บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: แสงไฟในเรือนร้าง...กับจังหวะนรกของคนดวงตก - 1

ค่ำคืนในย่านนนทบุรีแถบที่ยังคงมีสวนผลไม้หนาแน่นนั้นเงียบงัดกว่าที่ใครหลายคนคิด ลมกลางดึกพัดผ่านยอดมะพร้าวและกิ่งมะม่วงโบราณส่งเสียงสวบสาบคล้ายเสียงกระซิบของสิ่งเร้นลับ

ณ สุดปลายซอยตันที่เงียบเชียบที่สุด เรือนไทยไม้สักทองหลังมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ใต้เงาจันทร์ที่มัวซัว "เรือนร้อยรัก" คือชื่อที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกขาน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้ความขรึมขลังนั้น มันคือกรงทองที่กำลังจะเน่าเปื่อย

หม่อมหลวงอคิน ยืนอยู่กลางห้องโถงที่มืดมิด มีเพียงแสงจากเทียนเล่มเดียวที่ปักอยู่บนเชิงเทียนทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าของเขาที่เคยสว่างไสวตามหน้าข่าวสังคมชั้นสูง บัดนี้ดูซีดเซียวและซูบผอมลงเล็กน้อย

สายตาคมกริบก้มมองสมุดบัญชีธนาคารเล่มสุดท้ายที่วางอยู่บนโต๊ะมุก ตัวเลขยอดเงินคงเหลือสีแดงนั้นราวกับปีศาจที่จ้องจะงับคอเขาให้ตายคามรดกชิ้นสุดท้ายนี้

เขารู้ดีว่าความสง่างามที่เขาสวมใส่อยู่เป็นเพียงเปลือกนอกที่ใกล้จะปริแตก หนี้สินที่โชกุน น้องชายตัวแสบสร้างไว้ผูกพันกับตัวเรือนหลังนี้จนเขาแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้

แต่อุปสรรคที่ใหญ่หลวงที่สุดของเขาไม่ใช่ความจน หากแต่เป็น "ความกลัว" อคินเป็นผู้ชายประเภทที่แค่เห็นเงาตะคุ่มในกระจกตอนกลางคืนเขาก็สามารถสวดมนต์ได้จนจบจบทุกบท หรือแค่เสียงตุ๊กแกขยับตัวเขาก็แทบจะปีนขึ้นไปอยู่บนหิ้งพระ

"คุณปู่ครับ... ถ้าจะเอาผมไปอยู่ด้วย ก็มาปรากฏตัวให้ชัด ๆ เลยเถอะ อย่าแกล้งกันแบบนี้" เขากระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ พลางกระชับเสื้อนวมตัวหนาที่ใส่ทับชุดนอนผ้าแพรไว้ มือหนาสั่นระริกขณะถือ "ไม้กวาดขนไก่" อันเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่เขาคว้าได้ในยามวิกาล เขาเดินย่องไปตามพื้นไม้ที่ส่งเสียง เอี๊ยด... ทุกครั้งที่เท้าสัมผัส ความมืดรอบตัวเขาเหมือนมีชีวิต มันคืบคลานและกดดันจนเขาแทบหายใจไม่ออก

ในเวลาเดียวกันที่กำแพงรั้วด้านหลัง กะเพรา หรือ นลินา ยูทูบเบอร์สาวสายล่าท้าผีที่มียอดซับสคริปต์ลดฮวบจนใกล้จะถูกยึดห้องเช่า กำลังใช้ฟันกัดไฟฉายขนาดเล็กไว้พลางใช้สองมือตะกายกำแพงไม้ระแนงอย่างเอาเป็นเอาตาย

"อีกนิดเดียวกะเพรา... เพื่อมาม่ารสต้มยำกุ้ง เพื่อค่าห้องที่ค้างป้าแช่มไว้สามเดือน" เธอกระซิบปลอบใจตัวเอง

เธอมาที่นี่ด้วยข้อมูลที่ว่า 'เรือนร้อยรักมีผีเจ้าที่ดุมาก' ถ้าเธอสามารถถ่ายติดพลังงานบางอย่างได้ คืนนี้ยอดวิวต้องถล่มทลายแน่ กะเพราไม่ได้กลัวผีเท่ากลัวความอดตาย สำหรับเธอ... วิญญาณอาจจะน่ากลัว แต่ใบแจ้งหนี้จากไฟฟ้าและประปานั้นสยดสยองกว่าหลายเท่า เธอพกกล้อง Mirrorless ที่ติดไมค์ขนแมวตัวใหญ่ และสมาร์ทโฟนที่เปิดโหมดไลฟ์สดทิ้งไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม

"ทุกคนคะ... ตอนนี้กะเพรากำลังจะข้ามผ่านเขตแดนของโลกวิญญาณแล้วค่ะ" เธอเริ่มพูดกับหน้าจอที่ตอนนี้มีคนดูอยู่เพียง 47 คน

"กลิ่นดอกแก้วแรงมากค่ะ... ขนลุกไปหมดเลย"

ความจริงมันคือกองขยะที่หน้าปากซอย แต่เพื่อคอนเทนต์ เธอต้องปรุงแต่งอารมณ์ให้ถึงขีดสุด

กะเพรากระโดดลงจากกำแพงเสียงดัง ตุ้บ! ใหญ่เกินกว่าที่โจรทั่วไปจะทำได้ เธอลงไปกองกับพื้นหญ้าเปียกชื้นพลางร้อง "โอ๊ย" เบา ๆ ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเองไว้ เธอรีบคว้ากล้องขึ้นมาแพลนไปรอบ ๆ

"เห็นไหมคะ เสียงเมื่อกี้... เหมือนมีดวงวิญญาณกระแทกพื้นดินเพื่อเตือนกะเพรา แสงไฟกะพริบด้วยค่ะ" (จริงๆ คือแบตเตอรี่กล้องเธอเสื่อม)

อคินที่ยืนอยู่ไม่ไกลหลังบานประตูบานเฟี้ยมถึงกับวิญญาณแทบหลุดจากร่าง เสียง "ตุ้บ" และเสียงอุทานนั้นทำให้เขาจินตนาการไปถึงผีตายโหงที่อาจจะตกตึกลงมาตายในเขตบ้านเขา

"มาแล้ว... มาจริง ๆ ด้วย" เขาหลับตาปี๋ มือที่ถือไม้กวาดขนไก่ชูขึ้นเหนือหัว

"นะโม ตัสสะ... สัพเพ สัตตา... อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ไปที่ชอบ ๆ เถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะกรวดน้ำไปให้ด้วยกาแฟสตาบัคส์เลย!"

เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าสุดท้าย (ซึ่งมีน้อยยิ่งกว่าเงินในบัญชี) กระชากประตูเปิดออกไปเพื่อจะขับไล่สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นผี แสงเทียนในมือวูบไหวตามแรงลมพัดผ่าน ทำให้เงาของเขาที่ทาบลงบนพื้นหญ้าดูใหญ่โตน่าเกรงขาม

"ออกไปนะ ข้ามี... ข้ามีไม้กวาดอาคม"

กะเพราที่กำลังย่อตัวอยู่สะดุ้งจนตัวลอย เธอหันกล้องไปทางต้นเสียงทันที แสงไฟ LED จากหัวกล้องสาดเข้าตาอคินอย่างจังจนเขาต้องยกมือขึ้นบัง "

ว้ายยย ทุกคน ผีเจ้าที่มาแล้วค่ะ หล่อมาก หล่อแบบตะโกน หล่อเหมือนพระเอกนิยายวายเลยค่ะ"

อคินชะงัก

"ผี... ผีพูดได้เหรอ" เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสู้แสงไฟ เห็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดไอ้โม่งสีดำคุมโทนกำลังถือกล้องจ่อหน้าเขา

"เธอ... เธอเป็นโจรเหรอ"

"ไม่ใช่โจรค่ะ หนูเป็น... นักวิจัยพลังงานนอกระบบค่ะ"

กะเพราแถสีข้างถลอกพลางมองคอมเมนต์ในไลฟ์ที่ตอนนี้พุ่งขึ้นเป็น 500 คนอย่างรวดเร็ว 'ผีหล่อมากกก', 'กรี๊ดดด ผีใส่ชุดนอนผ้าแพร', 'วาร์ปด่วนกะเพรา'

"วิจัยอะไรกลางดึก นี่มันบ้านส่วนบุคคลนะ ฉันจะแจ้งความจับเธอ"

อคินพยายามทำเสียงดุ แต่ความที่กลัวจนตัวสั่นทำให้เสียงที่ออกมาดูเหมือนเสียงแมวขู่มากกว่าราชสีห์

"เดี๋ยวค่ะคุณชาย ใจเย็น ๆ" กะเพราเห็นท่าไม่ดีรีบเอาตัวเข้าแลก

"ถ้าคุณแจ้งความ เรื่องที่คุณยืนถือไม้กวาดขนไก่ไล่ผีกลางดึกในชุดนอนเนี่ย จะดังไปทั่วโซเชียลเลยนะ หนูไลฟ์สดอยู่ค่ะ คนดูห้าร้อยคนแล้ว ทุกคนเห็นหมดแล้วว่าคุณชายเจ้าของเรือนร้อยรักขวัญอ่อนขนาดไหน"

อคินอึ้งไป เขาเพิ่งสังเกตเห็นหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ ความอับอายพุ่งขึ้นหน้ายิ่งกว่าความกลัว

"เธอ... เธอมันนางมารร้าย ปิดกล้องเดี๋ยวนี้นะ"

พายุอารมณ์ในอกของอคินโหมกระหน่ำไม่แพ้เสียงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาจ้องมองตัวเลขคนดูในหน้าจอสมาร์ทโฟนของกะเพราที่พุ่งขึ้นไม่หยุด ราวกับน้ำป่าที่ไหลหลากเข้าท่วมทำลายเขื่อนกั้นน้ำแห่งศักดิ์ศรีที่เขาอุตส่าห์สร้างมาทั้งชีวิต

"ห้าร้อยคน... ห้าร้อยคนเห็นฉันในสภาพนี้เหรอ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือเหมือนคนกำลังจะขาดใจ

กะเพราเห็นโอกาสทองในวิกฤต เธอรีบขยับเท้าเข้าไปใกล้ แต่ก็ยังรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้อคินฟาดไม้กวาดขนไก่ใส่หน้า

"ไม่ใช่แค่ห้าร้อยค่ะคุณชาย ดูนั่นสิคะ ยอดแชร์เริ่มเดินแล้ว ถ้าคุณชายไล่หนูไปตอนนี้ หรือแจ้งความจับหนู พรุ่งนี้เช้าชื่อ 'คุณชายไม้กวาดอาคม' จะติดเทรนด์ทวิตเตอร์เบอร์หนึ่งแน่นอน แล้วลองคิดดูนะคะ... ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่คุณพยายามรักษามา มันจะเหลืออะไรนอกจากเสียงหัวเราะเยาะของพวกชาวเน็ต"

อคินลดไม้กวาดในมือลงอย่างอ่อนแรง แสงเทียนที่เริ่มมอดไหม้จนเกือบถึงปลายนิ้วทำให้เขารู้สึกถึงความร้อนที่เตือนสติ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel