บทที่ 3 ราชโองการสมรส 1/2
บทที่ 3
ราชโองการสมรส
หลังจากฮ่องเต้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากองค์รัชทายาท พระองค์ถึงกับกุมขมับกับการเลือกของธิดาคนโปรด แต่กระนั้นในเมื่อนางเลือกสามีแล้ว พระองค์เองก็ไม่อยากจะขัดใจนางอีก ขอเพียงให้นางอยู่ห่างจากเจ้าโหวน้อยนั่นดีที่สุด อีกอย่างเป็นชิงเหอผู้นี้ก็ดีกว่าที่คิด หากเสี่ยวถงอยากจะหย่าขาดกับเขาก็ง่ายแสนง่าย และหลังจากนั้นเขาค่อยหาราชบุตรเขยคนใหม่ให้กับนางเอง
"เสด็จพ่อจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ"
"ในเมื่อนางอยากแต่งกับองครักษ์ของเจ้านักก็ให้นางแต่งไปก็สิ้นเรื่อง"
"เสด็จพ่อ! แต่ชิงเหอคือองครักษ์ของลูกนะพ่ะย่ะค่ะ หากไม่มีชิงเหอลูกคงตายไปนานแล้ว จะหาคนที่ที่มีฝีมือร้ายกาจได้จากที่ไหนอีก"
"แต่เสี่ยวถงเลือกชิงเหอแล้ว"
"แต่ลูก..."
ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์เพื่อตัดบท ก่อนจะเรียกขันทีให้เตรียมราชโองการ เขาจะพระราชทานสมรสให้กับไป๋ซินหยานและชิงเหอ ทั้งยังต้องคิดอ่านให้รอบคอบเสียด้วย
ราชโองการสีทองอร่ามมาเยือนยังหน้าตำหนักองค์หญิงสตรีร่างระหงในอาภรณ์สีม่วงตระการตาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ขันทีอาวุโสอ่านราชโองการด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"น้อมรับราชโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำรัสว่า องค์หญิงใหญ่ไป๋ซินหยานผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมงดงาม เป็นกุลสตรีเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม กิริยามารยาทนอบน้อมอ่อนหวาน มีอุปนิสัยอ่อนโยน ใจดี และรู้กาลเทศะ พระราชทานสมรสให้กับ หนิงจิ้งหนานนามอู๋ชิงเหอ ผู้มีความประพฤติซื่อตรง กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้านี้ จงน้อมรับราชโองการโดยพร้อมเพรียง"
ขันทีอาวุโสยื่นราชโองการสีทองอร่ามให้กับองค์หญิงใหญ่ นางยิ้มหวานพร้อมกับยื่นมือออกไปรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เสด็จพ่อช่างคิดอ่านได้อย่างรอบคอบนัก นอกจากพระราชสมรสให้กับนางแล้วแต่ยังคำนึงถึงฐานะของนางในอนาคตเสียด้วย ทรงพระราชทานแซ่อู๋ให้กับชิงเหอ และยังแต่งตั้งเขาให้มีบรรดาศักดิ์เป็นหนาน มีจวนพระราชทานพร้อมสรรพเพื่อให้นางไม่ต้องอายผู้ใด
เสด็จพ่อทรงรักองค์หญิงใหญ่มากจริง ๆ!!
"ยินดีกับองค์หญิงใหญ่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้กระหม่อมได้พาหัวหน้ากองภูษาเพื่อมาจัดชุดแต่งงานให้กับองค์หญิงใหญ่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
"ขอบใจกงกงมาก นี่ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากข้า"
นางพยักหน้าให้กับนางกำนัลข้างกายมอบถุงเงินให้กับกงกง อีกฝ่ายรับมาด้วยความยินดียิ่ง ก่อนจะขอตัวกลับไปรายงานฮ่องเต้
สิบห้าวันถัดมา
ร่างระหงในชุดเจ้าสาวสีแดงสด เดินดิ้นด้วยด้ายทองคำปักลายนกยูงรำแพนหางอย่างดงามตระการตา ศีรษะเล็กประดับด้วยมงกุฎทองคำอันสูงค่า ใบหน้าหวานที่ตกแต่งอย่างประณีตถูกบดบังด้วยพัดสีแดงสดปักด้วยไข่มุกน้ำงาม เมื่อทุกอย่างถูกสวมใส่อยู่บนร่างขององค์หญิงใหญ่ไป๋ซินหยาน ทำให้นางกลายเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดในแผ่นดิน
ไป๋ซินหยานเดินเข้ามายังท้องพระโรงด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ด้านข้างของนางคือชิงเหอผู้เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้ ใบหน้าอันคมคายหล่อเหลาเมื่อถูกจับแต่งตัวก็ดูภูมิฐานมิน้อยเลย ทว่าใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยยิ่งนัก เขาไม่ได้แสดงท่าทีดีใจหรือเสียใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเฉยชาที่ส่งมอบให้กับคนข้างกายผู้เป็นเจ้าสาวของตน
"หนึ่งคำนับฟ้าดิน"
"สองคำนับบิดามารดา"
"สามคำนับกันและกัน"
ขณะที่ทั้งสองหันหน้าก้มศีรษะให้กันนั้น มงกุฎไข่มุกที่ตระการของไป๋ซินหยานก็ได้ทิ่มศีรษะของชิงเหออย่างไม่ได้ตั้งใจ เกิดเป็นความเงียบสายหนึ่งก่อนที่ไป๋ซินหยานจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงเบา
"ต้องโทษเสด็จพ่อที่พระราชทานมงกุฎไข่มุกนี้ให้ลูก ทำให้ลูกต้องทำตัวขายหน้าเจ้าบ่าวของตนแล้ว"
"ฮ่ะฮ่า นั่นสินะ เป็นข้าที่ไม่ดีเอง"
ฮ่องเต้เองก็ตอบรับด้วยพระพักตร์เปื้อนยิ้ม บรรยากาศในงานแต่งงานจึงกลับมาครื้นเครงอีกครั้ง
"ส่งตัวเข้าห้องหอ"
เมื่อนั้นไป๋ซินหยานที่ยังมีพัดปิดบังใบหน้าลอบยิ้มขันเมื่อเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของชิงเหอ เดิมทีพิธีการนี้ควรจะจัดที่จวนหนิงจิ้งหนาน แต่เพราะนางเป็นองค์หญิงและฮ่องเต้ต้องการให้จัดงานที่พระราชวัง ดังนั้นพิธีการทั้งหมดจึงถูกจัดยังท้องพระโรง
