บทที่ 2 ข้าขอเลือกบุรุษผู้นี้เป็นสามี 1/2
บทที่ 2
ข้าขอเลือกบุรุษผู้นี้เป็นสามี
ฮ่องเต้มองเงาร่างของไป๋ซินหยานที่เดินจากไปด้วยความปวดใจ พระองค์ควรจะใจเย็น ๆ และค่อยเอ่ยกับนางอย่างมีเหตุผล อันที่จริงก็เป็นพระองค์เองที่ทำผิดต่อนาง สายพระเนตรมองไปยังสระมรกตที่อยู่ทางด้านหลังอย่างเหม่อลอย พลันนึกถึงใบหน้าอันงดงามของนางดวงใจ ผู้จากพระองค์ไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
"เยว่เอ๋อร์... ข้าทำผิดต่อเสี่ยวถงมากจริง ๆ ข้าคงเป็นพ่อที่แย่มากที่ไม่อบรมสั่งสอนและมอบความรักให้กับนางอย่างเต็มที่ ต้องโทษที่ข้าคิดว่าการมอบสิ่งของให้กับนางคือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ข้าไม่นึกเลยว่านี่จะกลายเป็นดาบที่ทำร้ายตัวของเสี่ยวถงเอง ข้าผิดต่อนางและเจ้ามากจริง ๆ เยว่เอ๋อร์"
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ฉายชัดถึงความเหนื่อยล้า พระองค์ไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เสี่ยวถงผู้น่ารักอ่อนโยนในวันวานได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ พระองค์เป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อนางได้มีครอบครัวเป็นของตนเอง นางคงจะคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตนเอง
"เจ้านำภาพเหมือนทั้งหมดไปให้องค์รัชทายาทเสีย แล้วรายงานทุกคนคำพูดขององค์หญิงใหญ่ องค์รัชทายาทจะได้ช่วยข้าควานหาราชบุตรเขยที่ถูกใจองค์หญิงใหญ่ได้เสียที"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ขันทีน้อยรีบม้วนภาพเหมือนทั้งหมดแล้วตรงไปยังตำหนักบูรพาขององค์รัชทายาททันที ผู้ที่สามารถคาดเดาจิตใจขององค์หญิงใหญ่ได้นั้น เห็นจะมีองค์รัชทายาทเพียงผู้เดียว
หลายวันผ่านไปไป๋ซินหยานยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในตำหนักองค์หญิงของตน แม้ฮองเฮาจะมาเอ่ยเรื่องคู่ครองทว่าตัวนางกลับไม่แม้แต่จะสนใจเลย คำพูดของฮองเฮาที่แม้จะฟังดูรื่นหูแต่นางก็ดูออกว่าล้วนแต่ประสงค์ร้ายทั้งสิ้น ฮองเฮาผู้นี้เกลียดชังนางอย่างกับอะไรดี แต่เพราะมีฮ่องเต้คอยหนุนหลังฮองเฮาจึงมิอาจทำอะไรได้มากนัก และยังมีไทเฮาที่เอ็นดูองค์หญิงใหญ่ด้วย
"เจ้าจะนอนเช่นนี้อีกนานหรือไม่เสี่ยวถง ไม่สู้ออกไปขี่ม้าล่าสัตว์กันดีกว่า"
'ไป๋หลิวหยาง' คือองค์รัชทายาทหนุ่มผู้มากความสามารถและพี่ชายเพียงคนเดียวของไป๋ซินหยาน
หลังจากเขาได้รับภาพเหมือนและฟังคำของขันทีน้อย เขาก็คิดว่าจะต้องสร้างสถานการณ์เพื่อให้น้องสาวของเขาหันไปชมชอบบุรุษอื่น และอะไรจะดีไปกว่าการที่มีบุรุษมาช่วยสาวงามอีกเล่า เขาได้คิดแผนการอันแยบยลกับสหายสนิทที่ไว้ใจได้ และคนที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับน้องสาวมากที่สุดก็คือแม่ทัพลู่แห่งจวนตระกูลลู่
"น้องไม่อยากไปเพคะ เสด็จพี่ไปเองเถิดเพคะ" นางขี่ม้าล่าสัตว์เหมือนเจ้าของร่างคนเก่าไม่เป็น หากไปก็มีแต่ทำให้ถูกสงสัยเอาได้น่ะสิ
"เช่นนั้นก็ไปเดินเล่าที่ตลาดดีหรือไม่ วันนี้มีการแสดงกายกรรมของคณะละครโต้วด้วยนะ"
"น้องปวดขาเพคะ คงเดินเล่นไม่ไหว"
"งั้น... ไปทานขนมดื่มชาที่หอสวรรค์ก็ได้"
ไป๋หลิวหยางเริ่มเหงื่อตก เขาพยายามหลอกล่อเพื่อพาไป๋ซินหยานออกไปข้างนอกให้จงได้
"ที่หอสวรรค์จะเทียบกับในวังหลวงได้อย่างไรกันเพคะ"
"งั้น งั้น..."
"เสด็จพี่... ทรงคิดจะทำอะไรอีกแล้วใช่หรือไม่เพคะ"
นัยน์ตาสีนิลจับจ้องอย่างจับผิด นางสังเกตเห็นว่าวันนี้ไป๋หลิวหยางดูแปลกไปกว่าทุกคนนัก
"เฮ้อ... ข้าคงปิดเจ้าไม่ได้แล้วจริง ๆ สินะ เช่นนั้นข้าขอพูดกับเจ้าตามตรงเลยก็แล้วกัน" ไป๋หลิวหยางดื่มน้ำชาหลายอึก
"เรื่องคู่ครองของน้องใช่หรือไม่เพคะ"
ไป๋หลิวหยางพยักหน้าก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง "วัยของเจ้าสมควรออกเรือนได้แล้ว หากยังชักช้าเกรงว่าจะพลาดบุรุษที่ดีไป อีกอย่างเจ้าเองก็บอกว่าไม่สนใจไยดีโหวน้อยนั่นแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ควรแต่งงานกับบุรุษที่เพียบพร้อมเสียที ข้ามีคนที่คิดว่าเหมาะสมกับเจ้าทุกประการ"
"ผู้ใดเพคะ"
นางเหนื่อยใจกับเรื่องนี้จริง ๆ สายตาที่แสดงความเบื่อหน่ายมองไปทางด้านหลังของไป๋ซินหยาน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสบกับนัยน์ตาคมดุขององครักษ์หนุ่มของเสด็จพี่
