บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่?

บทที่ 4 เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่?

“ข้า... ข้าในตอนนี้ จะทำอะไรได้”

เขาทุบกำปั้นลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างสมเพชตัวเอง ขาที่ไร้ความรู้สึกเป็นเหมือนโซ่ตรวนที่ล่ามความภาคภูมิใจของเขาเอาไว้จนหมดสิ้น

มองดูอดีตพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกหักเขี้ยวเล็บ เยี่ยหว่านชิงพลันรู้สึกสมเพชระคนหงุดหงิด เธอเกลียดชังความพ่ายแพ้ เกลียดการยอมจำนนต่อโชคชะตา

“ในเมื่อท่านทำอะไรไม่ได้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ เสียเถอะ”

หญิงสาวลุกขึ้นยืน บังตัวอาเป่าเอาไว้เพื่อแอบป้อนยาน้ำรสหวานและลูกอมให้เด็กน้อยที่กำลังสะลึมสะลือ

เมื่อจัดการให้ลูกชายกินยาและดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่เก่าๆ เสร็จสิ้น เธอจัดแจงห่มผ้าขี้ริ้วให้เขาอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

“เรามาทำข้อตกลงกัน”

เยี่ยหว่านชิงเชิดคางขึ้น ท่วงท่าสง่างามขัดกับเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง

“นับจากนี้ไปน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองข้าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของท่าน ท่านก็อย่ามายุ่งเรื่องของข้า ข้าจะหาเลี้ยงปากท้องของข้ากับลูกเอง ส่วนท่าน หากยังอยากมีลมหายใจรอดูคนที่ทำร้ายท่านพินาศย่อยยับ ก็จงหุบปากแล้วทำตัวเป็นคนตาบอดหูหนวกเสีย!”

ฉู่เจวี๋ยมองสตรีตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน นี่ใช่เยี่ยหว่านชิง หญิงโง่เขลา หยาบคาย และดีแต่โวยวายคนนั้นจริงๆ หรือ? ท่าทางองอาจ แววตาเด็ดเดี่ยว และกลิ่นอายสังหารจางๆ ที่แผ่ออกมานี้ มันคือสิ่งใดกันแน่?

แต่ก่อนที่ฉู่เจวี๋ยจะได้เอ่ยถามอะไร บานประตูกระดาษพังๆ ของห้องเก็บฟืนก็ถูกลมหนาวพัดกระแทกเปิดออกเสียงดัง ปัง! พร้อมกับความมืดมิดของยามราตรีที่คืบคลานเข้ามาปกคลุม

บรรยากาศภายนอกเงียบสงัดเกินไป... เงียบจนผิดปกติ

หูที่ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยมของอดีตสายลับกระตุกเบาๆ เยี่ยหว่านชิงหรี่ตาลง เธอกระแทกส้นเท้าปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบท่อนไม้แหลมปลายที่หักจากเมื่อครู่ ขึ้นมากระชับไว้ในมือ

กรอบ... แกรบ...

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาย่ำลงบนหิมะที่ลานหน้าบ้าน แม้จะพยายามปกปิดเพียงใด แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดโสตประสาทของหมาป่าที่คุ้นเคยกับความตายอย่างเธอได้

มีคนกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องนี้... และจากจังหวะการก้าวเดินที่หนักหน่วง มันไม่ได้มาดีแน่!

ฉู่เจวี๋ยเองก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต เขาสูดลมหายใจลึก มือหนาเลื่อนลงไปคลำใต้หมอนที่หนุนอยู่ คว้าด้ามมีดสั้นเล่มสุดท้ายที่ซ่อนเอาไว้แน่น

เยี่ยหว่านชิงปรายตามองการกระทำของสามีพิการ อาการตื่นตัวและจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ทำให้นางที่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากภายนอกอยู่ก่อนแล้วอดสงสัยไม่ได้

‘แค่ชายพิการที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งคนหนึ่ง... เหตุใดถึงยังมีคนต้องการมาทำร้ายถึงที่นี่อีกนะ? เขาซ่อนความลับอะไรเอาไว้กันแน่?’ ทว่าความสงสัยนั้นถูกเก็บพับลงไปชั่วคราว เมื่อความจริงตรงหน้าคือการเอาชีวิตรอด

ร่างกายของนางในตอนนี้อ่อนแอเกินกว่าจะปะทะด้วยพละกำลัง อาการบาดเจ็บจากการฝืนใช้มิติพกพายังคงทำให้ขมับเต้นตุบๆ ทว่า... สำหรับสายลับระดับ S ต่อให้เหลือเพียงลมหายใจรวยริน การสังหารคนด้วยจุดตายเพียงจุดเดียวก็ไม่ใช่เรื่องยาก

มุมปากของเธอกระตุกเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ดูงดงามทว่าน่าสยดสยองในความมืด ดวงตาดอกท้อทอประกายวาวโรจน์ราวกับอสรพิษที่ซุ่มซ่อนในเงามืด

“ดูท่า คืนนี้จะมีหนูสกปรกมารังควานสินะ”

เธอพึมพำเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงแหบพร่าเจือไปด้วยความหงุดหงิด

“ร่างกายข้ากำลังอ่อนแอจนแทบไม่มีแรงจะเดินอยู่แล้วแท้ๆ แต่ก็ดี ในเมื่อข้าดึงเสบียงออกมาไม่ได้ หวังว่าหนูตัวนี้ จะมีของมีค่าติดตัวมาให้ข้าปล้นเพื่อเป็นค่าตอบแทนที่มารบกวนการพักผ่อนของข้าก็แล้วกัน”

ท่ามกลางลมเหมันต์ที่กรีดร้อง เงาดำสายหนึ่งค่อยๆ ทาบทับลงบนบานประตู พร้อมกับประกายเหล็กที่สะท้อนแสงจันทร์วาววับในความมืด!

---------------

เสียงสายลมเหมันต์ด้านนอกยังคงโหยหวนราวกับวิญญาณแค้นที่ไร้ที่สิงสู่ ทว่าภายในห้องเก็บฟืนซอมซ่อกลับเงียบสงัด เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง

ดวงตาดอกท้อของเยี่ยหว่านชิงหรี่แคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอวาวโรจน์ทะลุความมืดมิด มือเรียวเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการทำงานหนัก กระชับท่อนไม้แหลมในมือแน่นจนข้อขาว ปลายไม้ชี้ต่ำลงพื้นในองศาที่พร้อมจะตวัดขึ้นปลิดชีพศัตรูได้ในเสี้ยววินาที

สัญชาตญาณของสายลับระดับ S กำลังส่งเสียงเตือนภัยกึกก้อง! ร่างกายนี้แม้จะอ่อนแอจนแทบปลิวไปตามลม แต่กล้ามเนื้อและความทรงจำในการเข่นฆ่ายังคงสลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

แอ๊ด...

บานประตูพังๆ ถูกแง้มออกอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องเข้ามาเป็นลำแคบ เผยให้เห็นใบหน้ากร้านแดดที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยยิ้มวิปริตของหวังเอ้อร์ นักเลงการพนันประจำหมู่บ้าน ในมือของมันกำมีดปังตอหั่นหมูที่ขึ้นสนิมเขรอะ ทว่าคมกริบพอที่จะสับกระดูกคนให้ขาดเป็นสองท่อน!

หวังเอ้อร์ชะโงกหน้าเข้ามาในความมืด ดวงตาขุ่นมัวด้วยฤทธิ์เหล้ากวาดมองไปที่แคร่ไม้ไผ่เป็นอันดับแรก กลิ่นเหล้าราคาถูกผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลสาบสางลอยลอดเข้ามาตามช่องลม ชวนให้คลื่นเหียน

สะใภ้ใหญ่หลี่กุ้ยฮวาแอบเปิดประตูหลังบ้านให้มันเข้ามา พร้อมกับยัดเงินใส่มือสามสิบอีแปะ บอกว่าให้มาขโมยหยกพกชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในเสื้อของฉู่เจวี๋ย ซึ่งเป็นหยกพกประจำตำแหน่งและของบำเหน็จชิ้นเดียวที่เหลืออยู่จากสมัยที่เขายังเป็นรองแม่ทัพแดนเหนือ และหากนังเยี่ยหว่านชิงตื่นขึ้นมาโวยวาย ก็ให้จัดการปิดปากมันซะ แถมยังบอกอีกว่ารูปร่างหน้าตาของนังสะใภ้รองแม้มอมแมมไปหน่อย แต่ก็พอจะให้มันเสพสุขคลายหนาวได้

‘หึ... ไอ้คนพิการนั่นคงหลับเป็นตาย ส่วนนังผู้หญิงโง่นั่นก็เพิ่งถูกตีหัวแตก คงนอนหายใจรวยริน คืนนี้ลาภลอยมาถึงปากหวังเอ้อร์ผู้นี้แล้วโว้ย!’ หวังเอ้อร์คิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง น้ำลายสอเมื่อนึกถึงหยกขาวเนื้อดีและเรือนร่างของหญิงสาว มันก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาในห้องอย่างไม่เกรงกลัว

ทว่า... ความคิดสกปรกของมันยังไม่ทันจบประโยค!

ฟุ่บ!

เงาร่างบอบบางสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากมุมมืดหลังบานประตูราวกับปีศาจ! รวดเร็ว! เงียบเชียบ! และไร้ซึ่งความปรานี!

เยี่ยหว่านชิงไม่ได้ถอยหนี นางรู้ดีว่าพละกำลังของนางในตอนนี้ไม่มีทางสู้แรงชายฉกรรจ์ที่ตัวใหญ่กว่าถึงสองเท่าได้ หากยืดเยื้อ นางจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ดังนั้น ต้องจบในกระบวนท่าเดียว!

หวังเอ้อร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยังไม่ทันจะได้ยกมีดปังตอขึ้นป้องกันตัว ท่อนไม้แหลมในมือของหญิงสาวก็ตวัดวูบด้วยองศาที่แม่นยำดุจจับวาง กระแทกเข้าที่จุด ‘ชวีฉือ’ (ข้อพับแขนด้านนอก) ซึ่งเป็นจุดรวมเส้นประสาทอย่างจัง!

ปึก!

“อ๊ากกก!!”

หวังเอ้อร์ร้องเสียงหลงเมื่อแขนขวาชาหนึบราวกับถูกสายฟ้าฟาด มือที่กำมีดปังตอคลายออกโดยอัตโนมัติ

มีดเหล็กหนักอึ้งร่วงหล่นลงพื้น ทว่ายังไม่ทันที่มันจะกระทบพื้นดิน ปลายเท้าเล็กๆ ของเยี่ยหว่านชิงก็เตะช้อนด้ามมีดส่งมันลอยคว้างขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่มือซ้ายของเธอจะคว้าหมับเข้าที่ด้ามมีดกลางอากาศอย่างสวยงามไร้ที่ติ!

กระบวนท่าทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว! ไหลลื่น งดงาม ทว่าอันตรายถึงชีวิต!

ฉู่เจวี๋ยที่มองดูเหตุการณ์อยู่บนแคร่ถึงกับลืมหายใจ นัยน์ตาพญาเหยี่ยวเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง...

‘นั่นมันวิชาต่อสู้แขนงใดกัน! ไร้ซึ่งพลังวัตร ไร้ซึ่งกำลังภายใน แต่กลับใช้สรีระและจุดตายของศัตรูได้อย่างหมดจดปานนั้น!’

เมื่ออาวุธตกอยู่ในมือ เยี่ยหว่านชิงก็ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้ตั้งตัว เธอหมุนตัวเตะตัดพับในที่หัวเข่าซ้ายของหวังเอ้อร์อย่างแรง ร่างอันใหญ่โตของชายฉกรรจ์เสียหลักทรุดฮวบลงคุกเข่าดังกึก!

หญิงสาวก้าวตามประชิด มือขวาที่กำท่อนไม้ทิ้งลงพื้น ก่อนจะเปลี่ยนมากระชากมวยผมที่สกปรกของมันอย่างแรงจนหน้าหงายไปด้านหลัง และในวินาทีต่อมา... ความเย็นเฉียบของใบมีดปังตอก็ทาบทับลงบนเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของหวังเอ้อร์!

“ชู่ว...”

เสียงกระซิบเย็นเยียบราวกับเสียงเรียกจากยมบาลดังขึ้นข้างหูของนักเลงโต

“ขยับอีกนิดเดียว หลอดลมของแกจะได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกแน่”

*****

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel