บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ชวนผู้ไปซัมติง

พราวตะวันไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เธอใช้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปจับที่ปกเสื้อของเขา แล้วดึงเข้ามาใกล้จนใบหน้าของพวกเขาเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดปลายจมูก กลิ่นหอมสะอาดที่ปะปนกับกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกมึนเมามาก กว่าเดิมหลายเท่านัก มันเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากณัฐอย่างสิ้นเชิง เป็นกลิ่นของความแข็งแกร่ง อำนาจ และอันตรายที่หอมหวาน

"ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้... ที่มันจะทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกกับเรื่องแย่ๆอีกต่อไปแล้ว" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เธอจ้องมองริมฝีปากหยักลึกของเขา ราวกับคนหลงทางที่กำลังมองหาโอเอซิสกลางทะเลทราย ความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไปไว้เบื้องหลัง ในเวลานี้เธอต้องการเพียงแค่ความอบอุ่นจอมปลอมที่จะช่วยลบเลือนความหนาวเหน็บในหัวใจ ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจตอบสนองต่อการกระทำอันบ้าบิ่นของเธอ เขาไม่ได้ผลักไส หรือมองเธอด้วยความรังเกียจ

เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนแก้มของพราวตะวันอย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสของเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่าน ความร้อนจากฝ่ามือหนาซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้า ลุกลามลงไปถึงหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับทรงอานุภาพมากพอที่จะทำลายกำแพงแห่งความยับยั้งชั่งใจด่านสุดท้ายของเธอจนพังทลายลงอย่างราบคาบ นำพาเธอเข้าสู่ค่ำคืนแห่งความลุ่มหลงที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

หลังจากสัมผัสอันแผ่วเบาแต่ร้อนรุ่มที่ข้างแก้มจากมือหนาของชายแปลกหน้า สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดที่พราวตะวันพยายามประคับประคองไว้ก็ดูเหมือนจะหลุดลอยไปอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งสติควบคุม เธอปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเจ็บปวด

ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และเสน่ห์อันตรายของผู้ชายตรงหน้าที่เธอไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อ พราวตะวันจำได้เพียงว่าเธอถูกพาออกจากผับที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก แสงไฟเลเซอร์หลากสีและจังหวะเบสที่เคยกระแทกกระทั้นถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อก้าวพ้นประตูสถานบันเทิง อากาศเย็นเยียบของยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่มันก็ไม่อาจดับความรุ่มร้อนในอกของเธอได้เลย

ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มโอบประคองร่างที่โอนเอนของเธอไว้อย่างมั่นคง กลิ่นน้ำหอมบุรุษที่สะอาดสะอ้านผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้จางๆ จากตัวเขาทำหน้าที่เสมือนยาสลบที่ทำให้เธอไม่อยากรับรู้โลกความเป็นจริงอีกต่อไป ภาพรอบตัวพร่ามัวและหมุนคว้างไปหมด เธอไม่รู้ว่าเขาพาเธอเดินไปทางไหน หรือใช้เวลาเนิ่นนานเท่าใด และภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือการก้าวเข้าไปในลิฟต์ของโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากผับนั้น ผนังลิฟต์บุด้วยกระจกและทองเหลืองสะท้อนภาพของหญิงสาวที่กำลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของผู้ชายร่างสูงใหญ่ ความเมาทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธ

หรือต่อต้านได้ หรือบางที ลึกๆ แล้วเธอเองก็ไม่ได้อยากจะปฏิเสธมันตั้งแต่แรก ความเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ในใจก็เรียกร้องให้เธอหาทางระบายหรือหลบหนีจากมัน ภาพของณัฐและผู้หญิงแปลกหน้าในชุดคลุมอาบน้ำยังคงตามมาหลอกหลอน เธอกลัวการต้องกลับไปอยู่คนเดียวในคืนนี้ กลัวความเงียบสงัดที่จะเปิดโอกาสให้เสียงสะอื้นของตัวเองดังก้องอยู่ในหัว เธอต้องการใครสักคน ใครก็ได้ที่จะช่วยดึงเธอลงไปในห้วงเหวแห่งความลุ่มหลง เพื่อให้เธอได้ลืมเลือนความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ แม้เพียงชั่วข้ามคืนก็ยังดี

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น เมื่อถึงชั้นที่เป็นจุดหมายปลายทาง ชายหนุ่มประคองเธอเดินไปตามโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมเนื้อหนานุ่ม เสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกพาเข้าไปด้านใน ห้องพักในโรงแรมนั้นหรูหราและกว้างขวาง แสงไฟสีวอร์มไวท์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้สลัวๆ เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ราคาแพง และหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามราตรี

พราวตะวันไม่ได้สนใจรายละเอียดของมันเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่ความโอ่อ่าของสถานที่ สติของเธอถูกครอบงำด้วยความรู้สึกกระหายที่จะลืมและต้องการใครสักคนที่จะช่วยให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าอยู่บ้าง การถูกคนรักหักหลังทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าและต่ำต้อย เธอต้องการ การสัมผัสที่ยืนยันว่าเธอยังคงเป็นที่ต้องการ ยังคงมีความงดงามพอที่จะทำให้ผู้ชายสักคนหลงใหล ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ชายหนุ่มก็ดันร่างบางให้แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel