บท
ตั้งค่า

4

ไปทำงานที่คอมมูน

จางเหม่ยยืนหน้ากระจกที่เต็มไปด้วยรอยร้าวในห้องเล็กๆ ของเธอ ปลายนิ้วเรียวแตะใบหน้าที่เคยซีดเซียว ผิวของเธอยังคงซีดอยู่ แต่ดวงตาที่มองกลับจากกระจกนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอหยิบขวดกันแดดจากในห้องแต่งตัวมิติออกมา แม้จะไม่แต่งหน้าแต่การปกป้องผิวจากรังสียูวีก็สำคัญมากอยู่ดี เธอแตะเนื้อครีมไปที่ใบหน้า ลูบไล้อย่างเบามือ แล้วผูกผมเปียสองข้างให้กระชับเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน

เธอไม่ได้สนใจที่จะแต่งตัวให้สวยงามหรือดึงดูดสายตาใครทั้งนั้น ความสวยที่เคยเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ของจางเหม่ยคนเดิมไม่ได้อยู่ในใจของสายลับเช่นเธอ การแต่งตัวง่ายๆ และทะมัดทะแมงมากพอที่จะช่วยให้เธอทำงานได้อย่างคล่องแคล่วในแปลงส่วนกลางของหมู่บ้านต่างหากที่สำคัญ หากอยากจะสวยใบหน้าเรียวรูปไข่ได้รูปนี้ ผิวขาวนี้ จัดการให้สวยได้ง่ายยิ่งกว่าสิ่งใดอีก

จางเหม่ยเดินออกจากบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมเหมือนบ้านหลังอื่นๆ ในหมู่บ้าน แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเป็นโคลนเลนปนทราย ซากวัสดุก่อสร้างเก่าที่ถูกปล่อยให้ผุพังตามกาลเวลาอยู่รอบบริเวณ พื้นที่รอบตัวเธอเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีโครงสร้างคล้ายกันหมด ไม่ใช่เพราะการออกแบบที่ดี แต่เพราะความจำกัดของทรัพยากรของยุคนี้ ผู้คนในหมู่บ้านนี้ไม่ได้อยู่บ้านช่วงกลางวันเท่าไรเพราะพวกเขาทุกคนต้องออกไปทำงานในคอมมูนตั้งแต่เช้าตรู่ บ้านแต่ละหลังจึงดูว่างเปล่า ไร้ชีวิตชีวา

เมื่อเธอมาถึงแปลงส่วนกลางของหมู่บ้าน เสียงแว่วของการทำงานดังมาแต่ไกล ผู้ชายผู้หญิงรวมถึงเด็กเล็กต่างทำงานร่วมกันในทุ่งนาและแปลงผัก แม้ว่าปลายปี 1976 ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ที่ออกนโยบายคอมมูนนี้จะสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่หมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ยังไม่รู้ข่าว พวกเขายังคงใช้ชีวิตตามวิถีเดิม เหมือนโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เข้ามาแตะต้อง

จางเหม่ยก้มหน้าลงพลางนึกถึงอนาคตอีกไม่นานที่คอมมูนจะถูกยุบ การทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อสงสัยที่พวกเขายึดถือจะถูกท้าทาย เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นั้นจะทำให้ชีวิตของผู้คนที่เคยชินกับการทำงานเป็นกลุ่มนี้ลำบากขึ้นมาก นาและที่ดินจะถูกคืนให้กับครัวเรือน การทำงานและการดูแลพื้นที่ส่วนตัวจะกลายเป็นความท้าทายใหม่ของทุกคน

เมื่อจางเหม่ยมาถึงที่แปลงทำงาน เธอก็ได้รับสายตากดขี่จากผู้คนในหมู่บ้าน มีเสียงนินทาแว่วมาให้ได้ยิน แต่เธอไม่แสดงท่าทีอะไร แค่ก้มหน้าลงและเริ่มทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เสียงนินทาจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพาดพิงถึงเธออย่างไม่อาจเลี่ยงได้

"เหม่ยเหรอ ชื่อฟังดูเหมือนจะสวย แต่ดูสิ... หน้าตาเธอไม่ดีพอจะบอกว่าเป็นคนสวยได้หรอก"

"เธอไม่เหมือนพี่สาวของเธอ พี่สาวของเธอคนสวยกว่ามากเชียวล่ะ"

อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้นมา พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ตามมา จางเหม่ยได้ยินทุกคำพูด แต่เธอก็ไม่สนใจ เสียงนินทาไม่สามารถเจาะทะลุเกาะจิตใจที่แข็งแกร่งของเธอได้

เธอแต่งสวยเพื่อมาทำงานกลางแดดเพื่ออันใดเล่า พี่สามจวนนั้นจบมัธยมปลายและเธอถูกพ่อจางฝากเข้าไปทำงานที่ตัวเมืองเป็นคนทำบัญชีที่โรงงานเล็กๆ ก็สมควรต้องแต่งตัวดูดีนั่นแหละ ส่วนจางเหม่ยที่จบเพียงการศึกษาขั้นพื้นฐานมัธยมต้นนั้น ก็ถือว่าฝืนคำสั่งของสกุลจางมากพอแล้ว การเรียนของคนชนบทในยุคนี้นั้นไม่สำคัญเท่าไหร่เพราะอย่างไรก็ต้องมาทำงานในคอมมูนอยู่แล้ว เรียนเยอะไปก็ใช้เงินเสียเปล่าๆมากกว่า หากจางเหม่ยคนเดิมไม่ขอร้องพ่อจางอย่างสุดความสามารถก็คงไม่ได้เรียนหรอก

