บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 เผชิญหน้าท่านโหวน้อย 2/2

"โหวน้อยอย่าได้สำคัญตัวเองผิดไปนัก ในอดีตข้าดวงตามืดบอดจึงมองเห็นของเน่าเสียเป็นของดี ทว่าตอนนี้ดวงตาของข้ากระจ่างใสมองเห็นเนื้อแท้อันจริงใจได้แล้ว ตอนนี้ข้าได้ครอบครองหยกชั้นดีอยู่ในมือย่อมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ ต่อให้ผู้ใดจะพูดเช่นไรข้าก็หาได้ใส่ใจไม่" นางใช้สายตามองเหยียดเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "อีกอย่างโหวน้อยจะรักมั่นกับผู้ใดนั่นก็เป็นเรื่องของเจ้า ข้าหวังว่าต่อแต่นี้จะไม่ได้ยินคำพูดที่ดูถูกสามีของข้าอีก หาไม่แล้วข้าคงต้องลงโทษเจ้าที่กล้าพูดจาไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเช่นนี้ และต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาทักทายข้าอีกเพราะข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่ได้พบหน้าเจ้า!!"

ไป๋ซินหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในน้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แววตาที่มองเขามีแต่ความแข็งกร้าว จนแม้แต่หลิวโยวยังอดจะรู้สึกขนกายลุกชันด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นด้านนี้ขององค์หญิงใหญ่ ด้วยทุกคราที่พบหน้ากันจะเห็นแต่ใบหน้างามส่งยิ้มหวานมาให้กับเขา

หลงจู๊เดินเข้ามาพร้อมกับส่งกล่องใบเล็กให้กับจิงจิง ไป๋ซินหยานมอบก้อนทองที่มีค่ามากกว่าของสองชิ้นนี้ให้กับหลงจู๊ ก่อนจะเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดใจ ขณะที่หลิวโยวยืนอยู่กับที่ด้วยความอึ้งตะลึงกับวาจาเผ็ดร้อนขององค์หญิงอย่างทำสิ่งใดไม่ถูก ใบหน้าอันหล่อเหล่าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย แววตาคู่นั้นมองเงาร่างของสตรีที่เคยวิ่งตามเขาด้วยความแปลกใจ

ตำหนักบูรพา

ชิงเหอเข้าพบไป๋หลิวหยางที่ลานฝึกยุทธ์ของตำหนัก แม้ว่าเขาจะได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหนานแล้ว แต่เขาก็ยังคงทำงานกับองค์รัชทายาทดังเดิม เพียงแต่เขาต้องแบ่งเวลาไปจัดการที่ดินที่ได้รับจากฮ่องเต้ด้วย

"วันนี้เสี่ยวถงเป็นอย่างไรบ้าง นางสุขสบายดีหรือไม่"

"พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงใหญ่ยังคงอยู่สุขสบายดีพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเสี่ยวถงเล่า เจ้ากับนางเอ่อ... เป็นอย่างไรบ้าง"

แม้สายตาของไป๋หลิวหยางจะเล็งเป้าของลูกธนู ทว่าหูของเขากลับกำลังตั้งใจฟังชิงเหออย่างตั้งใจ

"กระหม่อมกับองค์หญิงใหญ่เพียงแค่ใช้ชีวิตในจวนเดียวกันเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ"

"ว่าอย่างไรนะ! นี่เจ้าไม่คิดจะใช้ชีวิตดั่งเช่นสามีภรรยากับเสี่ยวถงเลยหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ามีสตรีในดวงใจแล้วเล่า หรือว่าเจ้าแอบซุกซ่อนสตรีอื่นอยู่นอกจวนกัน"

ไป๋หลิวหยางโยนธนูส่งให้กับองครักษ์อีกคน แล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ชิงเหอเพียงพริบตาเดียว ดวงตาคมกริบมองเข้าไปในแววตาของอดีตองครักษ์หนุ่มอย่างจับผิด

"ในชีวิตของกระหม่อมมีเพียงทำงานให้กับองค์รัชทายาท แล้วกระหม่อมจะเอาเวลาไหนไปข้องแวะกับสตรีพ่ะย่ะค่ะ"

ท่าทีของไป๋หลิวหยางจึงผ่อนคลายลง เขาลืมไปได้อย่างไรว่าชิงเหอผู้นี้เย็นชากับสตรียิ่งนัก ทั้งที่เขาเคยมอบหญิงคณิกาให้แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธอย่างจริงจัง

"เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเสี่ยวถงของข้าเป็นอย่างไรบ้าง"

ชิงเหอพลันย้อนคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน รสจูบขององค์หญิงใหญ่เขายังจดจำได้อย่างแม่นยำ ทั้งหอมหวานและนุ่มละมุนเหลือเกิน และในตอนที่เขาเกือบจะพลั้งเผลอทำมากกว่านั้น กลับเป็นนางที่ถอยหนีเขาไปเสียได้ นางช่างเล่นกับจิตใจได้อย่างร้ายกาจนัก

"ร้ายกาจพ่ะย่ะค่ะ"

ไป๋หลิวหยางหัวเราะร่วนด้วยความขบขัน "ฮ่าฮ่าฮ่า ผู้ใดก็บอกว่าเสี่ยวถงนั้นร้ายกาจ แต่นางก็ร้ายกาจจริง ๆ นั่นแหละ ทว่าในความร้ายกาจของนางก็ยังมีความน่าเอ็นดูซ่อนเอาไว้อยู่นะ" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงเมื่อเอ่ยถึงน้องสาวคนสำคัญ

"ก็น่าจะจริงพ่ะย่ะค่ะ" ชิงเหอเผลอยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว

ไป๋หลิวหยางหรี่ตาจับผิดชิงเหอ เขากระตุกยิ้มแล้วเอ่ยเรื่องในวันวานให้อีกฝ่ายฟัง ตัวเขาห่วงอยู่เพียงเรื่องเดียวคือเสี่ยวถง เขาอยากจะให้นางได้พบกับบุรุษที่ดีมีครอบครัวสุขสันต์แสนสุข ซึ่งคนผู้นั้นเขามองเห็นในแววตาของชิงเหอ

"แม้เสี่ยวถงจะทำตัวร้ายกาจไปบ้าง ทว่าในอดีตตัวนางก็น่าสงสารนัก นางต้องสูญเสียเสด็จแม่ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นเอง ในตอนนั้นนางร้องไห้เสียใจปานจะขาดใจตาย ข้ากับเสด็จที่เสียใจไม่ต่างกันแต่ก็ต้องมาคอยปลอบโยนนางในทุกค่ำคืน ด้วยนางจะนอนฝันร้ายและตื่นกลางดึกมาร้องไห้ทุกคืน กว่านางจะดีขึ้นก็ผ่านไปเกือบปีแล้ว ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเสด็จพ่อจำต้องแต่งตั้งฮองเฮา ในตอนนั้นเสี่ยวถงคงจะรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มอยู่ตรงหน้า จู่ ๆ นางก็ต้องรับสตรีแปลกหน้ามาเป็นพระมารดา แต่ที่น่าปวดใจคือฮองเฮาหาได้เอ็นดูเสี่ยวถงไม่ ฮองเฮาลอบทำร้ายเสี่ยวถงอย่างลับ ๆ จนแม้แต่ข้าและเสด็จพ่อก็ไม่ได้สังเกตเห็น จนเวลาล่วงเลยผ่านไปนานหลายปีข้าถึงได้รู้ถึงความร้ายกาจของฮองเฮา นับแต่นั้นเสี่ยวถงจึงได้เริ่มทำตัวร้ายกาจ... นางร้ายกาจก็เพื่อปกป้องตนเองเท่านั้นเอง"

"...!?"

ชิงเหอที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้อดจะรู้สึกปวดใจไม่ได้ ไป๋ซินหยานเคยผ่านความยากลำบากมาตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel