บทที่ 5
บทที่ 5
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
“ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เลยนะลิธ กูไม่ยอมให้มึงใส่ชุดนี้ไปแน่นอน” ลีเวียร์กล่าวเสียงดุ พร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นชุดของเธอ
“จะให้ฉันใส่ชุดกระโปรงยาวเสื้อคอเต่าไปผับหรือไง มันก็ไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหนเลยนะ” ฉันบ่นตอบและก้มสำรวจชุดตน
เสื้อเกาะอกเปิดไหล่ระบายสีชมพูหวาน ตามติดด้วยกระโปรงเทนนิสสั้นสีกรม เพิ่มความมีเสน่ห์ด้วยถุงเท้าตาข่ายให้ดูเซ็กซี่ การแต่งตัวตามวัยรุ่นนิยมอย่างนี้เรียกได้ว่ามีคนใส่เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ทำไมการแต่งตัวของฉันมันถึงไปหนักหัวของเขาเสียได้ จะว่าไปไอ้เพื่อนของฉันเนี่ยมันไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนอื่นเลยนี่
เขาเป็นนายเอกชอบผู้ชายมันจะไปมองชะนีได้ไงกัน ฉันนี่ก็คิดอะไรแปลกๆ ออกมาได้
“มึงก็อย่าบ่นเลยปล่อยให้นางได้สนุกบ้างเถอะ มึงก็ลงไปเตรียมรถได้แล้วเดี๋ยวไปสายกันพอดี” แองเจิลขัดสงครามน้ำลายของฉันและลีเวียร์ในทันใด เมื่อเห็นว่าเพื่อนชายตนนั้นยังคิดจะเถียงกลับ
ฉันสะบัดหน้าหนีเขาด้วยความไม่พอใจ โดยที่ลีเวียร์ก็ไม่ตอบอะไรมากและยอมลงไปเตรียมรถให้แทน
“ทำไมมึงไม่ยอมบอกไอ้ลีเวียร์ไปล่ะ ว่าตอนนี้มึงไม่ได้ชอบพี่โคลด์แล้ว แถมเหยื่อต่อไปก็คือพี่แม็กเน็ตอีก ตกลงเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่เนี่ย”
“มึงก็รู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่หรอ ว่าจริงๆ แล้วพี่โคลด์นั้นแอบชอบลีเวียร์เพื่อนเราอยู่ แถมพี่เขายังมาขอร้องให้ฉันช่วยอีก ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่อยากจะไปขัดเส้นวาสนา ก็เลยตกลงข้อแลกเปลี่ยนอย่างนี้เนี่ยแหละ”
ในระหว่างที่ฉันแต่งตัวเสริมสวยอยู่ ฉันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับแองเจิลฟัง โดยที่ฉันเล่าก็คือตัวฉันนั้นได้ตัดใจจากพี่โคลด์แล้ว และตอนนี้ก็กำลังตกหลุมรักเพื่อนของพี่เขาอยู่ แถมพี่โคลด์ก็ยังเต็มใจช่วยเหลืออีกด้วย ฉันเลยอาสาตอบแทนช่วยให้พี่โคลด์จีบลีเวียร์ และนี่ก็คือข้อตกลงของเราสองคนระหว่างฉันกับสามีของเพื่อนในอนาคต
“แต่กูว่าต่อให้ลีเวียร์คบกับพี่โคลด์จริง มันคงไม่ยอมให้มึงเป็นแฟนกับพี่แม็กเน็ตแน่นอน” แองเจิลตอบกลับตามที่ตนเองคิด “เพราะมันหวงมึงยิ่งกว่างูจงอ่างหวงไข่อีก แค่ขนาดจะไปผับร่วมวงกับพี่เขามันยังค้านหัวชนฝา”
“จะว่าไปตั้งแต่ทะเลาะครั้งนั้นมันก็ทำตัวยิ่งกว่าพ่อกูอีก”
หลังจากวันนั้นที่ฉันกัดกับลีเวียร์เรื่องไปผับ เราสองคนทะเลาะนานมากจนแทบจะเอาจานปาใส่หน้ากันได้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรถึงได้ค้านเรื่องนี้ออกมาอย่างหัวชนฝา แถมยังไม่วายแขวะพี่แม็กเน็ตให้พี่เขาขุ่นเคืองอีกด้วย ฉันที่ทนไม่ได้กับนิสัยอันมืดดำของเพื่อน ฉันก็เลยด่ากลับอย่างไม่อายสายตาชาวบ้าน จนสุดท้ายก็ได้แองเจิลเข้ามาห้ามทัพเราสองคนไว้ ซึ่งฉันโกรธเขามากแต่ก็ยังคุยกันเหมือนเดิมปรกติ โดยที่เขาก็ใจอ่อนจำยอมให้ฉันไปผับ แต่มีข้อแม้ว่าจะให้ดื่มถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น
สำหรับฉันขอแค่ลีเวียร์ยอมไปเสียตัว ฉันก็พอใจแล้ว...
แต่พอผ่านไปหลายวันเข้าเขาก็เริ่มทำตัวแปลกต่างจากเดิม ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นฉันกับพี่แม็กเน็ตยืนคุยกัน ก็มักจะมีลีเวียร์เพื่อนตัวแสบนี้เข้ามาเป็นก้างขวางคอตลอด และยังไม่วายมองใส่พี่เขาอย่างเสียมารยาทอีกด้วย
เขาเล่นตามติดฉันทุกก้าวจนแทบอยากจะบ้าตายได้อยู่แล้ว
“มันคงหวงเพื่อนอย่างมึงมากก็เลยทำตัวอย่างนี้เนี่ยแหละ พอมันสมหวังกับพี่โคลด์เดี๋ยวมันก็ปล่อยมึงไปเอง ตอนนี้ก็อดทนเก็บกดความอยากไว้ก่อนนะเพื่อน” แองเจิลตบบ่าปลอบใจ ฉันพยักหน้าระบายความเครียดเสร็จก็ลงไปหาลีเวียร์ทันที เพราะไม่อยากให้สารถีสุดแสนงอนรอนาน
ฉันจะโกรธหรือโวยวายกับนิสัยเอาแต่ใจของลีเวียร์ไม่ได้จริงๆ เพราะว่ายัยนักเขียนนั่นเป็นคนกำหนดขึ้นมา แต่จะว่าไปนิสัยนายเอกเรื่องนี้ก็ดูมาดแมนมากเสียเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าชอบพี่โคลด์จนกลายเป็นเกย์ ฉันว่าเพื่อนของฉันต้องเป็นต้นแบบพระเอกนิยายสุดแข็งแกร่งได้เลยทีเดียว สาวๆก็คงทอดสะพานให้เป็นแถว
แต่น่าเสียดายที่เขามีสกิลนายเอกติดตัว และถูกกำหนดว่าไม่ให้ชะนีเข้าใกล้ยกเว้นฉันกับยัยแองเจิลเท่านั้น
ณ ผับG07
“ทางนี้เลยครับสาวๆ”
เสียงเรียกพี่แม็กเน็ตเอ่ยร้องขึ้น ฉันที่ได้ยินก็รีบสะกิดเพื่อนทั้งสองในทันที จากนั้นฉันก็ยิ้มหน้าบานไปหาพี่เขาที่โต๊ะอย่างไว โดยลีเวียร์เดินตามฉันแทบไม่ทันเลยทีเดียว
ผับเปิดใหม่ของพี่แองเจิลนั้นเรียกได้ว่าสวยหรูหราหมาเห่ามาก โต๊ะก็ถูกจัดแบ่งพื้นที่ได้ลงตัวไม่แคบกันเกินไป แถมดีเจที่เปิดเพลงก็เปิดมันจนฉันอยากจะลุกเต้นมากเหลือเกิน ถึงแม้จะเพิ่งเปิดได้แค่สองวันแต่ลูกค้าสายเที่ยวก็กลับเยอะมากจนหนาตา อาจเพราะว่าที่แห่งนี้เพิ่งสดใหม่และพ่วงด้วยเจ้าของหล่อด้วยแหละ ไม่งั้นสาวๆจะเยอะขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
“มานั่งเลยครับ พวกพี่สั่งเครื่องดื่มไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” พี่โคลด์เอ่ยขึ้นพลางตบเบาะเรียกให้ลีเวียร์ไปนั่งข้างๆ ซึ่งฉันกับยัยแองเจิลที่รู้งานก็ดิ่งเลือกไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างดี
แม้ลีเวียร์จะดูไม่ยอมแต่สุดท้ายก็จำใจนั่งลงข้างพี่โคลด์จนได้ ส่วนฉันก็ย้ายตัวไปนั่งข้างๆพี่แม็กเน็ตและส่งยิ้มให้อย่างเขินอาย
“พี่แม็กเน็ตใส่ชุดนี้ดูดีมากเลยนะคะ” ฉันเอ่ยชมออกไป จะไม่ให้ชมได้อย่างไรล่ะ เพราะว่าเสื้อโอเวอร์ไซต์สีดำกับกางเกงยีนสีซีดขาดๆนั้น มันช่างเข้ากับพี่เขามากอย่างแรง แค่พี่เขาสวมแค่นี้ก็แทบจะเป็นนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสารได้อยู่แล้ว
ไม่ไหว...ความมาดแมนของพี่เขาแทงตาจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว
“มาชมอย่างนี้พี่ตั้งตัวไม่ทันเลยนะครับ” พี่แม็กเน็ตที่ถูกชมก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างชอบใจ “วันนี้น้องก็น่ารักมากเหมือนกัน แต่กระโปรงมันสั้นไปหน่อย งั้นเอาเสื้อพี่ไปคลุมก่อนก็แล้วกัน”
ฉันรับเสื้อยีนของพี่เขามาคลุม พร้อมกับเอ่ยขอบคุณยกใหญ่
“ต่อไปฉันจะไม่ใส่อีกแล้วถ้าพี่ไม่ชอบ”
“ดีแล้วครับ เพราะใส่แบบนี้มันอันตราย พวกผู้ชายใช่ว่าจะเป็นคนดีกันทุกคนหรอกนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันตอบรับอย่างดีใจที่พี่เขาเป็นห่วง และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ใส่มันอีกแล้ว
“ทำไมตอนที่กูบอกมึงไม่เคยฟังกูเลย พอพี่เขาพูดนิดเดียวมึงก็เชื่อแล้ว ตกลงมึงเชื่อใจกูบ้างหรือเปล่าเนี่ย”
ความชัดเจนถูกกระจ่างจนเขาตาสว่างเรียบร้อย ในที่สุดเขาก็รู้ความคิดของเธอแล้ว ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ และมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นให้เธอทำสำเร็จลุล่วง ตราบใดที่เขายังอยู่และไม่ไปไหน...
เพราะคนที่เขาหมายตาย่อมเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
