เดี๋ยวค่อยว่ากัน
คมธรณ์บอกให้เธอไปรอเขาที่บ้าน เขาไม่เบี้ยวหนีรับประกัน นั่นแหละยัยเด็กตาดุถึงได้กลับไป อันดับแรกที่เขาทำคือโทรหาไอ้แป๋ง เพื่อชำระความมันก่อนอย่างอื่น ข้อหาส่งเด็กไปไหนไม่รู้ รู้อีกทีเขาก็กลายเป็นพ่อคนเพราะเด็กป่องไปแล้ว
“เฮ้ย...มึงแน่ใจนะไอ้ธรณ์ว่า...เด็กนั่นป่องกับมึงอะ”
“เอ่อ...”
เขารับคำแต่เสียงไม่หนัก ปรากฏเลยย้ำอีกที เพื่อกระตุ้นต่อมป้องกันตัวเพื่อน
“เด็กนั่นก็มีชื่ออยู่ในหมู่บ้านน่ะ หลานตาโอ่งน่ะ ขึ้นชื่ออยู่นา...ไว้ใจได้เหรอวะ ว่าจะไม่ไปแรดแล้วมายัดมึงอะ”
“แรดห่าอะไร ก็บอกอยู่ว่ากูนี่ล่ะคนได้จิ้นเด็กอะ มึงไปส่งกูที่บ้านน้องเขาทีสิ กูจะไปคุยกับตาเค้า”
“ไปคุยอะไรตกลงค่าเสียหายเหรอ”
“เปล่ากูจะไปขอเค้ามาเป็นเมีย”
“เฮ้ย...ไอ้ธรณ์ มึงไม่ควรต้องรับผิดชอบขนาดนั้นนะโว้ย มันแค่เรื่องบังเอิญปะวะ มึงไม่ได้ตั้งใจที่จะทำสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้รักใคร่อะไร จะรับผิดชอบทำไมให้มันวุ่นวายวะ”
ปรากฏว่า คมธรณ์เม้มปากแน่น ก่อนจะด่าเพื่อน
“ไอ้เหี้ยแป๋ง มึงนี่นะ นอกจากมึงไม่เป็นลูกผู้ชายแล้ว มึงจะยังมาทำให้กูสันดานหมาไม่รับผิดชอบเหมือนมึงอีกหรือไงกัน”
“ไอ้ธรณ์ ไอ้เพื่อนเลว อื้อหือ มึงด่ากูว่าสันดานหมาไม่เป็นลูกผู้ชายเหรอ” ปรากฏโวยวาย
“เอ่อ” เสียงเน้นๆ ชัดๆ ดังมาจากปลายสาย
“ถึงจะเป็นการกระทำเพราะอะไรก็ช่าง แต่กูทำลงไปแล้ว กูต้องรับผิดชอบว่ะ แม่กูสอนมาดี”
“โอ๊ย...มึงด่ากูอีกแล้ว ด่าถึงแม่กูด้วย”
“กูไม่ได้ด่าแม่มึง แต่กูก็จะด่ามึงนั่นแหละ อาพรสอนมาดีแต่มึงไม่เคยจะจำ ไอ้ห่าแป๋งมึงรีบไสหัวมาด่วนเลยนะ มาช่วยกูคิดนี่ ว่ากูจะไปคุยกับบ้านเค้ายังไง จะต้องให้ค่าเสียหายเค้าเท่าไหร่ คนแถวนี้เขาหมั้นเขาแต่งกันยังไง มึงมีญาติผู้ใหญ่ให้กูยืมมะ”
“ทำไมจะต้องเป็นญาติผู้ใหญ่กูวะ”
“ตอนนี้ทางบ้านกูไม่มีญาติคนไหนอยู่นี่หว่า มีตะพวกรุ่นๆ เดียวกัน แต่ล่ะคนก็...”
