บทที่ 4 ฟูจวินขององค์หญิงใหญ่ 1/2
บทที่ 4
ฟูจวินขององค์หญิงใหญ่
ผ่านไปครึ่งคืนในที่สุดก็ถึงเวลาที่ชิงเหอไม่อยากให้มาถึงมากที่สุด ฝีเท้าแต่ละก้าวพลันรู้สึกหนักอึ้งยิ่งนัก เขารู้สึกอึดอัดที่ต้องใช้ห้องนอนร่วมกับองค์หญิงใหญ่ที่แสนจะเอาแต่ใจผู้นั้น แม้ว่าจะแค่คืนนี้คืนเดียวก็เถอะ แต่หากเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะแต่งงานกับนางหรือสตรีนางใดก็ตาม
แอ๊ด...
ทันทีที่ประตูถูกผลักเข้าไปเขาก็ได้กลิ่นหอมกำจายไปทั่วห้องหอ เทียนสีแดงถูกจุดทั่วทุกมุมห้องอาบย้อมให้ห้องสว่างไสวเสียยิ่งกว่ายามกลางคืนเสียอีก สตรีในอาภรณ์อันหรูหรานั่งรอเขาอยู่บนเตียงกว้าง นัยน์ตากลมโตทอประกายระยิบระยับขณะใช้สายตาพิจารณาเขาอย่างเปิดเผย ก่อนที่มุมปากเล็กจะยกโค้งเป็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
"ฟูจวินแต่งตัวเช่นนี้ก็รูปงามเหมือนกันนะเนี่ย"
ชิงเหอพลันหายใจสะดุดเมื่ออีกฝ่ายเรียกขานเขาเช่นนี้ นี่องค์หญิงคิดจะเป็นภรรยาเขาจริง ๆ หรือ
"องค์หญิงโปรดสำรวมด้วยพ่ะย่ะค่ะ เรียกกระหม่อมว่าชิงเหอจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ"
ชิงเหอพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเดินไปตรงหน้าของหญิงสาว เขามองใบหน้างามของอีกฝ่ายด้วยความเฉยชา แม้นางจะงดงามจนเขาละสายตาแทบไม่ได้ ทว่าเขารู้ดีว่าความงามนี้มักจะอาบย้อมไปด้วยพิษร้าย ซึ่งเขาเองไม่ปรารถนาจะได้รับพิษนั้น ฉะนั้นเขาจะต้องอยู่ให้ห่างจากนางที่สุด
"ไม่! ข้าจะเรียกว่าฟูจวิน และต่อไปฟูจวินก็เลิกพูดจาเช่นนี้กับข้าด้วย ตอนนี้ข้าคือภรรยาของฟูจวินแล้ว"
"เช่นนั้นองค์หญิง..."
"เรียกข้าว่าฟูเหริน"
"ไม่" เขาตอบเสียงเรียบโดยไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนใจ
"งั้นน้องหญิง"
"ไม่"
"หยานเอ๋อร์"
"ไม่"
"เหอะ! งั้นอยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ แต่ห้ามเรียกว่าองค์หญิงเข้าใจหรือไม่"
ไป๋ซินหยานเข่นเขี้ยวในใจนัก บุรุษตรงหน้าดื้อด้านกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก แค่คำเรียกขานง่าย ๆ เขายังไม่ทำเลย พอบอกให้เลิกพูดจาอย่างเป็นทางการก็พูดห้วนกับนางเชียวนะ นี่นางกำลังถูกเขาปั่นหัวใช่หรือไม่
"เช่นนั้นกระ เอ่อ... ข้าจะเรียกว่าซินหยานก็แล้วกัน"
"อืม... ตามใจเถอะ" นางตอบรับอย่างไม่ยี่หระ
"เข้าใจแล้ว"
ชิงเหอพรูลมหายใจเมื่อไม่มีปัญหาใดแล้ว เขาตั้งใจจะหยิบหมอนเพื่อไปนอนยังด้านล่าง ทว่ากลับถูกมือเล็กจับข้อมือของเขาเอาไว้เสียแน่น
"ข้าอยากอาบน้ำ ฟูจวินช่วยข้าถอดมงกุฎนี่หน่อยสิ" นางกะพริบตาปริบ ๆ ที่คิดว่าจะน่าเอ็นดูที่สุด
"มีอะไรเข้าตาหรือ"
"ฮะ! เอ่อ ไม่ใช่"
นี่ท่าทางออดอ้อนของนางทำให้เขาคิดว่าอะไรเข้าตาไปเสียแล้วหรือ บุรุษผู้นี้ไม่เคยหวั่นไหวกับสตรีนางใดเลยหรือ หรือเป็นเพราะเขาด้านชาในเรื่องนี้ แต่ในนิยายก็เอ่ยถึงเขาไม่กี่หน้าเอง บอกเพียงว่าเขาคือองครักษ์หนุ่มที่คอยช่วยชีวิตขององค์รัชทายาท เขาเป็นเพียงตัวประกอบที่เงียบขรึมทว่าทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะอย่างนี้นางจึงได้เลือกเขาให้มาเป็นสามีอย่างไรเล่า
"งั้นท่านก็ไปนั่งตรงโต๊ะเถิด"
ไป๋ซินหยานลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งตรงหน้าโต๊ะคันฉ่อง เงาสะท้อนของบุรุษบนกระจกทองเหลืองทำให้นางเห็นสีหน้าของชิงเหอได้อย่างชัดเจน คิ้วกระบี่ขมวดกันเล็กน้อยเมื่อผมของนางพันเข้ากับมงกุฎ เขาค่อย ๆ แกะเส้นผมดำขลับที่นุ่มมือออกจากตัวมงกุฎอย่างระมัดระวัง เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดเขาก็ถอดมงกุฎไข่มุกได้สำเร็จ
"ถอดปิ่นปักผมออกด้วย ข้าถอดไม่ถนัด"
"ทำไมถึงต้องปักปิ่นเยอะแยะถึงเพียงนี้" เขาบ่นอุบในลำคอ แต่นางได้ยินชัดเจน
"ก็เพราะข้าคือองค์หญิงถึงต้องปักปิ่นมากมายเช่นนี้อย่างไรเล่า หาไม่ก็จะถูกผู้อื่นดูแคลนราชวงศ์เอาได้ ข้าเองก็ไม่อยากจะหนักหัวเพราะปิ่นพวกนี้เช่นกัน"
"หนักมากเลยหรือ" เขาเลิกคิ้วเป็นคำถาม
"หนักสิ ยิ่งในช่วงพิธีการสำคัญที่ต้องแต่งกายเต็มยศนั้น คอของข้าแทบจะหักลงมาเพียงเพราะต้องปักปิ่นพวกนี้เลยแหละ"
ไป๋ซินหยานนวดคอของตนเองเบา ๆ ด้วยความเมื่อยขบ
"การเป็นองค์หญิงก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดใช่หรือไม่"
"อืม"
ชิงเหอตั้งใจถอดปิ่นปักผมของนางจนเกือบหมด เมื่อปิ่นสุดท้ายถูกดึงออกจึงทำให้ผมดำยาวของนางทิ้งตัวลงมาที่กลางแผ่นหลังเล็ก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่มาจากเส้นผมพลันลอยปะทะจมูกโด่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ และตัวเขาเองก็ได้พลั้งเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด
