บท
ตั้งค่า

3

ปานแดง

จางเหม่ยตื่นขึ้นมาในเช้ามืดของวันใหม่ ความเจ็บป่วยที่เคยทรมานเธอในคืนก่อนหน้านั้นหายไปอย่างปลิดทิ้ง ร่างกายเธอรู้สึกสดชื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอลุกขึ้นจากฟูกนอนเก่าที่วางอยู่บนพื้นไม้ซึ่งบิดเบี้ยวตามกาลเวลา ขณะที่พยายามก้าวลงจากฟูก เธอก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือซ้าย เป็นความร้อนที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเธอก้มลงมอง ปานสีแดงรูปตราสัญลักษณ์ขององค์กรสายลับปรากฏขึ้นมาเด่นชัดบนผิวหนังของเธอ

จางเหม่ยยื่นมือไปแตะปานสีแดงนั้น ความร้อนที่รุนแรงก็หายไปทันที พริบตานั้นเธอก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในมิติองค์กรอีกครั้ง ห้องบัญชาการที่เคยเห็นในความฝันเมื่อคืนนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าเธอ เธอหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม สภาพห้องยังคงสะอาดเรียบร้อย แต่เต็มไปด้วยความเงียบงัน

เธอออกจากมิติและกลับมาอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของเธออีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นเริ่มครอบงำจิตใจของเธอ จางเหม่ยทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ทุกครั้งที่เธอแตะปานสีแดงนั้น เธอจะถูกดูดเข้าไปในมิติองค์กรสายลับ และเมื่อเธอนึกว่าจะออกไป เธอก็จะกลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง ความสามารถในการเข้าออกมิตินี้ทำให้จางเหม่ยรู้สึกมั่นใจและมีพลังมากขึ้น

หลังจากทดลองการเข้าออกหลายครั้ง จางเหม่ยตัดสินใจใช้ประโยชน์จากมิติองค์กรเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตในโลกปัจจุบัน เธอเดินกลับไปที่ห้องพักของเธอในองค์กรและเริ่มสำรวจพื้นที่เก็บของ ที่นั่นเธอพบฟูกนอนใหม่ ผ้าห่มที่ยังดูใหม่กว่าที่เธอมีในห้องเล็กๆ ของบ้านสกุลจาง

จางเหม่ยเลือกฟูกนอนและผ้าห่มที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในองค์กร ก่อนจะหอบมันออกมาและนำมาเปลี่ยนของเก่าที่เธอใช้มาตลอดหลายปี ฟูกนอนใหม่ที่เธอได้จากองค์กรนุ่มสบายกว่าเดิมมาก ผ้าห่มที่เธอเลือกก็หนาและอบอุ่นพอที่จะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในคืนที่หนาวเย็น

หลังจากจัดห้องใหม่เสร็จ เธอรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย จางเหม่ยกลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง และเดินไปยังห้องครัวขององค์กร ที่นั่นเธอพบอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วอย่างเรียบร้อย มีผักสดและเนื้อปลาให้เลือก เธอตัดสินใจเลือกปลานึ่งซีอิ๊วที่ยังคงมีความร้อนอุ่นๆ อยู่

เธอกินอาหารอย่างเงียบๆ ในมิติ รสชาติของปลานึ่งนั้นอร่อยและสดชื่น มันเป็นรสชาติที่เธอไม่เคยสัมผัสมานานในโลกแห่งความเป็นจริง อาหารที่เธอกินทำให้เธอรู้สึกอิ่มท้องและพึงพอใจ หลังจากกินเสร็จ จางเหม่ยรู้สึกขอบคุณที่เธอไม่ต้องทิ้งเศษอาหารในห้องเล็กๆ ของเธอในบ้านสกุลจาง เธอเลือกที่จะทิ้งมันในถังขยะขององค์กรแทน เพื่อไม่ให้มีหลักฐานใดๆ ที่อาจทำให้ครอบครัวสกุลจางสงสัย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จางเหม่ยกลับมายังโลกความเป็นจริงอีกครั้ง เธอมองรอบๆ ห้องนอนเล็กๆ ของเธอ ฟูกนอนและผ้าห่มใหม่ที่เธอเพิ่งเปลี่ยนให้ดูสะอาดสะอ้านกว่าที่เคยเป็น ร่างกายของเธอก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากจากการพักผ่อนและอาหารที่อิ่มท้อง

ความคิดในหัวของจางเหม่ยเริ่มวางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากมิตินี้ในชีวิตประจำวัน แต่ความคิดของเธอก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูไม้ที่เก่าแทบหักรอมร่อดังขึ้นจากด้านนอก เสียงนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเคาะธรรมดา แต่มาพร้อมกับเสียงตะโกนที่เธอคุ้นเคยอย่างดี

"นังเหม่ย! ผ่านมาตั้งสองวันแล้ว ยังไม่หายป่วยอีกหรอ? อย่ามาทำสำออยนะ !"

เสียงของแม่จางดังขึ้นมาทำให้จางเหม่ยถอนหายใจเบาๆ เธอรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับท่าทางของแม่จางที่มักจะเข้ามาต่อว่าตนเสมอ เธอลุกขึ้นจากฟูกนอนใหม่ที่เพิ่งนำมาจากมิติ เดินไปเปิดประตูอย่างไม่รีบร้อน

แม่จางยืนอยู่ที่หน้าประตูในท่าทางไม่พอใจ ดวงตาเธอจ้องมองจางเหม่ยอย่างไม่พอใจ มือทั้งสองข้างท้าวเอวไว้ และน้ำเสียงที่ยังคงกึ่งบ่นกึ่งต่อว่า

"หายดีแล้วก็รีบไปทำงานที่คอมมูนได้แล้วนะ ขาดงานไปตั้งสองวัน ก็ต้องทำงานชดเชยไม่ใช่หรือไง?" แม่จางบ่นเสียงดัง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "แล้วอย่าลืมว่าส่วนของแม่ด้วยล่ะ"

อ้อ จางเหม่ยอยู่ในชนบทที่ต้องทำงานในคอมมูนเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยและทรัพยากรนี่นา แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดเธอถึงต้องทำแทนผู้หญิงตรงหน้าที่ก็ไม่ป่วยอันใดด้วยกัน

“แม่จางก็ไม่สบายเช่นกันหรือถึงไม่ไปทำงาน ?”

แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ เพียงจางเหม่ยมองท่าทีมีกำลังแข็งแรงของผู้หญิงตรงหน้าก็รู้แล้ว แต่เธออยากถามให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียหน่อยเท่านั้น

“นี่ หาเรื่องฉันหรอ ปกติแกก็ทำงานในส่วนของฉันอยู่แล้ววันนี้พิษไข้ทำแกบ้าไปแล้วหรือไง อย่าได้พูดมากรีบออกไปกินข้าวเช้าและทำงานได้แล้ว”

แม่จางพูดทั้งสีหน้าไม่พอใจ ด้วยเพราะมีเรื่องต้องไปจัดการต่อจึงรีบจากไปทันที ไม่อยากเสวนากับคนไร้หัวคิดและไม่เอาไหนนานไปกว่านี้

จางเหม่ยไม่รับปากแต่รับฟังอย่างเงียบๆ ไม่โต้เถียงหรือแสดงอาการไม่พอใจออกมาอีกต่อไป เธอปิดประตูและกลับเข้ามานั่งบนฟูกนอนอีกครั้ง

"งานชดเชยเหรอ?" จางเหม่ยพูดเบาๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะยิ้มเล็กๆ เธอรู้ดีว่าต่อไปนี้ความสุขสบายของบ้านสกุลจางจะเปลี่ยนไปเพราะเธอไม่ใช่เด็กสาวผู้อ่อนแอที่ต้องคอยยอมรับชะตากรรมอย่างเดิมอีกต่อไป ตามจริงเธอจะไม่ไปทำงานที่คอมมูนเลยก็ได้ แต่ด้วยเพราะการได้มาซึ่งมิติองค์กรนี้ก็ได้มาอย่างไม่รู้ตัวไม่แน่ว่าอาจหายไปอย่างไม่รู้ตัวได้เช่นกัน เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เธอต้องทำคือต้องปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ยุคนี้ได้โดยไม่มีมัน เธอจะใช่มันเป็นตัวช่วยเท่านั้นไม่ใช่ตัวหลักในการดำเนินชีวิต ฉะนั้นวันนี้เธอจึงจำเป็นต้องไปคอมมูนเพื่อสำรวจและปรับตัวเข้ากับยุคนี้ ส่วนเรื่องทำงานชดยให้ใครนั้นมันไม่ใช่เรื่องของเธอเสียหน่อย...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel