บท
ตั้งค่า

2

การค้นพบใหม่

จางเจียที่ได้ยินข่าวร้ายรีบออกจากบ้านไปพร้อมกับเพื่อนอันธพาลของเขา ก่อนจะก้าวออกไปพ้นประตู เขาหันมามองจางเหม่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่ความไม่แน่ใจที่ปะทุขึ้นในใจของเขาชัดเจนจนมองเห็นได้ในแววตา เขาเริ่มคิดว่าอาจมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการตายของอาห่วย และจางเหม่ยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ภายในบ้าน สายตาของทุกคนต่างหันมาที่จางเหม่ยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แม่จางและจางจวนพี่สาวคนที่สามของเธอ ทั้งสองรู้ดีว่าจางเหม่ยคือคนที่พวกเธอส่งไปให้กับอาห่วยเมื่อคืนนี้ พวกเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจางเหม่ย ผู้หญิงรูปร่างผอมบางและขี้โรค จะสามารถทำอะไรได้มากกว่าการดิ้นรนพยายามเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นแต่ไม่น่าจะสามารถเอาชนะผู้ชายที่กำลังมากกว่าได้ อีกทั้งยังถึงแก่ความตายเลยด้วย

จางจวนผู้มีพยายามหาอะไรที่น่าจะทำให้ตัวเองดูดีในสายตาพ่อพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "หรือว่าแกจะเป็นคนฆ่าอาห่วย?" เธอถามพลางก้าวออกไปให้ไกลจางเหม่ย แต่ในน้ำเสียงของเธอมีความกลัวและหวั่นใจเจือปนอยู่

จางเหม่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น พี่มีหลักฐานหรือถึงได้เอาแต่บอกว่าฉันต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ได้"

คำตอบที่สงบนิ่งของจางเหม่ยทำให้จางจวนหยุดชะงัก เธอเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ แต่ยังพยายามกดดันต่อ "เรื่องนั้น..."

ก่อนที่จางจวนจะพูดจบประโยค จางเหม่ยหันไปมองพ่อจางก่อนที่จะบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้เนื้อความจะเต็มไปด้วยความกดดันก็ตาม

"ถ้ามีข่าวว่าลูกเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แพร่ไปทั่วหมู่บ้าน มันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างคุณพ่อไหมคะ ?"

พ่อจางที่กำลังครุ่นคิดอยู่หันมามองจางเหม่ยอย่างจริงจัง เขารู้ดีว่าเรื่องชื่อเสียงเป็นสิ่งที่เขาหวงแหนที่สุด หากมีข่าวเช่นนั้นจริง ๆ มันคงสร้างความเสียหายให้กับเขาและหน้าที่การงานไม่น้อย

"ถ้าอย่างนั้น ให้คนไปถามป้าหยางที่ลูกบอกตอนนี้เลยสิ ว่าลูกไปอยู่กับนางที่ลำธารช่วงเช้านั้น" จางเหม่ยเสนออย่างมั่นใจ

พ่อจางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย เขาหายไปถามความจริง เมื่อได้รับการยืนยันจากป้าหยางว่าจางเหม่ย

อยู่กับเธอในช่วงเวลานั้นจริง ๆ ความเครียดและความกดดันในบ้านก็เริ่มคลี่คลายลง พ่อจางไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าจางเหม่ยเกี่ยวข้องกับการตายของอาห่วย แม้เขาจะยังไม่พอใจที่จางเหม่ยไม่ได้ทำอาหารเช้าและทำให้เขาต้องไปทำงานสาย แต่เขาก็รู้ว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาเองจะต้องเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน

ตามจริงแล้วการที่จางเหม่ยอยู่ที่ลำธารตอนเช้าไม่ได้ยืนยันได้ทีเดียวหรอกว่าเธอจะไม่ใช่เป็นคนฆ่าซึ่งหากพวกเขาคิดมากเสียหน่อยก็คงเข้าใจจุดนี้ดี แต่ก็นั่นแหละพ่อจางนั้นต้องเลือกเชื่อในสิ่งที่ตนอยากเชื่ออยู่แล้ว

“เพื่อความปลอดภัยของฉันและสกุลเรา แกขังตัวเองอยู่ในห้องจนกว่าข่าวเรื่องนี้จะซาลงและมั่นใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เข้าใจไหม?”

จางเหม่ยยืนนิ่งรับคำสั่งโดยไม่แสดงอาการใด ความสงบที่เธอแสดงออกนั้นยิ่งทำให้คนในบ้านรู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่มีใครกล้าโต้เถียงอีก

หลังจากที่พ่อจางสั่งเสร็จ เขาก็รีบออกจากบ้านทันทีเพื่อจัดการกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นคนลงมือฆ่าอาห่วย เพราะในใจลึก ๆ ของเขากลัวว่าความจริงอาจจะเป็นอย่างที่เขาคิด และนั่นอาจทำลายชื่อเสียงของเขาในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน

เช่นนั้นแล้วสู้ยอมปิดตาก่อน แล้วไว้ไปจัดการนังลูกไม่รักดีในบ้านทีหลังดีกว่า

เมื่อพ่อจางออกไปแล้ว บรรยากาศในบ้านก็เงียบงันชั่วครู่ ก่อนที่คุณแม่จางและจางจวนจะสบตากันและรีบเดินตรงไปหาจางเหม่ย

"แกเป็นคนทำใช่ไหม?" คุณแม่จางถามเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความกดดัน สายตาของเธอจ้องจางเหม่ยอย่างจับผิด

"ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น" จางเหม่ยตอบกลับอย่างเรียบเฉย

จางจวนที่ยืนอยู่ข้างแม่รีบเสริมด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น "อย่ามาโกหก เรารู้ว่าเมื่อคืนเธอไปที่บ้านนั้น !"

จางเหม่ยยืนสงบนิ่งสายตามองผู้หญิงสองคนตรงหน้าอย่างไม่เป็นมิตร เธอรู้ว่าทั้งแม่และพี่สามกำลังพยายามหาความจริงจากเธอ แต่เธอไม่มีเหตุผลที่จะยอมรับความผิดที่เธอไม่ได้ทำ

...หรืออย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นคิดว่าเธอไม่ได้ทำ

"แล้วพวกพี่รู้ได้ยังไงว่าฉันไปที่นั่นมา ?" จางเหม่ยถามกลับอย่างท้าทายด้วยสายตาที่เยือกเย็น "หรือว่าทั้งพี่และแม่ก็ไปแถวนั้นเช่นกัน จะว่าไปแล้วพวกพี่ก็ดูยัดเยียดให้ฉันไปโผล่ที่นั่นเสียจริง ไม่แน่ฆาตกรอาจจะคือ..."

สายตาที่ส่งมาเหมือนจะบอกว่าพวกเธอมีพิรุธเหล่านั้นทำให้สองแม่ลูกขนลุกขึ้นมาโดยพลัน

จางจวนที่รู้สึกว่าความลับอาจจะถูกเปิดเผย รีบพูดตัดบท “เธอคงเหนื่อยมากแล้ว ไปพักเสียเถอะ”

จางเหม่ยเพียงยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของพี่สาว "ฉันก็คิดอย่างนั้น" เธอกล่าวเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องของตน ปล่อยให้คุณแม่จางและจางจวนยืนเครียดอยู่กลางบ้าน

จางเหม่ยเดินกลับมาที่ห้องของตนเองอย่างช้าๆ ร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มประท้วงจากความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่สะสมมาทั้งวัน แผลตะปูขูดก็เริ่มออกอาการปวดอีกรอบแล้ว ห้องของเธอเป็นเพียงห้องเล็กๆ เท่ารูหนู แทบจะไม่เหมาะสมกับการเป็นที่นอนของลูกสาวบ้านไหน ห้องนี้มีเพียงฟูกนอนเก่าๆ ที่ขาดวิ่นและมีกลิ่นเหม็นอับ ผ้าห่มที่ถูกพับไว้อย่างหยาบๆ ก็ไม่ต่างกัน มันทั้งขาดและเปื้อนคราบที่ล้างไม่ออก

เธอทรุดตัวลงบนฟูกเก่า ความหนาวเย็นจากพื้นดินซึมขึ้นมาทางฟูกผสมกับความร้อนจากร่างกายของเธอ ร่างกายของจางเหม่ยร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟลน เธอรู้ดีว่าร่างนี้อ่อนแอและเจ็บป่วยอย่างหนัก แต่ไม่มีใครในครอบครัวสนใจที่จะดูแลเธอจริงๆ

จางเหม่ยพยายามคิดแผนที่จะเอาตัวรอดในต่อไป แต่ความคิดนั้นค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ ท่ามกลางกองผ้าห่มเก่าๆ เธอนอนซมอยู่กับตัวเอง ไม่นานสติของเธอก็เริ่มเลือนลางและในที่สุดก็ดับไป

...

ในห้วงฝัน เธอพบว่าตนเองกำลังเดินหลงวนไปวนมาในความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกย่างก้าวเหมือนจะพาเธอไปสู่ทางตัน แต่ทันใดนั้น ที่ปลายทางก็ปรากฎสถานที่คุ้นเคย มันคือองค์กรสายลับที่เธอเคยทำงานอยู่ในชีวิตก่อน อุปกรณ์ทันสมัย และเสียงคำสั่งที่คุ้นเคยดังขึ้นรอบตัว เสียงเหล่านั้นดังก้องในหัวเธอราวกับจะเตือนให้เธอระลึกถึงความสามารถและภารกิจที่เธอเคยทำ แต่แล้วเสียงที่เคยดังก็เงียบหายไป เหลือเพียงแต่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตตรงหน้า

ความรู้สึกตอนนี้นั้นช่างคลุมเครือ มันเป็นเพียงความฝันหรือความจริงกันแน่? มันเหมือนเธอกำลังเดินสำรวจและจับต้องสิ่งของที่เป็นของจริงอย่างไรอย่างนั้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel