ตอนที่ 12 แผลในใจ
ตอนที่ 12 แผลในใจ
ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ความมืดมิดเข้าปกคลุมบ้านสกุลฉู่ ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างกระดาษสั่นกึกๆ
ภายในห้องเก็บฟืนอันซอมซ่อ ฉู่เจวี๋ยนั่งนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ดวงตาพญาเหยี่ยวของเขาจ้องเขม็งไปที่บานประตูที่ปิดสนิท มือหนากำด้ามมีดสั้นใต้ผ้านวมแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ข้างกายของเขา อาเป่านอนขดตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้านวม เด็กน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ยังไม่กลับมาเลย หิมะตกหนักมาก ท่านแม่จะโดนหมาป่ากินไหมขอรับ...”
“แม่ของเจ้า นางเป็นสตรีที่ฉลาดและแข็งแกร่ง นางสัญญากับเจ้าแล้ว นางต้องกลับมา”
ฉู่เจวี๋ยเอ่ยปลอบลูกชายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าในใจของเขากลับร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
นางหายไปตั้งแต่เที่ยงจนป่านนี้ตะวันตกดินแล้ว สตรีร่างบางเช่นนั้น ท่ามกลางพายุหิมะและสัตว์ร้ายบนเขาต้าชิง... โอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์
ความรู้สึกผิดและไร้ค่ากัดกินหัวใจของอดีตรองแม่ทัพอย่างหนักหน่วง แผลในใจที่ลึกที่สุดของเขาถูกเปิดกะเทาะออกอีกครั้ง... เขาคือชายพิการที่ไร้ประโยชน์ ปกป้องลูกเมียไม่ได้ ต้องปล่อยให้สตรีออกไปเสี่ยงตายเพื่อหาข้าวมาให้เขากิน
หากนางตายเขาคงไม่อาจจะให้อภัยตัวเองได้ตลอดชีวิต
ขณะที่ฉู่เจี๋ยนกำลังคิดน้อยใจในโชคชะตาอยู่นั้น
ปึง!
จู่ๆ บานประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
พร้อมกับร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ล้มกลิ้งเข้ามาในห้องเสียงดังตุบ!
“ท่านแม่!!”
อาเป่ากรีดร้องสุดเสียง เด็กน้อยลืมความกลัวทั้งหมด กระโดดลงจากแคร่วิ่งโผเข้าไปหาร่างที่นอนฟุบอยู่บนพื้นดิน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของสองพ่อลูก ทำให้หัวใจของพวกเขาแทบหยุดเต้น
เยี่ยหว่านชิงอยู่ในสภาพที่ดูไม่เหมือนคน! ใบหน้าซีดเซียวของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังที่ไหลออกมาจากจมูกและหู เสื้อคลุมขนนกฉีกขาดวิ่น เลือดสีแดงสดชุ่มโชกไปทั้งแขนเสื้อและหยดลงพื้นเป็นทางยาว ที่เอวของนางมีชิ้นเนื้อหมูป่าขนาดใหญ่ผูกติดอยู่
“เยี่ยหว่านชิง!!”
ฉู่เจวี๋ยคำรามลั่น เขาพยายามจะลุกขึ้นจากแคร่ แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มเสียหลักตกลงมากระแทกพื้นดินดังกึก! เขาไม่สนความเจ็บปวด ใช้สองแขนที่แข็งแกร่งตะเกียกตะกายคลานฝ่าความหนาวเหน็บเข้าไปหาร่างของสตรีตรงหน้าอย่างทุลักทุเล
“ท่านแม่! เลือด เลือดเต็มไปหมดเลย! ท่านแม่ตายแล้ว ฮือๆๆ!!”
อาเป่ากอดร่างของมารดาร้องไห้โฮ น้ำตาของเด็กน้อยหยดลงบนแก้มที่เย็นเฉียบของนาง
ภาพมารดาที่โชกเลือด ทำให้อาเป่าหวนนึกถึงอดีตอันเลวร้ายที่นางมักจะทุบตีตนเองจนเลือดออก แต่คราวนี้... เลือดเหล่านั้นคือเลือดของมารดาที่ไปสู้รบเพื่อหาอาหารมาให้เขา แผลในใจของเด็กน้อยถูกบีบคั้นจนแทบแตกสลาย
ฉู่เจวี๋ยคลานมาถึงตัวนาง เขาช้อนร่างที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน มือที่เคยจับดาบสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน บัดนี้กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาแตะที่ชีพจรที่คอของนาง... มันเต้นแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้
“เจ้า... เจ้ามันผู้หญิงโง่! บ้าบิ่นที่สุด! ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าไป!”
ฉู่เจวี๋ยตวาดใส่หน้านางทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ
“หากเจ้าตาย... ข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร! เจ้าให้ความหวังข้า แล้วก็มาทิ้งข้าไปงั้นหรือ!”
เสียงตะคอกระคนสะอื้นของบุรุษ และเสียงร้องไห้ของเด็กน้อย ทะลุผ่านโสตประสาทที่กำลังจะดับวูบของเยี่ยหว่านชิง
หญิงสาวค่อยๆ ปรือตาดอกท้อที่หนักอึ้งขึ้นมองบุรุษที่กำลังกอดนางไว้แน่น น้ำตาของอดีตรองแม่ทัพผู้หยิ่งยโส... หยดลงบนแก้มของนาง
ริมฝีปากที่แห้งผากของเยี่ยหว่านชิงกระตุกเป็นรอยยิ้มบางๆ
“เจ้าร้องไห้... เป็นเด็กๆ ไปได้...เห็นมั้ยนั่นลูกร้องตามแล้ว”
เสียงของนางแหบพร่าและแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม
“ข้าบอกแล้วไง สวรรค์เพิ่งส่งตัวข้ามา ดังนั้นนรกยังไม่ต้องการตัวข้าหรอกน่า...”
“เจ้า ..เจ้า..! เยี่ยหว่านชิง!”
ฉู่เจวี๋ยเบิกตากว้างเอ่ยคำใดไม่ออก นอกจากกอดร่างนางแน่นขึ้นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไป
“อื้อ... ปล่อยก่อน กระดูกข้าจะหักหมดแล้ว”
นางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากแขนขวา ฉู่เจวี๋ยรีบคลายอ้อมกอดเล็กน้อย เขาไล่สายตามองบาดแผลที่แขนของนาง
“แผลนี่... รอยเขี้ยวหมูป่า... เจ้า... เจ้าไปล่าหมูป่าด้วยตัวคนเดียวมางั้นหรือ?!”
“อืม... ได้เนื้อขาหลังมานิดหน่อย ผูกอยู่ข้างเอวข้านี่ไง ตัวมันใหญ่ไป ข้าแบกไม่ไหว เลยซ่อนซากที่เหลือไว้ใต้หิมะบนเขา เอาไว้ข้าดีขึ้นค่อยกลับไปเอา”
นางตอบหน้าตาย ราวกับเพิ่งไปเดินตลาดมา นางไม่ได้บอกเรื่องที่เนื้อหมูส่วนหนึ่งได้ซุกซ่อนไว้ในมิติเอาไว้ด้วย
“และ... ข้าได้โสมป่าแก่จัดมาด้วย อยู่ในอกเสื้อ เก็บมันไว้ก่อน อาการข้าดีขึ้นเมื่อไหร่ ข้าจะเอาไปขายที่โรงหมอในเมือง เราจะได้มีเงินทุนมารักษาขาท่านและซื้อเสบียงเพิ่ม...”
คำพูดของนางทำให้ก้อนเนื้อในอกของฉู่เจวี๋ยปวดร้าวอย่างแสนสาหัส นางบาดเจ็บปางตายขนาดนี้ แต่คำแรกที่พูดกลับเป็นห่วงเรื่องการหาเงินมารักษาเขาและปากท้องของครอบครัว
“เจ้าไม่ควรทำเพื่อพวกเราขนาดนี้...”
ฉู่เจวี๋ยกัดฟันในที่สุดก็ยอมรับว่าร่างนี้ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมอีกต่อไปแล้ว
“เจ้าเพิ่งมาอยู่ในร่างนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อคนพิการอย่างข้า และเด็กที่ไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของเจ้าด้วยซ้ำ”
เยี่ยหว่านชิงพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง โดยมีฉู่เจวี๋ยช่วยประคอง นางพิงหลังกับผนังดิน หอบหายใจลึก ดวงตาดอกท้อที่เคยเย็นชา บัดนี้ฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
“ท่านรู้หรือไม่ ว่าในโลกก่อน ข้าสูญเสียอะไรไปบ้าง?”
นางเอ่ยขึ้นลอยๆ สายตาทอดมองออกไปในความมืด
ฉู่เจวี๋ยชะงักไป เขาส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าเคยถูกคนที่เชื่อใจที่สุดหักหลัง ถูกล้อมกรอบในดงระเบิด บาดแผลจากเหตุการณ์นั้น ทำให้มดลูกของข้าแหลกเหลว ข้าสูญเสียความสามารถในการเป็นแม่ไปตลอดกาล”
น้ำเสียงของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ยอดสายลับยอมเผยบาดแผลในใจที่ลึกที่สุดออกมา
อาเป่าที่กำลังกอดขาของนางสะอื้นไห้ เงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความงุนงง
เยี่ยหว่านชิงก้มลงใช้มือซ้ายลูบแก้มของอาเป่าอย่างอ่อนโยนที่สุด
“แต่สวรรค์ก็ใจดี ที่ส่งข้ามาอยู่ในร่างนี้ ส่งอาเป่ามาให้ข้า อาเป่าคือลูกของข้า ไม่ว่าเลือดในกายจะเป็นของใคร แต่ในเมื่อข้าเรียกเขาว่าลูก เขาก็คือสายเลือดของข้า คนเป็นแม่ ย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกอิ่มท้อง”
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับฉู่เจวี๋ย นัยน์ตาของนางกลับมาเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวอีกครั้ง
“และสำหรับท่าน ฉู่เจวี๋ย ข้าอาจจะไม่ได้รักท่าน แต่ท่านคือพวกพ้องของข้าในโลกที่โหดร้ายนี้”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแสนจะเย็นชายิ่งนัก
“ข้าเกลียดความพ่ายแพ้ ข้าเกลียดการถูกรังแก หักหลัง และข้าก็รู้ว่าแผลในใจของท่านที่ต้องกลายเป็นคนพิการ มันเจ็บปวดแทบกระอักเลือดเพียงใด...”
ฉู่เจวี๋ยหลับตาลง ภาพในอดีตที่เขาเคยควบม้าสง่างาม สลับกับภาพที่เขาต้องนอนจมกองอาจมรอเศษอาหารจากครอบครัว ฉายชัดขึ้นมาในหัว แผลในใจของเขาถูกนางมองทะลุจนหมดสิ้น
“เราทั้งคู่ต่างก็มีแผลในใจ...”
เยี่ยหว่านชิงเอื้อมมือซ้ายไปกุมมือที่หยาบกร้านของเขาเอาไว้
“แต่เราจะไม่ยอมตายอย่างน่าสมเพชเช่นนี้เด็ดขาด ข้าจะรักษาขาท่านให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง และท่าน จะต้องกลับมาเป็นรองแม่ทัพที่เกรียงไกร เป็นดาบที่คมกริบที่สุด เพื่อปกป้องข้ากับลูก และเหยียบย่ำทุกคนที่เคยทำร้ายพวกเรา... สัญญากับข้าสิ ฉู่เจวี๋ย”
สัมผัสที่เย็นเฉียบจากมือของนาง กลับจุดประกายไฟแห่งความหวังที่เคยมอดดับในใจของขุนพลหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
บุรุษผู้หยิ่งยโส ลืมตาขึ้น แววตาพญาเหยี่ยวของเขากลับมาสว่างไสวและดุดันดุจเดิม เขาพลิกมือกลับมากอบกุมมือของนางไว้แน่น ราวกับกำลังทำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าสวรรค์และเบื้องดิน
“ข้า ฉู่เจวี๋ย ขอสาบานด้วยชีวิตและวิญญาณ...”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลัง
“หากข้ากลับมาเดินได้อีกครั้ง ข้าจะเป็นดาบและโล่ให้เจ้า ข้าจะปกป้องเจ้าและอาเป่าด้วยชีวิต และใครก็ตามที่บังอาจทำให้เจ้าต้องหลั่งเลือดในวันนี้ ข้าจะลากพวกมันลงนรกไปชดใช้กรรมทั้งหมด!”
พันธสัญญาแห่งเลือดและน้ำตาได้ถูกสลักลึกลงในใจของคนทั้งสอง ท่ามกลางห้องเก็บฟืนที่หนาวเหน็บ ทว่ากลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความหวังที่เริ่มผลิบาน
“ดี... รับปากแล้วห้ามคืนคำล่ะ”
เยี่ยหว่านชิงยิ้มมุมปาก
“แต่ตอนนี้! ขอยาชา ยาแก้ปวด และผ้าสะอาดให้ข้าที ข้าต้องเย็บแผลตัวเอง ก่อนที่เลือดจะหมดตัวจริงๆ เสียที...”
เมื่อพูดจบ ยอดสายลับสาวก็หน้ามืด สลบเหมือดคาอกของอดีตรองแม่ทัพไปในทันที!
“เยี่ยหว่านชิง!!”
*****
