเดินที่พวกเขากำลังเดินผ่านดูเหมือนประตูสู่โลกใบใหม่ โลกที่เงียบสงัดจนแทบไม่ได้ยินเสียงเพลงจากภายใน
ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าข้างในคือคลับ อาจไม่มีใครเชื่อเลยว่าที่นี่จะเป็นสถานที่แบบนี้
“ใครมันจะไปกล้าว่าน้องมินคนสวยของแม่คะ คิดดูสิขนาดหนูใส่กางเกงยีนปอน ๆ กับเสื้อแขนกุดธรรมดา ผมก็มัดรวบสวมหมวกแก๊ปและใส่แว่นตาสีชาแบบนี้ มีตรงไหนบ้างไม่ดูดี แค่นี้ก็ดูสวยดูรวยมากละค่ะ”
“กางเกงปอน ๆ ของมันตัวละกี่หมื่นเหอะ” พิชานันท์เดินนำไปกับเนตรนภาแล้วก็ยังไม่วายจะหันมาแขวะเพื่อน
“มินแต่งตัวแบบไหนก็สวย แต่พราวว่ากางเกงตัวนี้มันเหมือนเปื้อนสนิม…”
เนตรนภาเป็นคนค่อนข้างเนี้ยบ เธอไม่ค่อยปลื้มอะไรที่มันเลอะเทอะจึงพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจแฟชั่นของเพื่อนสนิท
“โอ๊ย! นังพราว! ไอ้พีชตีปากมันสิ!” พิชานันท์ก็ยิ้มแทนที่จะทำอย่างที่ยลดาว่าเพราะตัวเธอเองก็คิดแบบนั้น
มินตราบอกจะมาหาผัวใหม่แต่ดูมันแต่งตัวเหมือนแค่หาที่กินเหล้ามากกว่า
มินตราหลุดหัวเราะก่อนจะกางแขนออกและเนตรนภาก็วิ่งมาโอบเอวเธอและกระแซะร่างสูงของยลดาให้หลุดออกจากวงโคจร
“คุณโยชิสวัสดีครับ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
เสียงทุ้มของใครสักคนดังขึ้นจากด้านหลัง ในขณะที่พวกเรากำลังลังเลว่าจะขึ้นไปดื่มสังสรรค์กันในห้อง VIP ที่จองไว้ หรือจะอยู่ด้านล่างเพื่อสนุกกันที่หน้าเวทีกันก่อน
“สวัสดีค่ะคุณอั๋น เราไม่เจอกันนานจริง ๆ ค่ะ”
ฝ่ามือขาวสะอาดยื่นออกมาตรงหน้ายลดา และเธอก็ไม่รอช้ารีบจับมือทักทายกลับอย่างเป็นมิตรเกินเบอร์ทันที
“ยินดีต้อนรับครับ คุณพราวฟ้า คุณพีช และคุณ…”
ผู้จัดการคลับเอ่ยทักทายผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนหันหลังอยู่หน้าบาร์ แต่เธอไม่ได้สนใจคำทักทายของเขา
เพราะสายตากำลังจับจ้องไปที่เครื่องดื่มที่ซอมเมอลิเยร์ประจำคลับกำลังแนะนำให้เธอ
“นั่งข้างล่างก่อนนะ พวกแกไปกันเลย ฉันขออยู่ตรงนี้ก่อนแป๊บ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นตัดบทเพื่อนที่ตั้งนานแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะนั่งดื่มกันที่ไหน
เธอจึงเลือกที่จะปล่อยให้เพื่อนสนิทไปสนุกกันก่อน
“งั้นนั่งข้างล่างก่อนดีกว่าค่ะ” ยลดาพูดพร้อมส่งสายตาแพรวพราวไปยังคุณอั๋น
“คุณอั๋นพอจะหาที่ส่วนตัว ๆ ให้โยหน่อยได้ไหมคะ? วันนี้มีงานคนก็เยอะเหลือเกิน”
เธอพูดไปพร้อมกับเก็บเส้นผมทัดใบหูอย่างเกรงใจแต่เรื่องจริงใครบ้างจะไม่รู้จักยลดาเพราะไม่ว่าจะทุกแพลตฟอร์มในสังคมออนไลน์และหน้าทีวี ยลดาคนนี้คือหนึ่งในผู้มีอิทธิพล
ผู้จัดการร้านเข้าใจทั้งภาษากายและความหมายในประโยคจึงยิ้มรับตอบกลับอย่างยินดี
“ได้ครับ เชิญทางนี้…”
ยลดายิ้มกว้างก่อนจะเบนหน้าไปหาเพื่อนสนิททั้งสองให้เดินตามผู้จัดการร้านไปก่อน ส่วนตัวเธอนั้นหมุนตัวกลับมาหาเพื่อนสนิท
“คุณอั๋นเขาเป็นผู้จัดการร้านที่นี่ เมื่อกี้แกเสียมารยาท…”
มินตรายิ้มเล็ก ๆ ส่งไปให้เพื่อนก่อนจะปรายสายตากลับมาบนเคาน์เตอร์บาร์ข้างหน้า
“เขาเป็นผัวแกเหรอ?”
