บทที่ 3 บุรุษหล่อร้ายยามราตรี
"เอาอีกแก้วค่ะ... ขอแบบแรงที่สุด" เธอสั่งบาร์เทนเดอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บาร์เทนเดอร์หนุ่มมองหญิงสาวหน้าตาสะสวยด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่อาจขัดความต้องการของลูกค้าได้ แก้วแล้วแก้วเล่าถูกเสิร์ฟและถูกดื่มรวดเดียวหมด แก้วที่ห้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความมึนเมาเริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของเธอ แสงสีแสบตาและเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม เริ่มหมุนวนจนน่าเวียนหัว โลกทั้งใบคล้ายจะโคลงเคลงไปมาตามจังหวะเบสที่กระแทกกระทั้น
เธอพยายามลุกขึ้นจากหน้าบาร์เพื่อหลีกหนีจากสายตาของผู้คนที่เริ่มจับจ้อง แต่ขาเจ้ากรรมกลับอ่อนแรงจนทรุดลงกับโซฟาหนังสีเข้มในมุมวีไอพีที่เกือบจะไม่มีใครสังเกตเห็น มุมนี้ค่อนข้างมืดและเป็นส่วนตัว พราวตะวันทิ้งศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดสภาพ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสมเพชตัวเองไหลรินออกมาเงียบๆ ท่ามกลางเสียงอึกทึก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีใครต้องการ เป็นผู้หญิงโง่เขลาที่ถูกหลอกให้รักและถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี
ในขณะที่พราวตะวันกำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกวูบวาบและมึนเมาอยู่นั้น ก็มีใครบางคนมานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเธอ เขาปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ ราวกับเงา แต่กลับแผ่รังสีคุกคามบางอย่างที่ทำให้เธอต้องพยายามปรือตาขึ้นมอง เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีอย่างร้ายกาจ แม้แสงสลัวในโซนวีไอพีจะทำให้เห็นรายละเอียดไม่ชัดเจนนัก แต่โครงหน้าฟ้าประทานนั้นก็โดดเด่นจนยากจะละสายตา เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่สวมอยู่ไม่ได้ทำให้ความแข็งแกร่งและดูน่าเกรงขามของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย กระดุมเสื้อที่ถูกปลดออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มมองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มันเป็นสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่ออันโอชะ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก พราวตะวันมองเขาอย่างพร่าเลือน เธอจำไม่ได้ว่าเขามานั่งที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่
หรือทำไม?.. แต่ในความมึนเมานั้น... ใบหน้าของเขาช่างดูน่าดึงดูดอย่างประหลาด ร่างกายของเธอคล้ายจะตอบสนองต่อแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาโดยไม่รู้ตัว
"คุณโอเคหรือเปล่า?" เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบผิดกับบรรยากาศรอบตัว คำถามนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงบนแผลสด พราวตะวันหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตาของตัวเอง
"โอเค? ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ฉันรักมาตลอดสามปี... มีคนอื่น! คุณว่าฉันควรจะโอเคไหมล่ะ?" เธอโพล่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง สติที่เหลืออยู่น้อยนิดถูกทำลายลงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเจ็บปวด เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นใคร หรือจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน เธอแค่ต้องการระบายความอัดอั้นที่แน่นอยู่ในอกออกไปให้หมดชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะแปลกใจกับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของเธอ แต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกมา เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนตัก ท่วงท่าสง่างามราวกับราชสีห์ที่กำลังประเมินสถานการณ์
"ถ้าอย่างนั้น... ดื่มกับผมไหม?" เขาไม่ได้เสนอแก้วเหล้าใหม่ แต่เขายกแก้ววิสกี้สีอำพันในมือของตัวเองขึ้นมา ของเหลวสีทองสะท้อนแสงไฟวิบวับ ชวนให้ลุ่มหลงและมัวเมา พราวตะวันมองแก้วนั้นแล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง ภาพของณัฐและผู้หญิงคนนั้น ก็ผุดขึ้นมาในหัวของพราวตะวัน รอยยิ้มจอมปลอม คำโกหกที่พรั่งพรูออกมาจากปากผู้ชายที่เธอเคยรัก ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมไฟในใจให้ลุกโชน
ความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างรุนแรง เธออยากจะหนีจากความจริงที่ว่าเธอถูกหลอกอย่างสิ้นเชิง เธออยากจะประชดชีวิต อยากจะทำลายกรอบความดีงามที่เธอเคยยึดถือมาตลอด อยากจะทำให้ณัฐรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถสร้างบาดแผลให้เธอได้ หญิงสาวโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย ดวงตากลมโตที่เคยหวานซึ้งบัดนี้แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไฟแห่งความดื้อรั้น
"ถ้าฉันอยากจะลืมเรื่องทั้งหมดให้ได้จริงๆ... ฉันว่าการดื่มมันอาจจะไม่พอ" คำพูดนั้นหลุดออกจากปากโดยที่เธอแทบไม่ได้ไตร่ตรอง มันคือสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจที่บอบช้ำ ชายหนุ่มมองเธออย่างพิจารณา ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย มันช่างเป็นรอยยิ้มทีj่ ทำให้หัวใจของพราวตะวันเต้นระรัวขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูอบอุ่น แต่มันดูร้ายกาจและท้าทายราวกับเขากำลังตอบรับคำเชิญชวนของเธออย่างเต็มใจ
"คุณกำลังจะเสนออะไรครับ... คุณผู้หญิง?" เขาถามเสียงพร่า น้ำเสียงแหบพร่าของเขาแหวกผ่านเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม เข้ามากระซิบถึงก้นบึ้งความรู้สึกของเธอ