คมธรณ์เบ้ปากเล็กน้อย ไอ้ครอบครัวเขามันก็ออกแนวรักกันแบบกาสะลองซ้องปีบเสียด้วยสิ ใครพลาดอีกคนพร้อมย้ำ ซ้ำลงไปในแผล พวกรุ่นป้ารุ่นอา ก็พร้อมจะรุมสวด หนนี้ถ้ารู้ว่าเขาทำแบบนี้ ต้องโดนสวดยอดกัณฑ์ไตรปิฎกแหงๆ แถมด้วยอาจจะเทศน์มหาชาติต่อเขาอีกด้วย
ดีที่รุ่นนั้นพากันไปทัวร์ไหว้พระมูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฮ่องกง บ้านปู่เลยมีแต่พวกลูกพี่ลูกน้องกัน ที่ทำตัวเป็นปู่โสมเฝ้ามรดก เกาะอยู่บ้านหลังนั้น เขาเลยต้องหนีมาสิงที่บ้านหลังนี้เพราะรำคาญคำพูดส่อเสียดและสายตาของลูกพี่ลูกน้อง ที่ชอบเปรยว่าเขาไม่ทำมาหากิน เกาะพ่อเก่ง ไม่มีอาชีพ โถ...แม่คุณพี่คนดีที่เป็นพยาบาล ไม่รู้หรอกว่าเขาทำเงินแต่ล่ะเดือนได้เท่าไหร่ แต่ก็คร้านจะไปพูดพล่ามอธิบายมาก ว่าเขาทำมาหากินอะไร ปล่อยให้เข้าใจไปแบบนั้นแหละดี
“เอ่อ...กูให้ยืมเดี๋ยวกูจะไปหา”
ก็นี่แหละไอ้แป๋ง เพื่อนรักตัวจริง ด่ากันบ้าง ดีกันบ้าง แต่สุดท้ายมันก็จะเป็นทีมเขา ช่วยเหลือกันตลอด
รอไม่นานปรากฏก็มาที่หน้าบ้านเขา มันสวมเสื้อยืดกับใส่กางเกงขาสั้นลายดอกพร้อย เขามองแล้วก็ทำหน้าเมื่อย สภาพนี้ไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลยล่ะ ถ้าเกิดจะไปขอลูกหลานเขาก็ควรจะแต่งตัวให้เกียรติกันหน่อย
พอจะอ้าปากด่า เพื่อนแป๋งก็ยกมือห้ามเหมือนพระปางห้ามญาติ บอกว่าอย่าเพิ่งด่า มาฟังประวัติบ้านช่องของทางเด็กที่เขาอยากไปดองก่อน
“มึงจะได้มั่นใจว่ามึงจะพาเด็กมันไปเป็นเมียจริงๆ แบบไม่เปลี่ยนใจน่ะ”
“ทำไมวะ เค้าร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยหรือไง ดูท่าคงไม่ใช่เด็กร้ายแรดอะไร ถ้าไม่อย่างนั้นคงมาขอเงินกูเป็นล้าน ไปเอาเด็กออกแล้วล่ะ”
“เด็กไม่เท่าไหร่ แต่ตาของเด็กอะแสบ”
ปรากฏถอนใจ ห้ามเพื่อนไม่ได้ก็ต้องช่วย แต่ก็อยากให้เพื่อนไม่เจ็บตัวมากนัก
“ยังไงวะ?”
“ก็ตาโอ่งน่ะ อันธพาลรุ่นเก๋าตัวจริงของหมู่บ้านเลยน่ะสิ แกขายเหล้า เล่นไก่ รับทวงหนี้ อยู่กับหลานสองคน มีลูกสาวสามคน หนีตามผู้ชายไปสองคน อีกคนหนึ่งก็ฆ่าตัวตายทิ้งหลานไว้ให้แกเลี้ยง เด็กมึงนั่นล่ะ”
ฟังชะตาชีวิตของน้องแล้ว ก็ให้ใจยิ่งสลด เขาก็เหมือนซ้ำเติมเด็กให้ชีวิตมันยิ่งรันทดมากขึ้นไปอีก เขาถึงกับถอนใจเฮือก
“ถ้าเราไปขอน่ะ กูไม่อยากให้มึงพูดมาก ยิ้มอย่างเดียวก็พอ เพราะตาโอ่งจะได้ไม่เรียกร้องจากมึงมาก ข่าววงในว่าแกเลี้ยงหลานแบบถนอมไว้ เพราะอยากจะเอาไปขายให้เป็นเมียน้อยเสี่ยอ๋า ใครเข้าใกล้หลานแกน่ะ แกตามตี ตามราวี ไม่ค่อยมีใครวุ่นวายกับเด็กมัน แล้วจู่ๆ มึงไปสอยมาเสียแบบนั้น กูไม่อยากจะคิดว่าแกจะออกฤทธิ์มากแค่ไหนว่ะ”
“ห้าแสน”
ยิ่งฟังยิ่งสงสาร เด็กนั่น...ถึงตอนนี้ไม่ได้รักชอบและยังงงๆ มึนๆ อยู่ ว่าเขาจะเอายังไงต่อกับเด็ก แต่สิ่งแรกที่เขาควรทำ คือพาน้องออกมาจากที่นั่นเสียก่อน
“เยอะไป” ปรากฏว่า...ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“มึงให้ขนาดนั้น ตาโอ่งเอาไปละลายในบ่อนไก่อยู่ดี เสียดายเงิน เก็บเอาเงินไว้ให้เด็กมันสร้างตัวดีกว่า หลังคลอดแล้วมึงจะเอายังไงกับน้ำขิงว่ะ”
น้ำขิง...อ้อ...เขาจำได้แล้วว่าน้องชื่อน้ำขิง
“มึงคิดจะเลี้ยงลูกเหรอไอ้ธรณ์ คิดจะทิ้งอนาคตมึงไว้ที่ความพลาดน่ะเหรอ”
“ค่อยว่ากัน”
“เอ่อ ก็ค่อยว่ากัน” ปรากฏยักไหล่ มองหน้าเพื่อนแล้วเม้มปากนิดๆ
“ถ้ามึงต้องการทางออกหลังเด็กนั่นคลอดกูก็มีนำเสนอนะ”
“ยังไง?” คิ้วเข้มขมวด ปรากฏผิวปากหวือ พลางเอ่ยเปรยขึ้นมา
“บอกก็ได้ว่ามีคู่หมั้น ต้องไปแต่งงาน เอาเงินให้ไปก้อนหนึ่งให้น้องมันไปตั้งตัว แล้วพวกรับรองบุตรอะไรงี้ กูว่าอย่าไปจดเลย มันจะมีปัญหาในอนาคต เผื่อมาเรียกร้องอะไรข้างหน้า มึงจะได้ไม่มีปัญหากับเมียจริงๆ ของมึง เมียที่มึงตั้งใจจะเอามาเป็นครอบครัว ไม่ใช่เมียบังเอิญแบบนี้”
“อืม ค่อยว่ากัน” เขาพูดคำนี้อีกรอบ ฟังๆ แล้วก็เก็บเอาไว้คิด จริงอย่างปรากฏว่าเขายังไม่อยากมีภาระ มีพันธะกับใคร
เหตุการณ์หนนี้ทำให้เขาจะต้องรอบคอบกับชีวิตให้มากขึ้น
เขาหอบเมียสาวพร้อมลูกกลับไปหนนี้นี่ พ่อเขาจะเข้าโรงพยาบาลอีกไหมนะ?
หึ...
ก็สนุกดีออก ทีพ่อยังหอบเมียเข้ามาบ้านได้วะ ไม่ปรึกษาเขาสักคำ เขาก็ทำมั่งสิ ส่วนเรื่องอนาคตนั่นก็อย่างที่บอกไอ้แป๋งไปนั่นแหละ
เดี๋ยวค่อยว่ากัน...