“อีบ้าก็พูดไป!”
“สาบานให้ฟ้าผ่าตรงนี้ว่าแกไม่ได้อยากจะกินเขา”
ยลดาได้ยินก็จิ๊ปากอย่างนึกมันเขี้ยว จึงกระเถิบเข้าไปใกล้คนที่รู้ทันไปหมดทุกอย่าง
มินตราเอียงหน้าไปมองหน้าอกอวบอิ่มของเพื่อนที่เพิ่งจะอัปไซซ์มาใหม่ ก่อนที่เธอจะเอาศอกถูสัมผัสเบา ๆ
“ก็นิ่มดีนะ สมกับที่เจ็บตัว” ยลดาเริ่มหงุดหงิดแย่งขวดไวน์ในมือเพื่อนสนิทและเอาไปวางไม่ไกลนัก
“ไอ้อยากกินเขาฉันก็อยากกินเขา! แต่นี่! ฉันพาแกมาหาผู้ใหม่นะแกมาสนใจอะไรกับไอ้ไวน์พวกนี้เนี่ย ไปกับฉันตรงนู้นผู้ชายบานเลยไป!”
ยลดากัดฟันพูดกับมินตราจริงจังแบบสุด ๆ แต่มินตรากลับถอดแว่นสีชาวางไว้บนเคาน์เตอร์แทน
มินตราเป็นพวกหน้าบางและเธอในสภาพตอนนี้ก็ไม่พร้อมจะเจอใคร แต่ในเมื่อเพื่อนเลือกที่นี่เธอก็เชื่อใจเพื่อน
นั่นคือเธอก็ไว้ใจยลดาถึงขนาดถอดแว่นที่สวมใส่ออกเพราะต้องการเป็นตัวเอง
“แกรู้ไหมว่าไอ้ไวน์พวกนี้ที่แกบอก ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ที่นี่มีให้ฉันกิน…”
“แกกำลังจะบอกว่าไอ้ไวน์แดงพวกนี้น่าสนใจกว่าผู้ชายที่ฉันกำลังจะแนะนำให้แกรู้จักงั้นเหรอ?”
“นั่นเท่ากับแกดิวผู้ชายไว้ให้ฉันแล้วงั้นสิ?” ยลดาถอนหายใจคว่ำปาก เพราะเบื่อคนรู้ทัน!
“ก็ไม่ได้ดิวใครไว้ คือฉันก็ไม่ยุ่งอยู่แล้วเรื่องส่วนตัว แกจะเลือกจะคุยจะคบจะนงจะนาบอะไรกับใคร ฉันก็แค่ลงรูปใน Close Friend และบอกว่าอยู่ที่นี่”
“Close Friend ของแกก็คือ Public ทั้งประเทศแล้วไหม?”
มินตราหันไปคว้าขวดไวน์ใกล้มือตรงหน้าและเธอก็ดื่มด่ำกับมันอีกครั้ง
“สรุปว่าจะนั่งตรงนี้ก่อนใช่ไหม?” ยลดาเห็นดวงตาที่ยังคงบวมอยู่ของมินตราและก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้
ดวงตาของเพื่อนที่มันยังคงบวมอยู่เล็กน้อยจากการร้องไห้อย่างหนัก ยลดาจึงเลือกที่จะตามใจมินตรา
“งั้นแกก็อยู่ตรงนี้กับไอ้ไวน์แดงที่แกสนใจไป…”
“ฉันไม่ได้สนใจไวน์แดง”
“แล้วแกสนใจอะไร?”
“สนใจเจ้าของไวน์แดง”
“...???”
“คนแนะนำไวน์บอกว่าไวน์นี่เป็นของเจ้าของร้าน…เขาไม่ขายให้ใคร ถ้าเขาไม่ถูกใจ”
“ถามจริง?”
“ก็แค่คุย…เรื่องไวน์”
“แกรู้ไหมเจ้าของร้านเป็นใคร?”
“จะเป็นใครฉันก็ไม่ได้สนใจ...”
มินตราพูดจบก็ยิ้มให้เพื่อนสนิทและล้วงมือหยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมาทาปาก
ส่วนยลดาเห็นท่าทีของเพื่อนแล้วรู้สึกขนลุกแทน
“เขาเป็นเสือนะนังมินแกอย่าหาเรื่อง…”
“งั้นก็ดีเพราะฉันชอบเลี้ยงหมา”
