INTRO
INTRO
#GOLD CLUB CENTER
“ตรงนั้นผัวเมียตีกันปะวะ?”
“ฉิบหาย! ไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่ไอ้เศรษฐีหน้าใหม่เหรอวะ?”
“เวรละมึง! มาตีกันวันนี้! ไอ้นนท์มึงอย่าเพิ่งช็อก! มึงเรียกตำรวจก่อน!”
ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงในชุดทักซีโดโก้หรูที่กำลังโดนเพื่อนสนิทพูดถึง เขาได้ยินในสิ่งที่เพื่อนพูดแต่ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนใจ มือหนาเพียงแค่ดึงแก้วไวน์แดงออกจากปากและละสายตาจากมุมนั้นที่มีคนมุงอยู่ไปอีกมุมหนึ่งอย่างรู้สึกสนใจ
“อย่ามาชี้หน้าคู่หมั้นฉันแบบนี้! และเรา! ไม่เคยเป็นอะไรกัน!!”
“เรายังไม่ได้เลิกกันนะคุณน็อต…เราไม่เคยเลิกกัน”
“พูดบ้าอะไรวะ! ออกไป! เฮ้ย! ที่นี่มันไม่มีการ์ดเลยหรือไง! มาลากผู้หญิงคนนี้ออกไป!”
“คุณน็อตกล้าทำแบบนี้กับชะเอมได้ยังไง…ฮึกกก”
มินตรามองผู้ชายที่อยู่ในสถานะคู่หมั้นที่กำลังยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าผู้หญิงอีกคนในชุดเดรสตัวหลวม ก่อนจะตวาดตะคอกออกมาเสียงดังลั่นโชว์รูมรถโดยไม่สนใจว่าคนที่ยืนกันอยู่ครึ่งร้อยตรงนี้จะมองพวกเรายังไง
“หุบปาก…ทั้งคู่!”
เสียงของหญิงสาวที่เห็นแค่เพียงแผ่นหลังคนมองก็รู้สึกได้ว่ามันมีพลังงานบางอย่างแผ่กระจายออกมา เธอสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีดำแบรนด์หรู ทับด้วยเบลเซอร์สีขาวตัดกันอย่างมีสไตล์
ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มมัดรวบไว้กลางศีรษะเปิดเปลือยใบหน้าที่ถูกตกแต่งมาอย่างสวยจัด รองเท้าพื้นแดงเหยียบย่ำเดินไปข้างหน้า ปากกาหมึกซึมในมือที่เมื่อครู่กำลังจะใช้เซ็นสมุดเช็กก็ถือค้างไว้แบบนั้น
“คะ คุณมินคะ…” เสียงของเซลล์ผู้หญิงผู้โชคดีกำลังจะขายรถคันหรูที่สนนราคาแปดหลักถึงกับหน้าซีดปากสั่น เพราะคอมมิสชันหลายบาทกำลังจะหลุดลอยไป
“มินใจเย็นก่อนนะ น็อตอธิบายได้ เรื่องนี้น็อตไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆ เรื่องนี้มันอาจจะเป็นฝีมือคนอื่นก็ได้นะ…”
อาจจะเป็นฝีมือคนอื่น มุมปากของมินตรากระตุกยิก ๆ คล้ายจะกลั้นหัวเราะออกมา
เสียงหัวใจในอกเธอเต้นแรงเสียจนแทบได้ยิน ราวกับคำแก้ตัวซ้ำซากนั้นคือมีดอีกเล่มที่เสียบซ้ำเข้าที่เดิม
มินตราก้มมองท่อนแขนของตนเองที่ถูกจับไว้ด้วยมือคู่เดิม มือที่เคยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยราวกับโลกทั้งใบมีที่ให้เธอพักพิง
แต่ตอนนี้เพียงสัมผัสเดียวกลับหนาวเย็นจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ความไว้ใจที่ถูกทำลายจนย่อยยับด้วยความจริงตรงหน้า
ณัฐชัยเป็นแฟนที่เธอคบมาสี่ปี เป็นคู่หมั้นที่อีกสองเดือนจะครบหนึ่งปี
มินตรายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองไปรอบ ๆ สถานที่แห่งนี้ ไม่รู้ว่ามีกี่สิบ… หรืออาจครึ่งร้อยลูกตาที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่
“มินต้องเชื่อน็อตนะ เราคบกันมาตั้งนาน…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขอบตาแดงจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
มินตรากลืนน้ำลายฝืดลงคอพยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ ดวงตาเธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในแววตาคนตรงหน้า
“ไม่ได้เป็นอะไรกับมัน แต่ท้องมันโตขนาดนี้?”
เสียงของเธอราบเรียบแต่ความเย็นชาในแววตากลับเหมือนมีดปลายแหลมกรีดตรงกลางหัวใจ
มินตราปรายตามองไปยังหน้าท้องของผู้หญิงที่มาร้องแรกแหกกระเชออยู่ตรงหน้าเธอ
“มินฟังน็อตนะ...” ณัฐชัยพยายามจับมือของแฟนสาวแน่นไม่ยอมปล่อย
“คุณก็รู้เรื่องของเรามาตลอดไม่ใช่เหรอคุณมิน! คุณรู้ดี! แต่คุณก็ไม่ยอมปล่อยคุณน็อตไป!”
ชะเอมพูดทั้งน้ำตานองหน้า มือกุมหน้าท้องอายุหกเดือนแน่น เธอสั่นไปทั้งตัวทั้งจากอารมณ์และความกลัวที่จะสูญเสีย
เธอพยายามแล้วพยายามทุกทางเพื่อรักษาผู้ชายคนนี้ไว้ แต่โชคชะตาก็ไม่เคยเข้าข้างคนอย่างเธอเลย
คนที่น่าสงสารถูกมองข้ามและไม่มีวันได้ยืนตรงจุดเดียวกับผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้...มินตรา!
มินตราไม่แม้แต่จะอยากรับฟังเรื่องน่าขยะแขยงพวกนี้อีก ดวงตาเฉียบคมจ้องอีกฝ่ายนิ่งสนิท
“ก่อนจะพูดอะไรก็ให้คำพูดมันผ่านสมองบ้าง ไม่ใช่ผ่านแต่หว่างขา” รอยยิ้มบางบนใบหน้ามินตราคล้ายดูแคลน
“แค่นี้ยังประจานตัวเองไม่พอเหรอ? หรือเธออยากได้เขามากจริง ๆ ผู้ชายคนนี้น่ะ?”
มินตราเธอพยักหน้าเบา ๆ ไปยังอีกด้าน แทบจะในทันทีการ์ดสองคนก็ก้าวเข้ามากันณัฐชัยออกไปโดยไม่มีคำพูดใด ๆ
มินตราจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี แต่ยอมรับด้วยความสัตย์จริงว่าเธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้เลย
“คุณรู้จักฉัน แต่คุณมันไม่รู้จักระวังตัวเอง…” ชะเอมพูดยังไม่ทันจบเสียงของณัฐชัยก็แทรกขึ้น
“มิน! มินมันไม่ใช่อย่างที่มินคิดนะ!” เพราะสองแขนโดนจับล็อกณัฐชัยพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุม แต่เมื่ออะไรแข็ง ๆ จิ้มลงมาที่เอว ณัฐชัยจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
มินตรามองคนทั้งคู่ในอกของเธอวูบโหวง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังจ้องมองเธอราวกับตัวตลก มือบางกำแน่นจนข้อนิ้วซีด กระบอกตาร้อนผ่าวเหมือนจะระเบิด
ไม่ใช่เพราะเสียใจ... ไม่ใช่เพราะรักเขาเหลือเกิน
แต่มินตราอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!
“ถ้าอยากได้คู่หมั้นฉันมากก็คุกเข่าขอร้องฉันสิ! พูดดัง ๆ ว่าไม่อยากจะลักกินขโมยกินแล้ว อยากจะเป็นคนที่โดนเชิดหน้าชูตาบ้าง คุกเข่าพนมมือนั่งลงและเอาเด็กในท้องเธอมาขอความเห็นใจจากฉัน! แล้วฉันจะยกผู้ชายคนนี้ให้!”
เสียงของมินตราไม่ได้ดัง แต่แน่นอนว่าหลากหลายผู้ใดที่อยู่ที่นี่ล้วนได้ยินอย่างชัดเจน
“มินได้โปรดฟังน็อตอธิบายหน่อยนะ…” ณัฐชัยคิดว่ามันน่าจะหมดหนทางแล้วจริง ๆ เขาก้มหน้าเรียกชื่อแฟนสาวด้วยน้ำเสียงปวดร้าว
“ฉันขอร้อง…คุณมิน คุณก็มีทุกอย่างแล้ว ฉันขอคุณน็อตได้ไหม เห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิดมาได้ไหม ให้เขาได้มีพ่อ...ฉันกราบขอร้องคุณ”
ชะเอมคุกเข่านั่งทับส้นก่อนจะยกมือขึ้นมาพนมกลางอกและกราบลงมาลงบนรองเท้าราคาแพงของมินตราทั้งน้ำตา
มินตรามองภาพนั้นด้วยหัวใจด้านชา มุมปากของเธอกระตุกยิ้มและมองไปยังคู่หมั้นที่กำลังทอดสายตาอาลัยอาวรณ์มาให้
“เด็กควรมีพ่อ…งั้นฉันก็ยกผู้ชายที่เธออยากได้ให้ และก็ไม่ต้องเอามาคืนนะ เพราะอะไรที่ฉันทิ้งแล้ว! ฉันไม่เก็บมาเป็นขยะชีวิต!”
มินตราจ้องหน้าณัฐชัยและพูดประโยคนั้น ก่อนจะถอดแหวนที่สวมไว้บนนิ้วนางข้างซ้ายโยนไปให้หญิงท้องโตแทน
“ถึงมินจะทำแบบนี้น็อตก็ไม่มีวันรับเด็กคนนี้เป็นลูก!! และน็อตจะไม่มีวันปล่อยมินไป!!”
มินตรากำลังจะเดินจากไปแล้วแต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากอดีตคู่หมั้นหมาด ๆ เธอก็เปลี่ยนทิศทางตรงไปอีกด้าน และคว้าแก้วไวน์แดงจากมือผู้ชายคนหนึ่งมาถือไว้และเดินกลับไปสาดน้ำสีเบอร์กันดีใส่ใบหน้าของอดีตคู่หมั้น
“ณัฐชัย...นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
“...”
“เก่งกล้าสามารถถึงขนาดนั้นเลยหรือไง?”
เพล้ง!!
“นายมันก็เป็นได้แค่ไอ้เฮงซวยเท่านั้นแหละ”
มินตราพูดจบก็เขวี้ยงไวน์เปล่าลงกับพื้นจนแตกกระจายกลายเป็นเสี่ยง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
