บท
ตั้งค่า

ค่าความรับผิดชอบ

ตาโอ่งมองแขกผู้มาเยือนด้วยหน้าตาบึ้งตึง เมื่อรู้ว่ามาเพราะวัตถุประสงค์อะไร ตาเฒ่าก็ตะโกนแหกปากเรียกหลานสาวดังลั่นบ้าน

น้ำขิงวิ่งออกมาจากหลังบ้าน น้องเกือบจะหกล้ม คมธรณ์ใจหายวาบขณะที่เพื่อนนั่งข้างใจบาปนึกอยากให้ล้มเพราะยังอ่อนหลุดง่าย ถ้าไอ้ธรณ์รู้ว่าเขาคิดอะไรคงได้ถีบเขาตกแคร่แน่ๆ

ตาโอ่งต้อนรับแขกของแกที่แคร่หน้าบ้าน บ้านที่เป็นเพียงกระท่อมฝาขัด มุงสังกะสี หลังเล็กนิดเดียว มีเพียงห้องเดียว ประตูเปิดไว้กว้างทำให้เห็นข้างใน ข้างล่างเป็นพื้นปูนสะอาดสะอ้าน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ มากนัก มีเพียงตู้พลาสติก เครื่องนอนพับติดชิดฝาไว้ และทีวีเครื่องหนึ่ง ที่ยังเหลือทีวีเพราะขายไม่ได้ราคา ตาโอ่งเลยยังเหลือไว้ นอกนั้นที่เคยซื้อไว้ยามมือขึ้น ก็กระจายหายไปหมดแล้ว

อาชีพการงานของแกตอนนี้คือเกาะหลานกินและเล่นพนันไก่ ได้บ้างเสียบ้าง เขาเอานังน้ำขิงมันไปยื่นกู้กับเสี่ยอ๋า ได้เงินมาห้าหมื่น ถ้ามันเต็มสิบแปดมีสัญญากันไว้ว่าจะส่งให้ เพราะมันจะได้พ้นวัยที่จะทำให้เสี่ยอ๋าติดคุก ไอ้ห้าหมื่นนั่นก็หมดแล้วด้วย เขาก็ไปเล็มไปตอดเป็นระยะ เสี่ยอ๋าก็ให้มาหนล่ะห้าร้อยพัน บอกให้ดูแลนังน้ำขิงให้ดีอย่าให้มีคนมาวุ่นวาย แกก็ทำตามนั้น ไม่มีไอ้หนุ่มที่ไหนกล้ามาใกล้หลาน แกเองก็ทั้งขู่ทั้งตีข่มขวัญ นังน้ำขิงกลัวลนลานนัก ไม่กล้ามีแฟน ไม่กล้าแม้แต่คุยกับผู้ชาย

แล้วทำไมจู่ๆ ไอ้หมอนี่ถึงได้มาเจรจาขอหลานสาวแก แถมบอกว่าอีนังน้ำขิงมันท้อง!

“มึงไปก่อเหตุอะไรมานังหลานจังไร”

คำทักนั้นทำให้น้ำขิงหน้าซีด คมธรณ์ลุกขึ้นโดยอัตโนมัติและบังน้ำขิงไว้ก่อนที่ตาโอ่งจะทันถึงหลานสาว เขายกมือรับหมัดที่จะต่อยมาของตาโอ่งไว้ได้ทัน ขณะที่ปรากฏเองก็ได้ล้วงเอาอะไรบางอย่างจ่อเข้าที่เป้าคือตาโอ่งที่กำลังเงื้อง่าออกฤทธิ์ พร้อมกับพูดเสียงขรึมๆ

“คุยกันดีๆ นะตาโอ่ง อย่ามีปัญหานัก”

ไม่ใช่แต่ตาโอ่งที่ตกใจ คมธรณ์ก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าไอ้แป๋งเพื่อนเขาจะเล่นใหญ่แบบนี้

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ปรากฏล้วงออกมาทำให้ตาโอ่งสิ้นฤทธิ์เหมือนกับผีโดนข้าวสารเสก แกนั่งหน้าบึ้งตึง มือกำแน่นตลอด พูดเสียงลอดไรฟันใส่คมธรณ์และหลานสาว

“มึงมาลักล่อหลานกูตั้งแต่เมื่อไหร่ กูไม่เคยเห็นหน้าตา”

“เขาเป็นหลานกำนันเภา”

ญาติที่ไอ้แป๋งยืมมาเพื่อการนี้ เอ่ยขึ้นเสียงขรึมๆ เขาสวมเสื้อยีนแขนยาวทับไว้กับเสื้อขาวคอกลมขอบสีแดงเลือดหมูข้างใน หัวเกรียน ทรงแบบเฉพาะที่ตัดแค่บางอาชีพ ตาโอ่งมองคนๆ นั้นแล้วก็ได้แต่ทำฮึดฮัด อย่างอึดอัดหัวใจ ตามองที่หลานสาวเขียวปั้ด คาดว่าถ้าไม่มีแขก แกจะได้ลากนังน้ำขิงมาตีให้ขาลาก...

หึ...

หรืออาจจะตีจนไอ้ที่อยู่ในท้องนั่นมันเล็ดออกมาจะได้จบๆ เรื่อง

“อ้อ หลานไอ้กำนันเภา หึ...คิดว่าเป็นลูกคนใหญ่คนโตแล้วจะมาทำอะไรลูกหลานคนอื่นเขาก็ได้อย่างนั้นเหรอ”

“พูดจาให้เกียรติกันหน่อยนะ ตาโอ่ง” นพพลเอ่ยเสียงห้วนๆ

“เกรงใจกันบ้าง ฉันยังเกรงใจตานะ ไม่ให้คนมากวนน่ะ ตาก็ควรจะเกรงใจกันหน่อย ถ้ายังอยากทำมาหากินต่อได้”

“หึ...” ตาโอ่งได้แต่เม้มปาก แล้วมองจ้องหน้าคมธรณ์ก่อนจะถามเสียงห้วน

“แล้วจะเอายังไง จะรับผิดชอบมันไหม อ้อ...นังน้ำขิงมันพึ่งสิบเจ็ด เอ่อ จริงสิผู้กองนพ แบบนี้ข้าก็แจ้งความจับมันได้ใช่ไหม ข้อหาพรากผู้เยาว์ยังไงล่ะ”

ตาโอ่งลูบปาก พอสงบใจหายโมโห ก็เริ่มคิดทบทวนได้ว่าเขาควรจะเรียกร้องอะไรได้จากไอ้หนุ่มนี่ หลานกำนันเภาเสียด้วยสิน่าจะได้เยอะกว่าไอ้เสี่ยอ๋าเยอะเลยล่ะ

“ที่มาเจรจานี่ก็เพราะไม่อยากให้ตาโอ่งไปแจ้งความนี่แหละ”

“หึ...แล้วถ้าข้าจะแจ้งล่ะ” ตาโอ่งลองเชิง นพพลกระแอมแล้วเอ่ยเสียงดุๆ

“ไม่คุ้มหรอกน่าตาโอ่ง ฉันจะมาสู่ขอน้ำขิงมันให้กับคุณธรณ์เขา ตาโอ่งจะว่ายังไง ถ้าทางคุณธรณ์เขาจะขอผูกข้อไม้ข้อมือและพาหลานไปอยู่เป็นเมียน่ะ”

“จะให้เท่าไหร่?”

คำพูดที่ฟังแล้วสนใจเงินมากกว่าความรู้สึกของหลาน ทำให้น้ำขิงถึงกับกะพริบตาเพื่อไล่หยาดน้ำตาไป ขณะที่คมธรณ์ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งอยากพาน้ำขิงออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด

อา...

น้องจะต้องโตมาแบบไหนกันนะ?

แล้วเขายังไปซ้ำเติมด้วยการ...

ตอนนี้หัวใจของคมธรณ์หนักหน่วงไปหมด

“ห้าแสน”

คำพูดนี้ดังมาจากปากของคมธรณ์ เขาตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะจ่ายเท่านี้ แม้ว่าเพื่อนจะห้ามว่าจะเจรจาเองไม่ให้ถึงจำนวนนี้ เล่นเอาตาโอ่งตาถลน ขณะที่ปรากฏหันมามองเพื่อนแล้วทำหน้าบึ้ง

“ไอ้ธรณ์”

“โอ้...หลานเขย พูดจาน่าฟังมากๆ ถ้าแบบนี้ก็คุยกันง่าย จ่ายมาแล้วก็พานังน้ำขิงไปเลี้ยงดู พาไปทำอะไรก็ตามสบายได้เลย”

ตาโอ่งเสียงอ่อนลงเป็นประจบประแจงจนฟังแล้วน่าหมั่นไส้ ตาแก่หัวเราะร่วน เมื่อคมธรณ์ถามถึงหมายเลขบัญชี ไม่มีพูดถึงพิธีสู่ขอหรือผูกข้อมืออะไรเลยสักนิด เขาได้ยินเหมือนเสียงสะอื้นจึงเหลือบมองดู พบว่าเด็กสาวกำลังปาดน้ำตา

เมื่อเขาโอนเงินให้ตาโอ่งเรียบร้อย เขาก็บอกกับน้ำขิงว่าให้ไปเก็บของแล้วไปกับเขาวันนี้เลย เขาไม่ไว้ใจจะปล่อยน้ำขิงไว้กับตาของเธออีก น้ำขิงเข้าไปเก็บของในกระท่อมนั่น เธอก้มลงกราบลาตาโอ่ง ตาแกเพียงแค่มองดูหลานด้วยหางตา แล้วเอ่ยพูดออกมาเสียงดัง

“ไปอยู่กับเขาก็ทำตัวดีๆ ล่ะ อย่าให้เขาเอามาส่งคืนกูนะ นังน้ำขิง”

“จ้ะ”

“ได้ดิบได้ดีก็มาสร้างบ้านใหม่ให้กู มาเลี้ยงดูกูให้สมกับที่กูเลี้ยงมึงมาด้วย”

คำเอ่ยลำเลิกไม่มีคำพรสักคำให้หลานสาว ยิ่งทำให้คมธรณ์ตกลงใจได้ว่า เขาจะไม่มีทางพาเธอมาที่นี่อีกเป็นขาด!

เมื่อพากันออกมาจากบ้านของตาแก่ ไอ้แป๋งก็เริ่มสวดเขาบอกว่าไม่ควรเสียเงินให้ตาโอ่งตั้งห้าแสน แค่สองแสนตาโอ่งก็ประเคนหลานออกมาให้แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายมากขนาดนั้น

“มันคือค่าความรับผิดชอบของกู”

เจอคำพูดนั้นปรากฏก็ได้แต่กลอกตา

เย็นนั้นน้ำขิงและสมบัติอันน้อยนิดของเธอคือกระเป๋าเป้สองใบ ตุ๊กตากระต่ายสีขาวตุ่นๆ อีกหนึ่งตัว ก็ไปอยู่ในบ้านของคมธรณ์ ที่ปรากฏจัดปาร์ตี้ขึ้นโดยบอกว่าฉลองส่งท้ายความโสดให้เพื่อนเอาแบบเมาหนักจัดหนัก

น้ำขิงนั่งอยู่ในห้องที่เขาพาเธอมา มองไปรอบๆ คิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนของเขา สาวน้อยอยู่ข้างในนั้นเขาเปิดทีวีทิ้งไว้ให้ และเอาข้าวเข้ามาให้กิน ถามไถ่ว่าอยากได้อะไรเพิ่มไหม น้ำขิงได้แต่ส่ายหน้า เมื่อเธอกินข้าวอิ่มแล้ว เป็นมื้อแรกของวันด้วยซ้ำเพราะวันนี้เธอเผชิญเรื่องราวมากมายต่างๆ มากเหลือเกินตั้งแต่มาพบกับหน้าของพ่อของลูกในท้องนี่

น้ำขิงลูบท้องเบาๆ เธอยิ้มกับเจ้าตัวน้อยในท้อง ที่ทำให้ชีวิตของเธอหลุดพ้นออกมาจากตาโอ่ง เธอนึกขอบคุณเขา...ธรณ์ เธอควรจะเรียกเขาว่าอะไรดีนะ? กับสถานะของเธอตอนนี้เธอก็คือเมียเขา แม่ของลูก แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังจากเขามากถึงขนาดนั้น ให้เขามารับผิดชอบเธอกับลูกไปตลอด

ครอบครัวต้องเกิดด้วยความรัก

แต่เขาไม่ได้รักเธอ เธอก็ไม่ได้รักเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด ไม่ตั้งใจ และความผิดพลาด

“แม่ขอแค่ให้หนูเกิด แล้วแม่จะขอทุนเขา...ไปเลี้ยงดูหนู ต่อไปนี้แม่มีครอบครัวแล้วนะ” น้ำขิงพูดกับลูกแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม

แม้จะผ่านสถานการณ์ตึงเครียดมาทั้งวัน แต่เพราะความเพลียและรู้สึกว่านี่คือที่ปลอดภัย น้ำขิงก็หลับใหลไปในทันทีที่หัวแตะหมอน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคมธรณ์มาล็อกประตูห้องแล้วออกไปสังสรรค์ต่อ เขาสนุกกับปาร์ตี้ที่มีปรากฏ นพพลและสาวๆ เอนเตอร์เทนกันไปจนฟ้าแจ้งถึงได้เลิก

เมื่อน้ำขิงตื่นเช้ามาและเปิดประตูออกมาเห็นสภาพของเขาที่นอนหนุนตักสาวเอนเตอร์เทนนางหนึ่งหลับบนพรมในห้องรับแขก สาวน้อยก็ถอนใจและยิ่งคิดว่าเธอจะรบกวนเขาไปแค่ลูกคลอดแล้วจะไปจากเขาไปตั้งหลักสร้างครอบครัวเล็กๆ ของเธอเอง

ครอบครัวที่มีเธอกับลูก

แม้จะวัยแค่สิบเจ็ด แต่น้ำขิงก็โตเกินวัย เข้าใจโลก และมั่นใจว่าตัวเองจะเอาตัวรอดได้ ในโลกที่โหดร้ายนี้เพราะเธอไม่ได้โดดเดี่ยวและตกอยู่ภายใต้การปกครองของตาโอ่งอีกต่อไป ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าตาของเธออีกแล้ว

เขาชดใช้ให้เธอมากพอสมควรแล้ว และเธอก็ยกโทษให้เขา

สาวน้อยคิดแบบนั้นก่อนจะมองหน้าของคมธรณ์ที่ยังคงหลับ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel