2.2
จางเหม่ยเดินไปตามทางเดินที่คุ้นเคยในองค์กรสายลับ แม้จะไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพียงความฝันหรือความจริง แต่ทุกสิ่งที่เธอสัมผัสและเห็นนั้นชัดเจนจนแทบจะเป็นจริงได้เลย พื้นทางเดินเรียบลื่นและสะอาดสะอ้าน ผนังสีเงินมันวาวสะท้อนเงาของเธอในทุกมุม มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เคยคุ้นเคยในชีวิตก่อนนี้
เมื่อย่างเท้าผ่านแต่ละพื้นที่ภายในองค์กรเธอก็จะคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ภาพความทรงจำต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดจางเหม่ยเดินมาถึงห้องบัญชาการ ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางขององค์กร ประตูห้องนี้เปิดกว้างราวกับรอคอยการมาของเธอ เธอเดินเข้าไปข้างในและพบกับจอมอนิเตอร์หลายจอเรียงรายที่แสดงข้อมูลต่างๆ อย่างรวดเร็ว โต๊ะทำงานที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ และเก้าอี้หมุนที่เตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สายลับเข้ามาทำงานได้ทุกเมื่อ ห้องนี้คือหัวใจขององค์กรที่เธอเคยใช้วางแผนและรับสั่งการภารกิจ
เธอเดินต่อไปยังจอลอยขนาดใหญ่ที่แสดงแผนผังขององค์กรสายลับ แผนที่นั้นลอยอยู่กลางอากาศ โดยสามารถมองเห็นตำแหน่งของห้องต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ห้องพักถูกจัดวางเรียงกันในฝั่งหนึ่งของแผนที่
ห้องแต่งกายและห้องพยาบาลตั้งอยู่ใกล้กับทางออกฉุกเฉิน เธอเคยเปลี่ยนชุดและรับอุปกรณ์ลับทุกครั้งก่อนออกปฏิบัติภารกิจที่ห้องแต่งกาย ส่วนห้องพยาบาลที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครันสำหรับการรักษาบาดเจ็บหรือดูแลสุขภาพของสายลับหลังจากการปฏิบัติงานหนัก
อีกฝั่งของทางออกฉุกเฉินเชื่อมต่อกับคลังเก็บวัตถุดิบและห้องวิจัยทางฝั่งซ้ายสุดของแผนที่ ในตำแหน่งนี้ยังมีห้องสมุดที่ซ่อนอยู่มุมหนึ่ง ที่ซึ่งข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย
...ทางด้านขวามีห้องฟิตเนสและโรงอาหารตั้งอยู่
ห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัยเพื่อฝึกฝนทักษะการต่อสู้ และข้างกันเป็นโรงอาหารซึ่งเป็นสถานที่ที่สมาชิกในองค์กรทุกคนมักมาพักผ่อนและรับประทานอาหาร เธอได้ยินเสียงพูดคุยและหัวเราะเบาๆ ในบรรยากาศที่เคยคุ้นเคย แต่เมื่อได้สติอีกทีกลับพบว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย มันเป็นความเงียบที่ไม่เป็นปกติ ทำให้เธอรู้สึกถึงความเหงาและความว่างเปล่าที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งองค์กร
ขณะที่จางเหม่ยมองไล่ไปตามแผนที่ สายตาของเธอหยุดลงที่พื้นที่ว่างบริเวณมุมซ้ายล่างของแผนที่ พื้นที่นั้นไร้รายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเป็นจุดที่ถูกละเลยหรือซ่อนเร้น...
ด้วยความสงสัย เธอเอื้อมมือไปที่หน้าจอเพื่อซูมดูพื้นที่ว่างนั้นให้ชัดเจนขึ้น แต่ทันทีที่นิ้วของเธอสัมผัสหน้าจอ เธอกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น พื้นที่ว่างบนแผนที่นั้นเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวลึก เธอพยายามจะดึงมือกลับ แต่แรงดึงดูดนั้นมีพลังมากกว่าที่เธอคิด
ก่อนที่จางเหม่ยจะทันได้ตั้งตัว ร่างของเธอกลับถูกดึงเข้าไปในจุดที่ว่างเปล่านั้น ราวกับเธอกำลังหลุดเข้าไปในมิติที่ไม่รู้จัก ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นความมืดลึกล้ำ เธอไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะไปที่ไหน แต่ความรู้สึกที่ถูกดึงเข้าไปนั้นรุนแรงจนไม่อาจต้านทานได้
พอจางเหม่ยลืมตาตื่นอีกทีรอบตัวก็กลายเป็นห้องสีขาวโล่งมองไปไม่เห็นกำแพงเลยสักฝั่ง บนหัวปรากฏข้อความอ่านได้ว่า ลงทะเบียนเรียบร้อย พื้นที่ว่างนี้เป็นของคุณแล้ว ได้โปรดเติมของไว้ที่นี่ด้วย
อ้อ ที่แท้บริเวณว่างนี้ก็คือมิติว่างที่องค์กรสายลับของเธอกำลังพัฒนาอยู่นั่นเอง กลายเป็นว่าสายลับหลงยุคอย่างเธอดันได้ใช้งานมันเสียอย่างนั้น คิดๆไปแล้วแสดงว่าพื้นที่ภายในองค์กรที่อยู่ในผังห้องบัญชาการนั่นก็เป็นของเธอด้วยน่ะสิ! จางเหม่ยเพียงคิดว่าตนอยากออกจากมิติพื้นที่ว่างนี้เธอก็มาปรากฏที่ห้องบัญชาการอีกครั้ง ตอนนี้จางเหม่ยก้าวเดินอย่างรวดเร็วเป็นผลจากการตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าตนมีตัวช่วยดีอย่างไรเมื่อต้องมาอยู่ในยุคที่จีนอยู่ในช่วงอดอยากเช่นนี้
จางเหม่ยรู้สึกตื่นเต้นเมื่อพบว่าทุกอย่างในองค์กรสายลับนี้ล้วนเป็นของเธอ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างที่ดูเหมือนสามารถเก็บของได้ไม่จำกัด หรือห้องต่างๆ ที่มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัย เธอจินตนาการไปไกลถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ในการจัดการกับครอบครัวสกุลจาง จินตนาการว่าตัวเองจะมีวัตถุดิบและอาหารไม่ขาดปาก มีเครื่องมืออันทรงพลังเพื่อช่วยให้เธออยู่เหนือพวกเขาได้ ความตื่นเต้นของเธอพุ่งสูงขึ้นเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด
เมื่อเดินออกจากห้องบัญชาการ จางเหม่ยตรงไปยังห้องใกล้ที่สุด นั่นคือห้องแต่งกาย เธอคาดหวังว่าจะพบเสื้อผ้าดีหรือชุดกันหนาวที่เพียงพอให้เธอทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็น แต่เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องกลับพบเพียงชุดสีซีดที่ไม่ขาด แต่ก็ดูธรรมดา ชุดเหล่านั้นเหมือนกับชุดที่คนสกุลจางใส่อยู่ทุกวัน ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือแตกต่างจากสิ่งที่เธอมีอยู่แล้วเลย
ด้วยความผิดหวัง จางเหม่ยเดินไปสำรวจห้องอื่นๆ ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นห้องฟิตเนสที่เคยเต็มไปด้วยเครื่องออกกำลังกายทันสมัย หรือคลังเก็บวัตถุดิบที่เคยอัดแน่นด้วยอุปกรณ์และเสบียง ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงห้องว่างๆ ที่มีเพียงของพื้นฐานที่เก่าและซีด ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เธอจำได้จากชาติที่แล้วเลย
เธอเดินต่อไปยังห้องวิจัย ที่เคยเป็นที่เก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และอาวุธสุดล้ำ แต่สิ่งที่เธอพบกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เรียบง่ายและล้าสมัย คงมีแต่ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหมวดหมู่ที่น่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดในตอนนี้
ความหวังที่เคยสูงส่งของจางเหม่ยค่อยๆ ลดลงจนแทบจะหมดสิ้น แต่เมื่อเธอเดินมาถึงห้องพยาบาล ความรู้สึกบางอย่างในตัวเธอกลับพลิกผัน ห้องนี้แม้จะไม่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่ก็ยังมียาพื้นฐานอยู่บ้าง เมื่อเธอค้นหาภายในห้อง พบยาพาราเซตามอลและยาแก้ไข้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องการมากในตอนนี้
จางเหม่ยหยิบยาแก้ไข้ขึ้นมาและรับประทานมัน ความรู้สึกผิดหวังยังคงมีอยู่ แต่เธอก็เริ่มเข้าใจว่าระบบในองค์กรนี้ดูเหมือนจะสร้างสิ่งต่างๆ ตามสิ่งที่เธอได้เห็นและพบมาในชาติปัจจุบัน มันเป็นความท้าทายใหม่ที่เธอต้องเผชิญ และแม้สิ่งที่เธอหวังไว้จะไม่เป็นไปตามที่คิด แต่จางเหม่ยก็รู้ว่าเธอยังมีโอกาสที่จะเรียนรู้และปรับตัวในสถานการณ์นี้ เธอคิดอย่างมุ่งมั่นว่าการเอาชีวิตรอดและแก้แค้นในโลกนี้จะต้องใช้ความฉลาดและการวางแผนอย่างรอบคอบมากกว่าที่เคย
แม้ว่าการที่ระบบนี้มีข้อจำกัด แต่การมีสิ่งพื้นฐานยังคงเป็นข้อดีในยุคที่ขาดแคลนทรัพยากร การปรับตัวและการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ให้สูงสุดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด
ขณะที่เธอหลับตาลง สภาพแวดล้อมของห้องพยาบาลเริ่มจางหายไป ความฝันเริ่มพาเธอออกมาจากองค์กรสายลับที่เคยเป็นบ้านของเธอในชาติที่แล้ว เธอกลับรู้สึกถึงความสงบและความคุ้นเคยในสถานที่ที่เคยเป็นบ้านของเธอมาก่อนอย่างไม่อยากจากไปไหนแต่ก็ไม่สามารถฝืนความจริงได้ที่ว่าตอนนี้เธอกลายเป็นจางเหม่ย ลูกสาวขี้โรคอ่อนแอของสกุลจางแล้ว...
