บท
ตั้งค่า

บทที่ 5-1 ค่ากับข้าว

เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แม่ของเฉินเฮ่อก็รีบบอกให้ลูกชายและลูกสะใภ้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแล้วรีบมาดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ด้วย ซูชิงยิ้มให้แม่สามีอย่างอ่อนโยน ตั้งแต่เธอแต่งเข้าบ้านมา แม่สามีไม่เคยทำให้เธอลำบากใจเลยสักครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยก้าวก่ายเรื่องระหว่างเธอและเฉินเฮ่อเลยแม้แต่นิดเดียว

“แม่ทำอาหารมื้อเย็นเอาไว้แล้ว ก่อนพวกลูกจะกลับมา พ่อแม่ของชิงชิงก็แบ่งกับข้าวมาให้อีกจานหนึ่ง กินให้อิ่มล่ะ แม่จะไปนอนพักแล้ว วันนี้เย็บผ้าทั้งวันปวดหลังไปหมดแล้ว”

“หนูไปส่งค่ะแม่”

แม่ของเฉินเฮ่อประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าซูชิงเข้ามาช่วยประคอง เดิมทีเธอคิดว่าคงจะต้องรับมือกับลูกสะใภ้ผู้นี้ยาก เพราะซูชิงไม่ได้อยากแต่งงานกับเฉินเฮ่อ เรื่องนี้เธอเองก็รู้ แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่านอกจากซูชิงจะไม่อาละวาดแล้ว ยังดีกับเธอมาก

ซูชิงประคองแม่สามีมานอนที่เตียงและยังห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ

“ต่อไปแม่ไม่ต้องทำอาหารให้พวกเราแล้วนะคะ หนูกับอาเฮ่อจะทำกินกันเอง เพราะแม่ต้องเย็บผ้าส่งลูกค้าก็เหนื่อยพอแล้ว แม่ควรพักให้มาก”

“จ้ะ”

เมื่อเห็นว่าแม่สามีรับคำอย่างว่าง่าย ซูชิงก็วางใจลงได้ แม่ของเธอและแม่ของเฉินเฮ่อนั้นมีอาชีพเดียวกัน คือรับผ้าจากร้านมาซ่อมประชุน แม้รายได้จะไม่มากแต่ก็ถือว่าไม่ต้องไปทำงานหนักนอกบ้าน ส่วนพ่อของซูชิงนั้นเมื่อก่อนเคยทำงานโรงงาน แต่เพราะสุขภาพไม่ดี เมื่อซูชิงโตเป็นสาวและเข้าไปทำงานในโรงงานแล้ว จึงให้พ่อหยุดพักอยู่ที่บ้าน

เฉินเฮ่อที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอดี เมื่อเดินออกมาเห็นว่าซูชิงกำลังประคองมารดาตนไปนอนเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่เขาชอบในตัวซูชิงก็คือความมีเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้คนของเธอ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นซูชิงไม่เคยโวยวายเลยสักครั้งแต่กลับใช้สติไตร่ตรองอยู่เสมอ

พายุฝนสงบลงแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความชื้นแฉะเอาไว้บนผิวดินและต้นไม้ใบหญ้า ทำให้อากาศหนาวเย็นขึ้น เธอและเฉินเฮ่อนั่งกินอาหารกันอย่างเงียบๆ ก่อนจะกลับเข้ามาในห้อง เมื่อเข้ามาในห้องแล้วเฉินเฮ่อก็ยื่นบางอย่างมาตรงหน้าเธอ เมื่อซูชิงเงยหน้าไปมองก็พบว่ามันคือเงินนั่นเอง หญิงสาวย่นหว่างคิ้วและถามด้วยความแปลกใจ

“เงินนายนี่ เอามาให้ฉันทำไม เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเรื่องเงินของกันและกัน”

“ค่าใช้จ่ายในบ้าน เมื่อครู่ฉันได้ยินเธอบอกแม่แล้ว ว่าจะดูแลเรื่องอาหารเอง และนี่ก็บ้านฉันจะให้เธอรับผิดชอบไม่ได้”

“แต่ว่า…”

“ชิงชิง ตอนนี้พวกเราอยู่ในสถานะสามีภรรยา และฉันก็ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมากลุ้มใจเรื่องสถานะความสัมพันธ์ของพวกเรา เธอก็ช่วยทำหน้าที่ภรรยากำมะลอสักหน่อย แค่เงินค่ากับข้าวเท่านั้น รับไปเถอะ”

“จะดีเหรอ”

ซูชิงลังเลเพราะเกรงใจเฉินเฮ่อ แค่เมื่อเช้าที่เขาซื้อของกินมาให้เธอ เธอก็คิดว่าลำบากเขามากพอแล้ว นี่เขายังจะเอาเงินให้เธออีก

“ดีอยู่แล้ว ฉันเป็นผู้ชายนะ เรื่องในบ้านจุกจิกเกินไปฉันไม่ว่างมาใส่ใจหรอก มีเธอมาช่วยอีกแรง ดีมากเลย”

“อย่างนั้นก็ได้”

ซูชิงยื่นมือไปรับเงินมาจากเฉินเฮ่อและเก็บเอาไว้อย่างดี อีกทั้งยังคิดเอาไว้แล้วว่าจะเอาเงินของเธอมารวมเป็นค่ากับข้าวอีกส่วนหนึ่ง เพราะอย่างไรทั้งสองบ้านก็กินข้าวด้วยกันอยู่แล้ว จะให้เขามารับผิดชอบคนเดียวมันก็ออกจะเกินไปสักหน่อย

“รีบนอนเถอะ”

“อืม”

เพราะความเหนื่อยล้าจากงานที่ทำมาตลอดทั้งวัน ทำให้ซูชิงหลับสนิททันทีที่หัวถึงหมอน เฉินเฮ่อที่ยังนอนไม่หลับกำลังนั่งมองซูชิงด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขากระชับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เธออย่างใส่ใจ ชายหนุ่มไอออกมาเล็กน้อยเพราะตอนเย็นตากฝนนานไปหน่อยเขาจึงรู้สึกปวดหัวและระคายคออยู่บ้าง

พอเห็นว่าภรรยานอนหลับสนิทดีแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบเข้านอนบ้าง เพราะเขาเองก็รู้สึกเหนื่อยไม่ต่างกัน

เมื่อซูชิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็ไม่พบเฉินเฮ่อ คาดว่าเขาคงจะไปแบกข้าวสารอีกเช่นเคย เธอรีบล้างหน้าแต่งตัวก่อนจะไปซื้อน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋มากินรองท้อง จากนั้นก็แบ่งเอาไว้ให้แม่สามี หญิงสาวรออยู่นานก็ยังไม่เห็นเฉินเฮ่อกลับมาเสียที

“ไปไหนของเขานะ”

เธอพึมพำเสียงแผ่วเบา พร้อมกับกวาดสายตามองไปที่ประตูตลอดเวลา วันนี้เธอต้องเข้างานกะบ่าย ตอนเช้าจึงมีเวลาอยู่บ้าง เดิมทีคิดว่าจะไปส่งเขาที่โรงงานแล้วจะไปแวะตลาดเสียหน่อย แต่รออยู่นานเขาก็ยังไม่กลับมาเสียที

“ชิงชิง แย่แล้ว ชิงชิง!”

ซูชิงที่นั่งรออยู่ในบ้านอย่างใจจดใจจ่อ พลันได้ยินเสียงแม่ของเธอเองร้องเรียก เมื่อเธอเงยหน้าไปมองก็พบว่าตอนนี้แม่ได้วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ซูชิงที่เห็นอย่างนั้นก็รีบถามทันที

“แม่ มีอะไรคะ ทำไมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาล่ะ หรือว่าจะเกิดเรื่องกับพ่อ”

“ไม่ใช่ แกรีบไปดูอาเฮ่อที่สถานพยาบาลของโรงงานก่อนเถอะ”

ซูชิงเมื่อได้ฟังก็ตกใจมาก เธอกำลังจะวิ่งไปดูเฉินเฮ่อแต่กลับพบว่าแม่สามีกำลังเดินออกมาจากห้องนอนและได้ยินเรื่องนี้เข้าพอดี ซูชิงต้องปลอบแม่สามีอยู่นานกว่าเรื่องราวจะสงบลง

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แม่อยู่ที่นี่ก่อนหนูจะไปดูอาเฮ่อเอง”

พูดจบซูชิงก็ฝากฝังให้แม่ของตนเองดูแลแม่ของเฉินเฮ่อให้ดี ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปสถานพยาบาลทันที

ซูชิงปั่นจักรยานไม่นานก็มาถึงสถานพยาบาลของโรงงาน หากไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงหรือโรคที่ซับซ้อน ทุกคนต้องมาที่นี่ก่อน นอกเสียจากว่าอาการรุนแรงมากจริงๆ จึงจะถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลประจำเมือง สถานพยาบาลแห่งนี้เป็นตึกขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ภายในเขตโรงงาน มีหมอและพยาบาลประจำที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วประจำการอยู่ หากเป็นพนักงานประจำจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพราะแผนกบัญชีของโรงงานจะจัดการให้ทั้งหมด

ทันทีที่ลงจากรถจักรยานได้ ซูชิงก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบว่าเฉินเฮ่อกำลังนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาซีดขาวดูก็รู้ว่าน่าจะไม่ค่อยสบาย

“อาเฮ่อ!”

ซูชิงวิ่งเข้ามาหาเฉินเฮ่อทันที เฉินเฮ่อที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มให้ภรรยาตนอย่างอ่อนโยน

“มาทำไม อีกเดี๋ยวฉันก็จะกลับไปทำงานแล้ว”

“นายเป็นอะไร ทำไมถึงถูกพาตัวมาที่นี่ล่ะ”

เฉินเฮ่อยิ้มแหยๆ ก่อนจะกระซิบบอกซูชิงว่าเมื่อเช้าตนไปรับจ้างแบกกระสอบข้าวสาร พอทำงานเสร็จกำลังจะกลับบ้านก็เกิดหน้ามืด อาจจะเพราะมีไข้ต่ำๆ ทำให้ร่างกายทนไม่ไหวจนหมดสติไป มารู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่ที่สถานพยาบาลในโรงงานแล้ว

“นี่เงิน ค่ากับข้าว”

ซูชิงรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก เธอยื่นมือของตนไปหยิกแขนเขาอย่างแรง จนคนถูกหยิกร้องโอดโอย

“เธอหยิกฉันทำไม”

“ไม่สบายทำไมนายไม่บอกฉัน แล้วยังออกไปทำเรื่องแบบนั้นจนหน้ามืดอีก เพื่อเงินไม่กี่เฟิน มันคุ้มเหรออาเฮ่อ”

“คุ้มสิ จะกี่เฟินก็เงินทั้งนั้น เธออย่าได้ดูถูกเงินน้อยเชียว”

“ฉันไม่ได้ดูถูกเงิน ฉันแค่โมโหนาย เกิดนายเป็นอะไรไปแม่นายจะอยู่ยังไง หากนายยังทำแบบนี้อีกฉันจะไม่คุยกับนายแล้ว”

“รู้แล้วน่า ต่อไปไม่ทำแล้วเธอหายโกธรฉันนะ”

เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้เธอ ซูชิงที่เห็นแล้วก็โกรธไม่ลง จึงไม่ได้เอ่ยตำหนิอะไรเขาอีก

"หิวไหม ตอนปั่นจักรยานมาฉันได้แวะร้านโจ๊ก ซื้อโจ๊กมาให้นายด้วย รีบกินตอนร้อนๆ เถอะ”

“ได้ เธอป้อนฉันหน่อย”

“นายก็กินเองสิ มือยังดีไม่ใช่หรือไง”

ซูชิงเอ่ยถามเขาด้วยความงุนงง เฉินเฮ่อจึงแสร้งร้องครวญครางออกมา

“ฉันทำงานหนักจนปวดเมื่อยไปทั้งแขนทั้งขาเลย เธอป้อนฉันหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันไม่มีแรงจริงๆ”

“ก็ได้ ฉันเห็นแก่ที่นายป่วยหรอกนะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel