บทที่ 1.2
หากจะพูดถึงสำนักศึกษาเค่อหลี่แห่งเมืองอี๋หยาง ย่อมไม่มีผู้ใดในแคว้นหานไม่รู้จัก เนื่องจากขุนนางมากมายในราชสำนัก ล้วนแล้วแต่มาจากสำนักศึกษาเค่อหลี่ทั้งสิ้น เค่อหลี่จึงนับได้ว่าเป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งของแคว้นหาน
ปีหน้าหลันเฟิ่งก็สามารถเข้าสอบซิ่วฉ่าย อย่างที่บิดาตั้งความหวัง ดังนั้นช่วงนี้เขาจึงไปยังเค่อหลี่ทุกเช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเข้าไปทบทวนบทเรียน และขอคำปรึกษาจากอาจารย์ทั้งสองแห่งเค่อหลี่อย่างจ้าวเสิ่นและหวังชิง
เมื่อเดินเข้าไปในประตูหลังคฤหาสน์ เด็กสาวก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมองเห็นหลันเยี่ยเซียงกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว ข้างๆ ยังมีสาวใช้ของตนสองคนที่ก้มหน้าก้มอยู่ เห็นชัดว่าผู้เป็นพี่สาวรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
“พี่รอง” มองดูใบหน้างดงามที่เรียบเฉยนั้น หลันอิ๋งชุนพลันยิ้มแหย “ข้ากลับมาทันใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“พวกเจ้าสองคนพาคุณหนูเล็กไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ข้าจะออกไปรอที่ห้องโถง พี่ใหญ่คงใกล้จะออกมาแล้ว”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองรับคำก่อนเดินเข้ามาหาหลันอิ๋งชุน
ก่อนเดินผ่านผู้เป็นพี่สาว เด็กสาวไม่ลืมที่จะกะพริบตาออดอ้อนอย่างที่เคยได้ผล “พี่รอง”
หลันเยี่ยเซียงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “กลับไปเปลี่ยนชุด ข้าจะออกไปรับหน้าพี่ใหญ่กับท่านพ่อ หากให้รู้ว่าเจ้าแอบหนีออกไปอีกครั้งนี้ เจ้าจะโดนกักบริเวณรู้ตัวหรือไม่”
“ข้ารู้ว่าพี่รองใจดีที่สุด” พูดจบก็วิ่งหายเข้าไปในเรือนทันที
หลันเยี่ยเซียงส่ายหน้ายิ้มๆ นางรู้ว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อน นับจากมารดาสิ้นใจหลังคลอดน้องสาวคนเล็กของนางคนนี้ นางและแม่รองก็ช่วยกันประคบประหงมหลันอิ๋งชุน
กระทั่งตามใจจนกลายเป็นเด็กซุกซนอยากรู้อยากเห็น บิดาและพี่ใหญ่ของนางเป็นคนเข้มงวดกวดขัน ไม่เว้นแม้แต่กับนางและน้องสาวที่เป็นอิสตรี หากให้รู้ว่าหลันอิ๋งชุนหนีออกไปเที่ยวเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นโดนกักบริเวณเป็นเดือนอย่างแน่นอน
“เซียงเอ๋อร์ มาแล้วหรือ” สุ่ยเซียนโผเข้ามาหาหญิงสาวด้วยใบหน้าไม่ใคร่จะดีนัก “ชุนเอ๋อร์เล่ากลับมาแล้วหรือยัง”
“แม่รองไม่ต้องเป็นห่วง นางกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินหลันเยี่ยเซียงกระซิบบอก สุ่ยเซียนพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “เจ้าเด็กคนนี้ทำเอาคนแก่เช่นข้าหัวใจแทบวาย หายตัวไปตั้งแต่เช้า ข้าละจนปัญญาจะจัดการกับนางแล้ว”
“ท่านอย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ไว้ข้าจะกวดขันนางด้วยตัวเอง”
“เจ้าเองก็เหมือนกัน อย่าตามใจนางให้มากนัก หากให้ท่านพ่อและคุณชายใหญ่…”
“พวกเจ้าสองคนทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น” หลันเซียวเอ่ยถามขึ้นทำให้สุ่ยเซียนสะดุ้ง
“ท่านพี่ ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ”
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่” หลันเยี่ยเซียงเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
“ชุนเอ๋อร์เล่า”
“กำลังเปลี่ยนชุดเจ้าค่ะ เพราะเมื่อวานเล่นซนมากไปวันนี้จึงตื่นสาย” หลันเยี่ยเซียงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ส่วนสุ่ยเซียนได้แต่ก้มหน้าเพราะกลัวโดนจับได้ มือทั้งสองข้างกำแน่นกระทั่งไม่อาจก้าวเดิน
“แม่รอง” หลันเฟิ่งสังเกตเห็น
สุ่ยเซียนสะดุ้ง “คุณชายใหญ่”
นางยังคงเรียกหลันเฟิ่งอย่างให้เกียรติ แม้เขาบอกให้นางเรียกเขาว่าลูกเฟิ่งก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะบุคลิกที่ยากจะเข้าถึงของอีกฝ่าย ทำให้นางรู้สึกว่าเขาน่าเกรงขาม
ไม่เหมือนหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาก็เอาแต่ติดนางแจ นับตั้งแต่ที่นางเข้ามาเป็นฮูหยินรองของหลันเซียว และนางเองก็รักและเอ็นดูเด็กทั้งสอง ราวกับเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเอง
“ท่านดูเหนื่อยๆ ชุนเอ๋อร์คงไม่ได้ซุกซนจนเกินไปกระมัง” หลันเฟิ่งเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ใช่ นางดีมาก เป็นเด็กดีมากๆ” สุ่ยเซียนเหงื่อตก รับมือกับผู้เป็นสามียังง่ายกว่าบุตรชายคนโตของอีกฝ่ายยิ่งนัก