บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 Move

บทที่ 1 Move

“เป็นไงเงียบกริบแบบที่ไม่มีมูลหมามันก็ไม่กล้าขี้ สมกับที่มีเพื่อนทำงานสายข่าวบันเทิงไหมล่ะ?”

“จะไปค่อนแคะอะไรมันนักหนา หรือจะให้มันเป็นขี้ปากชาวบ้านจนแทรกหน้าลงดินดี?”

“พูดไรก็สงสารเพื่อนหน่อย คนเพิ่งจะโดนคู่หมั้นนอกใจนะ…”

“ถ้าจะมาดูว่าฉันตายหรือยัง คำตอบคือยัง! รู้แล้วก็กลับบ้านไป!”

เสียงแหบแห้งตวาดออกมาเสียงดังลั่นออกมาจากห้องนอน ไม่นานนักร่างบางระหงในชุดนอนซีทรูสีดำสุดเซ็กซี่ก็เดินนวยนาดออกมาพร้อมกับขวดไวน์แดงเปล่าสองขวดในมือ

“แล้วไหนป้านีบอกว่าให้พวกเรารีบมาดูมันไง ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นจะตายอะไรเลย ก็แค่ตาปูดจนมองไม่เห็นตาดำก็แค่เนี้ย!”

เสียงของเพื่อนสนิทคนที่หนึ่งคือ ยลดา หรือ โยชิ (LGBTQ) นักข่าวสายบันเทิง

“ป้านีก็พูดซะเวอร์เชียว สภาพมันเหมือนคนจะเป็นจะตายตรงไหน ดูดิมันยังเปิดขวดไวน์ไหวอยู่เลย”

เสียงเพื่อนสนิทคนที่สองคือ พิชานันท์ หรือ ลูกพีช ทายาทเจ้าของตลาดขายส่งสินค้า

“ไม่เห็นจะเหมือนคนโดนทิ้งตรงไหน ถ้าสวยขนาดนี้แล้วโดนทิ้งคนที่ทิ้งก็โง่มากแล้ว”

เสียงเพื่อนสนิทคนที่สามคือ เนตรนภา หรือ พราวฟ้า เจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง

เนตรนภาเป็นคนเดียวที่เรียกรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของคนที่กำลังโยนที่เปิดขวดไวน์ทิ้งไปบนโต๊ะทานข้าว และหันมาสนใจการเทรินไวน์แดงราคาแพงลงในไวน์ทรงสูงใบใหม่

“นอกจากพราวฟ้าสุดที่รักของมินแล้ว… มินก็ไม่เห็นว่าเพื่อนคนไหนจะจริงใจได้เท่านี้” มินตราพูดจบก็ยกแก้วไวน์ขึ้นแนบริมฝีปาก

รสขมเปรี้ยวฝาดลิ้นของไวน์ราคาแพงไหลผ่านลำคออย่างช้า ๆ มันขมเสียจนเธอตื่นเต็มตา แต่กลับรู้สึกดีอย่างประหลาด

“แหมมม เพื่อนร้ากกกกก แล้วที่นั่งหัวโด่สองตัวอยู่นี่มันไม่ได้ช่วยอะไรแกเลยหรือไง!”

ยลดาลุกขึ้นเดินมาหาเพื่อนสนิทที่นอกจากเครื่องดื่มในมือและร่างแน่งน้อยที่กำลังสวมกอดกันอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารนั้น พวกมันก็ไม่สนใจอะไร

“ก็นอกจากพราวฟ้าสุดที่รักของฉันแล้ว ก็ไม่มีหมาตัวไหนมันเห็นใครจะพูดเข้ารูหูสักคน พราวฟ้าอยากได้อะไรจ๊ะ ยุโรปสักทริปไหม? ไปชอปให้ฉ่ำ…”

มือเรียวบางขาวใสนุ่มนิ่มจับลงมาบนปลายคางของเพื่อนสนิทอย่างเอ็นดู

พราวฟ้ายิ้มกว้างซุกหน้าลงบนหน้าอกอวบอิ่มไร้บราเซียร์ของเจ้าของเสียงพูด และแลบลิ้นไปทางเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่เธอ

ยังไม่ทันจบคำพูดของเจ้าของเพนต์เฮาส์สุดหรู สองคนที่พูดจากระทบกระเทียบเธอเมื่อสักครู่ก็วิ่งปรี่เข้ามาหา พิชานันท์คว้าแขนซ้าย ยลดาคว้าแขนขวา

“ยัยมิน! แกอย่ามาทรยศหักหลังฉันนะโว้ยยย ฉันกับไอ้พีชได้หลับได้นอนกันซะที่ไหนนั่งหาข่าวปิดรูให้แกเนี่ย!”