เธอไม่สนใจเสียงนกเสียงกาของชาวบ้านที่ไม่มีอะไรใช้บันเทิงใจนอกจากนินทาสนุกปาก รีบทำงานให้เสร็จโดยไม่รีรอ จากนั้นก็ลงชื่อว่าเธอได้ทำงานเสร็จสิ้นแล้ว จางเหม่ยตั้งใจไม่ทำงานส่วนที่แม่ของเธอมอบหมายไว้ งานที่ควรเป็นความรับผิดชอบของใครก็ให้คนนั้นทำ เธอคิดเช่นนั้นขณะวางปากกาลงบนกระดาษ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากแปลงส่วนกลาง โดยไม่สนใจสายตาที่มองตามเธอมา

หลังจากเสร็จงานที่คอมมูน จางเหม่ยเดินลัดเลาะผ่านป่าไปหาของป่า สัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติรอบตัวอย่างเงียบสงบ ความเป็นอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ แม้จะดูเรียบง่ายและยากจน แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นขุมทรัพย์สำหรับผู้ที่รู้จักหาประโยชน์จากมัน นั่นคือทรัพยากรธรรมชาติที่หาได้ง่ายในป่า

เธอมีความทรงจำของจางเหม่ยคนเดิมว่าเธอมักเป็นแม่ครัวของบ้าน เมื่อเธอไม่ทำอาหารเมื่อเช้าและคิดว่าจะกลับไปช้าหน่อยเพื่อให้ไม่ทันมื้อเย็น คนในบ้านที่ไม่ค่อยทำงานอันใดก็มักจะกินเพียงอาหารง่ายๆเช่นผักดองกับข้าวเปล่า เพื่อให้ไม่ต้องฝืนกินอาหารเพียงเท่านั้นเธอตัดสินใจว่าจะเข้าป่าหาอาหารป่าเพื่อรองท้องเอง หากไม่มีก็ค่อยพึ่งโรงอาหารในมิติ

จางเหม่ยเดินไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพืชพรรณที่เธอจำได้จากชีวิตก่อนหน้า การใช้ชีวิตในฐานะสายลับเคยพาเธอไปทำภารกิจในป่าลึกมาแล้วหลายครั้ง เธอรู้จักพืชชนิดต่างๆ ทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ เมื่อพบกับมันเทศขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ในดิน เธอรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด จางเหม่ยก้มลงไปขุดมันเทศนั้นขึ้นมา มันเป็นอาหารที่มีพลังงานสูงและง่ายต่อการปรุง เธอเก็บมันไว้ในมิติว่างพื้นที่ไม่จำกัดของเธอ

ในขณะที่เธอยังคงเดินสำรวจต่อไป เธอก็พบกับเห็ดป่าหลายชนิด เห็ดบางชนิดมีสีสันสดใสและดูล่อใจ แต่จางเหม่ยรู้ดีว่ามันเป็นเห็ดพิษ การฝึกฝนและประสบการณ์จากชีวิตก่อนช่วยให้เธอแยกแยะเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษได้อย่างง่ายดาย แต่เธอก็เก็บทั้งเห็ดที่ปลอดภัยกินได้และเห็ดพิษกลับมา

เมื่อรวบรวมอาหารในป่าได้เพียงพอแล้ว จางเหม่ยก็หาที่นั่งลงในบริเวณที่เงียบสงบ เธอเตรียมอาหารอย่างเรียบง่าย ใช้ผักที่เก็บมาและเนื้อปลาจากมิติที่เธอเข้าออกได้ตามใจชอบ การใช้ชีวิตในป่าและการทำอาหารจากทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องที่เธอคุ้นเคยและทำได้อย่างคล่องแคล่ว อาหารที่เธอปรุงเสร็จมีกลิ่นหอมของเนื้อปลาและมันเทศนึ่ง มันเป็นมื้ออาหารที่เรียบง่ายแต่ให้พลังงานเต็มเปี่ยม

หลังจากที่กินอิ่มแล้ว จางเหม่ยตัดสินใจสำรวจป่าต่อไป เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆออกไปข้างชายป่าอีกฝั่งหนึ่ง เดินจนกระทั่งเจอบ้านหลังหนึ่งที่ทรุดโทรมและดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน ตัวบ้านตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านในมุมที่ห่างไกลจากผู้คน บ้านหลังนี้มีโครงสร้างไม้ที่เริ่มผุพัง หลังคาที่รั่วและประตูหน้าต่างที่แตกหัก แต่จางเหม่ยกลับมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้

"ถ้าได้รับการซ่อมแซมสักหน่อย บ้านหลังนี้ก็น่าจะเป็นที่พักที่ดีได้" จางเหม่ยคิดในใจ เธอรู้สึกชอบความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่บ้านหลังนี้มอบให้ อีกทั้งพื้นที่รอบๆ ยังเป็นป่าที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จบ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel