เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก

20.0K · อัพเดทล่าสุด
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
20
บท
26
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

'หลันเยี่ยเซียง' โฉมสะคราญตระกูลหลัน หญิงสาวผู้ซึ่งมีมีเรือนกายที่หอมกรุ่นราวกับดอกเยี่ยเซียง ความงดงามและกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น ทำให้นางต้องพบเจอเรื่องวุ่ยวายมากมายจนเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ 'เซวี่ยอวี้' จอมยุทธ์หนุ่มที่บังเอิญช่วยโฉมสะคราญเอา แม้ว่าตัวเขาจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโจรราคะ แต่เขากลับนึกสนุกไม่เพียงไม่แก้ต่างแต่เขากลับปล่อยเลยตามเลย ผู้อื่นอาจหลงใหลใบหน้าและรอยยิ้มอันงดงามของหลันเยี่ยเซียง แต่เขากลับชอบเวลาที่นางหวาดกลัวเขา โกรธเขาจนพูดไม่ออก ยิ่งเห็นนางร้องไห้ เขาก็ยิ่งรู้สึกรื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง

นิยายจีนโบราณนิยายรักผู้ชายอบอุ่นหนุ่มเจ้าสำราญนักวรยุทธพระเอกเก่งแฮปปี้เอนดิ้งรักแรกพบจีนโบราณโรแมนติก

บทที่ 1.1

หญิงสาวแคว้นหานต้องมีอันต้องอกสั่นขวัญแขวน หลังจากมีข่าวโจรราคะออกก่อกวนจนทางการต้องประกาศจับ ทั้งนี้ในแต่ละเมืองในแคว้น ล้วนแล้วแต่มีหญิงสาวจากตระกูลต่างๆ ถูกโจรราคะผู้นั้นทำลายชื่อเสียง

‘หากแม้นไม่ได้โฉมสะคราญมาแนบชิดเชยชม

ขอเพียงลูบไล้ผิวนวลอนงค์ แนบเนื้อ หนึ่งราตรี’

นั่นคือบทกลอนในจดหมายจากโจรราคะ ซึ่งจะถูกส่งไปในเวลาที่เขาเล็งเป้าหมายก่อนลงมือ ซึ่งทุกครั้งเขาไม่เลือกวิธีการขอเพียงสามารถทำลายชื่อเสียงของโฉมสะคราญจากเมืองต่างๆ

บางครั้งเขาเพียงขโมยชุดเอี๊ยมออกมาแขวนเอาไว้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขามาเยือน

บางคราเขาก็ลักพาตัวโฉมสะคราญไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ก่อนจะส่งตัวหญิงสาวเหล่านั้นกลับไป

ในเวลาเพียงห้าเดือนโจรราคะผู้นั้น กลับสามารถก่อเรื่องได้ถึงสิบสองครั้ง อีกทั้งยังวนเวียนอยู่ในเมืองต่างๆ ของแคว้นหาน กระทั่งในยามนี้วนเวียนใกล้เมืองอี๋หยาง ทำให้ทางการต้องเร่งออกหมายเตือนไปทั่ว

แต่ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดสามารถบอกรูปพรรณสัณฐานของโจรราคะตัวจริง เนื่องจากหญิงสาวทุกคนที่ถูกลักพาตัวไป ต่างไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้คนในเมืองอี๋หยาง จึงได้แต่เฝ้าระวังบุตรสาวของตัวเองอย่างใกล้ชิด

“เจ้าได้ยินข่าวลือแล้วหรือยัง”

“เรื่องโจรราคะหรือ”

“ข้าก็ได้ยินนะ ก่อนออกมาจากเมืองผิงหยาง โจรราคะผู้นั้นประกาศว่าจะมาที่นี่”

“ข้าว่าเป้าหมายคงหนีไม่พ้นตระกูลหลัน”

“นั่นสิๆ คุณหนูหลันเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของเมืองอี๋หยาง อีกทั้งผิวกายของนางยังหอมกรุ่น”

“นั่นเป็นเพียงข่าวลือมิใช่หรือ”

“นั่นสิ เจ้าไม่เคยพบนางเลยสักครั้ง รู้ได้อย่างไรว่าผิวกายของนางหอมกรุ่นดังที่ร่ำลือกัน”

“ก็คนที่นี่มิใช่พูดเป็นเสียงเดียวกันหรอกหรือ”

“แต่ก็ไม่เคยมีใครยืนยันได้มิใช่หรือ”

“แต่ข้าเคยพบนางนะ นางก็ดูปกติ ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรเลย”

“จริงหรือ”

“ก็จริงนะสิ นางเคยมาเดินในตลาดด้วย แต่ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรที่ว่านั่นเลย”

“แล้วข่าวลือมาจากไหนกัน”

“นั่นมันนานมาแล้ว เป็นความจริงเสียที่ไหน”

“แล้วนี่เจ้าเป็นใครหรือ”

ทุกคนที่กำลังจับกลุ่มนินทากันหันไปมองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มไม่คุ้นหน้า

“ข้าหรือ ข้าเป็นสาวใช้คนใหม่ของคฤหาสน์ตระกูลหลัน”

“จริงหรือ” หลายคนต่างก็มีท่าทีตื่นเต้น “แต่ข่าวลือนี้ข้าได้ยินมาตั้งแต่นางปักปิ่นแล้ว ได้ยินมาว่าแม่นมของนางเป็นคนพูดเองเลย”

“แม่นมหรือ” เด็กสาวผู้นั้นเลิกคิ้ว “ข้าได้ยินมาว่าแม่นมคนนั้นขโมยของของคุณหนูหลันไปแต่โดนจับได้ ดังนั้นนางจึงเจ็บแค้นกระทั่งสร้างข่าวลือขึ้น”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ดูเหมือนจะเคยได้ยินมานะ”

“แต่เรื่องนี้ก็ร่ำลือกันมานาน หลายคนที่เคยพบคุณหนูหลันเองก็ยืนยันว่าตัวนางหาได้มีกลิ่นหอมอะไรไม่”

“แต่จะอย่างไรนางก็ยังคงได้ชื่อว่าโฉมสะคราญอันดับหนึ่งเมืองอี๋หยาง ข้าว่าโจรราคะต้องเล็งนางเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน”

“จริงด้วย” ทุกคนต่างก็พยักหน้าก่อนจะมองหาเด็กสาวซึ่งอ้างตัวเป็นสาวใช้ตระกูลหลัน ทว่าคนกลับหายไปเสียแล้ว

หลันอิ๋งชุนถอนหายใจออกมา เมื่อสามารถหลบออกมาจากกลุ่มแม่ค้าและพ่อค้าในตลาด ซึ่งกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาอยู่ข้างถนน วันนี้นางปลอมตัวเป็นสาวใช้ออกมากับคนในครัว

พอได้ยินว่าผู้อื่นกำลังซุบซิบเรื่องของผู้เป็นพี่สาว นางย่อมอดรนทนไม่ได้ต้องรีบก้าวออกไปแก้ข่าว

“คุณหนูท่านอยู่นี่เองหรอกหรือเจ้าคะ ข้าน้อยตามหาเสียแทบแย่”

“จะกลับแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ ป่านนี้คุณหนูรองตามหาท่านแย่แล้ว”

“อ้อได้ เช่นนั้นรีบกลับเถิด”

เด็กสาวย่อมยอมกลับแต่โดยดี ทั้งนี้ก็เพราะนางออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้หลันเยี่ยเซียงพี่สาวของนางคงรู้แล้วว่านางแอบหนีออกมา เพราะในยามเช้าของทุกวัน นางและพี่สาวต้องออกมาส่งหลันเฟิ่ง พี่ชายคนโตออกไปเค่อหลี่