มินตราช้อนสายตาขึ้นมาสบตายลดาและยักคิ้วให้ทีหนึ่งแทนคำต่อล้อต่อเถียง

“น้องมินของชิชิ อย่าลืมนะคะว่าทุกครั้งที่มีข่าวคาว ๆ ของหนู ใครมันเป็นคนล้างคนเช็ดให้หนูคะลูก!” ก็ยลดาคนนี้นี่ไง!

“ใช่! ถ้าแกคิดจะให้หนึ่งไม่ให้สองก็ต้องคิดดี ๆ นะ เพราะเวลามีไรฉันรู้ก่อนใครเพื่อนและส่งไปบอกให้ไอ้ชิมันดักข่าว ถ้าแกจะไปหวังให้คนบางคน…มันส่งข่าวเด็ดให้แก กว่าจะเยื้องย่างแต่ละก้าวก็เป็นสลอธนู่น! ถ้าไม่ได้ฉันชีวิตแกหาไม่ไปแล้วละน้องมินคนสวย!”

พิชานันท์พูดแล้วก็เอาหน้าอกอวบอิ่มดันกระแทกต้นแขนเล็กของคนบางคนนั่นก็คือเนตรนภา

“พีชก็พูดเกิน พราวก็แค่ทำไรช้าเฉย ๆ ไม่ได้เยื้องย่างเป็นตัวสลอธสักหน่อย พราวมีสิบนิ้วนะและพราวก็กินเร็ว เรื่องอื่นพราวช้าเพราะพราวต้องทำงาน และไม่ได้ส่วยได้ร่ำได้รวยเป็นเศรษฐีนีว่างงานเหมือนคนไม่มีไรทำอย่างพีชนิ…”

คนบางคนที่ดูภายนอกเหมือนจะใสซื่อ แต่อย่าให้ได้พูดกัดออกมาเชียว เพราะคำหวานที่ว่าน้ำผึ้งพิษดี ๆ นี่เอง

“นี่มันหลอกด่าฉันปะวะ…” พิชานันท์เริ่มไม่ค่อยมั่นใจเพราะมีคำว่าสวยว่าร่ำรวยว่าเศรษฐีนีซึ่งก็คือตัวเธอเอง

“มันหลอกด่าแกไอ้พีช ไม่ต้องคิดเยอะ ตบมันเลย!”

ยลดาถอนหายใจและบอกคนที่ไม่ว่าจะโดนหลอกด่ากี่รอบก็ไม่เคยทันยัยตัวดีสักรอบ

“พราวไม่ได้หลอก พราวแค่อธิบาย มินช่วยพูดหน่อย พราวไม่ได้ว่าพีชนะ” หน้าตาใสซื่อที่อิงแอบแนบซบทำเอามินตราหลุดหัวเราะ

“เลิกตีกันได้ละ…ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง”

คำตอบเรียบ ๆ ของเพื่อนสนิททำให้สามคนที่มาที่นี่ด้วยความห่วงใยหายห่วงกว่าเดิม

“พราวรู้ว่ามินสวย รวย เก่ง... ที่ตาปูดก็เพราะยุงกัด”

เนตรนภาพูดพลางกอดมินตราแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนจะกอดเธอไว้ให้แน่นที่สุดในวันที่เธอแทบจะล้ม

“ยังจะแวะมากัดฉันอีกนะ” เธอพูดเบา ๆ ก่อนจะหันไปสบตาเพื่อนทั้งสาม แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณจนพูดอะไรไม่ออก

มินตรายืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนรักทั้งสามคน แขนซ้ายของเธอถูกพิชานันท์รวบไปกอด ส่วนแขนขวาก็ยลดา

ส่วนตรงกลางก็คือท่อนแขนเรียวเล็กของยัยนุ่มนิ่มอย่างเนตรนภาที่กอดเธอไว้อีกชั้นแน่นหนา

แรงกอดจากทั้งสามคนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าตอนยังไม่เกิดเรื่องเธออาจรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก

แต่ตอนนี้... ไม่เลย เธอกลับรู้สึกอุ่นขึ้น อุ่นจนความเหน็บหนาวเมื่อครู่ละลายหายไป ราวกับมันไม่เคยมีอยู่จริง

“มินตราของฉันเก่งอยู่ละ วันนี้เราจัดกันไปหนึ่งเมาไม่เลิกราาาาาา” พิชานันท์ผละออกไปก่อนจะวิ่งไปหยิบแก้วไวน์แดงที่แขวน ๆ ไว้บนตู้

“พราวจะเมากับมินนะ…” คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์วันนี้กลับร้องดื่มเป็นเพื่อนกัน

“วันนี้วันดีจริง ๆ เราเปิดหัวกันที่นี่ก่อนพอเรากรึ่มกันปุ๊บเราก็ออกล่ากันปั๊บ” ความคิดของยลดาเรียกความสนใจจากคนที่ร้องไห้ตาปูดตาบวมมาทั้งคืนได้ดีทีเดียว

“มองหน้าทำไม? ยังไงแกก็ต้องไป แกรู้ไหมว่าพอแกโสดปุ๊บสายโทรศัพท์ฉันแทบไหม้เพื่อนเอ๊ย!” มินตราไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ยลดาพูดเพราะเธอเพิ่งจะโสดได้ไม่กี่วันเอง

“ไปเถอะ ๆ มีร้านนึงไอ้โยมันไปเปิดเมมไว้ละ ที่เคยเล่าให้ฟังไง แกจะเอาแบบไหนมีให้แกเลือกหมดและไพรเวตสุด ๆ ทั้งลิฟต์ ทั้งที่จอดรถ ต่อให้เมาอ้วกเละเทะข่าวไม่รั่วแน่นอน”

มินตรามองหน้าพิชานันท์เพราะเธอรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่ามันจะมีสถานที่แบบนั้นด้วย

“จริงเหรอพราว?” และเครื่องยืนยันความจริงของมินตราก็พยักหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าคนถามเป็นคนหัวเราะออกมาเอง

“พวกแกพาพราวไปเสียคนละเหรอ?”

“เปล่า พราวไม่ได้ไปเสียคน พราวไปขับรถกลับอะ เพราะโยกะพีชชอบกลับกะเด็กในร้าน ไปกะผู้ชายทิ้งเพื่อน...”

“โอ๊ยยย นังพราว! แกนี่มันรู้อะไรไม่ได้จริง ๆ ขายฉันหมด คืองี้ไม่ได้ทิ้ง แต่มันติดพันไง”

“อย่าเพิ่งเล่า! ไปบอกมันหมดก็ไม่เซอร์ไพรส์! ให้ไปเจอเองจะได้รู้ว่าเป็นไง เอามาดิ! ไอ้มินชน ๆ ๆ”

มินตรามองเพื่อนทั้งสามผลัดกันค่อนแคะแดกดันกันไปมาภาพตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกเหมือนช่วงเวลาดี ๆ ในอดีตได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง

สี่ปีที่เธอห่างหายจากความปั่นป่วนแสนอบอุ่นแบบนี้

ก็เพราะมีใครบางคนแทรกเข้ามาในชีวิต

เธอกับเพื่อนสนิทคุยกันเพียงแค่ข้อความและโทรศัพท์ เจอหน้ากันก็นานทีปีหน

ส่วนหนึ่งก็เพราะเพื่อนทั้งสามไม่มีใครถูกชะตากับอดีตคู่หมั้นของเธอเลยสักคน

ตั้งแต่มีเขา...ชีวิตของเธอก็เรียบเกินไปนอกจากทำงาน ก็แค่เป็นคู่หมั้นที่ดี ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีทริป ไม่มีคืนเมาแหลก

ชีวิตเหมือนถูกปิดล็อกอยู่กับความรู้สึกทุ่มเทที่เธอเรียกมันว่าความรัก

แต่ตอนนี้...เธอก็กลับมายืนอยู่ตรงนี้ระหว่างคนที่รักเธอจริง ๆ แล้ว มินตราสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ แล้วอมยิ้มมุมปาก

ปฏิญาณกับตัวเองไว้ทันทีว่า…เธอจะตั้งใจหาผัวใหม่ให้ดีกว่าไอ้เฮงซวยณัฐชัยให้ได้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel