ตอนที่ 2
ปลายสายขอเวลาสอบถามแล้วจะโทร.กลับ เขาเข้าใจได้เพราะตนเองก็โทร.ไปดึกพอสมควร หลังวางสายสวินชวนหลิวไม่ได้ก้าวขึ้นเขาไปที่บ้าน เขาหมุนตัวเดินออกมาที่ถนนสายหลัก โทร.เรียกรถให้มารับและกดจองโรงแรมผ่านแอป
ตอนอยู่ที่โรงแรมเขาก็จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จากนั้นก็อาบน้ำแล้วเข้านอนไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย คืนนั้นเขาฝัน... เป็นฝันที่วุ่นวายมาก วุ่นวายพอๆ กับชีวิตของเขาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ได้พบ รู้จัก และแต่งงานกับหลิงเฟย กระทั่งวันนี้เลิกกันแล้ว ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่านี่ต่างหากชีวิตอิสระที่เขาต้องการ
มือถือปิดเครื่องตลอดไม่ใช่เพราะเขาลืม แต่เป็นเพราะแบตหมดแต่เขาไม่รู้ตัวต่างหาก
สวินชวนหลิวหลับตลอดคืนจนสาย แต่เพราะฝันวุ่นวายทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่ได้นอน ดังนั้นตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่เขาทำก็คือดื่มกาแฟดำไปแก้วใหญ่ก่อนเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม
ที่สนามบินเขาเห็นตัวเองในกระจกแล้วได้แต่หัวเราะ สูทยับย่น ผมยุ่งเหยิง ใต้ตามีรอยดำนิดๆ แต่รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากกับอิสรภาพที่เพิ่งได้รับ ทำให้เขาดูสดใสกว่าตอนใช้ชีวิตแต่งงานกับผู้หญิงที่ควบคุมเขาเอาไว้ในกำมือทุกฝีก้าว
“สวินชวนหลิว ขอต้อนรับสู่อิสรภาพอีกครั้ง” ตอนเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เปลี่ยนชุดที่เพิ่งซื้อมาเสร็จแล้ว เขายกถุงสูทให้แม่บ้านพร้อมบอกว่าหากเธออยากส่งต่อให้ใครก็ตามสบาย ราคาสูทสั่งตัดจากฝรั่งเศสทำเขาเสียดายแทนคนที่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นจึงตัดใจโยนลงถังขยะไม่ลงจริงๆ
เมือง B
มีรถมารอรับเขาจริงดังที่จิ่วซางบอก อ้อ...ผู้หญิงที่เขาคุยด้วย และเป็นตัวกลางซื้อขายเหอฮวาฝู่ อีกฝ่ายบอกให้เรียกเธอว่า...จิ่วซาง
สวินชวนหลิวไม่แน่ใจว่าชีวิตนี้เคยรู้จักคนแซ่...จิ่ว แต่ก็เอาเถิดอาจจะไม่ใช่แซ่จริงๆ ของหญิงสาว บางทีอาจจะเป็นชื่อในวงการอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นได้ เขาไม่อยากสอดรู้เรื่องของคนอื่นอยู่แล้ว
“เบาะหลังมีที่ชาร์จมือถือนะครับเผื่อนคุณต้องการ”
ชายหนุ่มมองคนขับด้วยความประหลาดใจ “ขอบคุณครับ”
“ไกลหน่อยนะครับ จะหลับก็ได้ หรือจะดื่มอะไรในตู้เย็นมีเครื่องดื่ม แซนวิชก็มี”
เขามองตู้เย็นมินิแล้วเปิดออกดู ในนั้นมีเครื่องดื่มหลายชนิด แซนวิชก็น่ากิน เขาเลือกหยิบน้ำและแซนวิชออกมาเพราะหิวนิดหน่อย
มือถือดังขึ้นทันทีที่ชาร์ตแล้วเปิดเครื่อง เขามองเบอร์แล้วกดรับ
“แกยังไม่ตายเรอะ!!”
“ยัง แกจะตะโกนทำไม”
“แกไม่รู้สินะว่าทั้งคืนฉันกับคนอื่นๆ เจออะไรมาบ้าง แม่แกเที่ยวโทร.เที่ยวไปโวยวายหน้าบ้านใครบ้าง แกหายหัวไปไหน ไปทำอะไร มือถือก็เพิ่งเปิด”
“แบตหมด”
“แบตหมด!!!”
“เลิกตะโกนแล้วเข้าเรื่อง”
“แกหย่ากับคุณหลิงแล้ว?”
“อืม ข่าวเร็วดีนี่”
“ข่าวเร็วกับผีน่ะสิ ฉันเห็นเขาควงกันออกหน้าออกตา ไอ้หมอนั้นสัมภาษณ์ออกสื่อว่าพวกแกหย่ากันแล้ว ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน”
ชายหนุ่มหัวเราะ “ก็อย่างที่แกเข้าใจ หย่าแล้ว ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ”
เพื่อนสนิทของเขาเงียบไปนานมาก หม่าเฉิงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยเชื่อว่าเขาเมาจนทำเรื่องผิดต่อหลิงเฟย แต่ก็นั่นละตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว เพราะความจริงก็ปรากฏชัดแล้วว่าเขาไม่ได้ทำจริงๆ
“แล้วอย่างนี้แกจะทำยังไงกับแม่แก”
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง “หย่าก็หย่าแล้ว เงินก็รับของเขามาแล้ว ตอนนี้ที่ต้องทำคือพยายามหามาคืน”
“แต่งาน...”
“ใช่ ตอนนี้ที่สำคัญคือหางานใหม่ทำ”
“แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน มาทำงานกับฉันดีมั้ย งานไม่ได้เงินดีอะไรแต่ก็ดีกว่าตกงาน แกมีที่อยู่หรือเปล่าถ้ายังไงมาอยู่กับฉันก่อน...”
เขารู้สึกซาบซึ้งใจในตัวเพื่อนคนนี้มาก ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงหม่าเฉิงที่ไม่เคยทอดทิ้งเขา ไม่ว่าเขาจะลำบาก จะร่ำรวย จะได้ดิบได้ดี หรือตกต่ำขีดสุด
“ตอนนี้อยู่ที่เมือง B”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง “อยากให้ฉันช่วยอะไรมั้ย”
“อย่าคิดมาก ฉันไม่เป็นไร แล้วก็อย่าบอกใคร”
