ตอนที่ 9 หน้ากากนางเอกหลุด
หลังจากเหตุการณ์ที่ธนาคาร วายุภัคพยายามกอบกู้ซากความเชื่อใจที่มีต่อรินลดา เขาพยายามหลอกตัวเองว่าหลักฐานของภาวินทร์อาจจะเป็นของปลอมที่ทำขึ้นเพื่อปั่นหัวเขา แต่สำหรับ พิชชา เธอจะไม่ปล่อยให้ "นางเอกจอมปลอม" คนนี้มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
เย็นวันนั้น ณ งานเลี้ยงการกุศลของสมาคมนักธุรกิจหญิง ซึ่งรินลดาแอบใช้บัตรเชิญเก่าของวายุภัคเสนอหน้ามาร่วมงานเพื่อหาคอนเนกชั่นใหม่ (เหยื่อรายใหม่) หลังจากรู้ว่าวายุภัคใกล้ถังแตก
รินลดาในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับแม่พระ กำลังยืนล้อมวงสนทนากับกลุ่มคุณหญิงคุณนาย “รินลำบากใจจริงๆ ค่ะที่คุณพิชชาเข้าใจผิด รินแค่ต้องการมาขอโทษเรื่องในอดีต แต่กลับถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงิน รินไม่เคยแตะต้องเงินสักบาทของคุณวายุเลยค่ะ ฮึก...”
เสียงสะอื้นเบาๆ เรียกความสงสารจากผู้ใหญ่ในงานได้เป็นอย่างดี จนกระทั่ง...
แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือจังหวะเนิบนาบดังขึ้นจากทางเข้างาน พิชชาเดินเข้ามาในชุดราตรีสีดำขลับปักเลื่อมระยิบระยับเคียงข้างภาวินทร์ ทั้งคู่ดูเหมือนราชาและราชินีที่พร้อมจะมาทำลายล้าง
“แสดงเก่งจนน่าจะได้รางวัลตุ๊กตาทองนะคะคุณรินลดา” พิชชายิ้มเย็นพลางจิบแชมเปญ
“คุณพิชชา... ทำไมพูดแบบนี้คะ รินเจ็บมามากพอแล้วนะคะ” รินลดาบีบน้ำตาหยดสุดท้าย
“เจ็บเหรอคะ? เจ็บตรงไหน? เจ็บเข่าที่แกล้งล้มใส่แจกันวันนั้น หรือเจ็บใจที่แผนฮุบสมบัติไม่สำเร็จ?” พิชชาหันไปพยักหน้าให้ภาวินทร์
ภาวินทร์หยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมากดเชื่อมต่อกับจอโปรเจกเตอร์กลางงานเลี้ยงที่ตอนแรกเตรียมไว้โชว์ภาพการกุศล แต่สิ่งที่ปรากฏกลับเป็น คลิปเสียงและภาพจากกล้องวงจรปิด ในมุมลับของผับแห่งหนึ่ง
‘วายุมันโง่จะตายริน... แค่บอกว่ารักมันหน่อย มันก็ประเคนเงินบริษัทเมียมันมาให้รินใช้แล้ว’ เสียงของรินลดาในคลิปชัดเจนจนคนทั้งงานตกตะลึง
‘แล้วถ้าพิชชามันจับได้ล่ะ?’ เสียงเพื่อนชายในคลิปถาม
‘รินก็แค่แกล้งบีบน้ำตา ทำตัวเป็นเหยื่อสิคะ ผู้ชายอย่างวายุภัคชอบปกป้องผู้หญิงอ่อนแอจะตายไป’
ไม่เพียงเท่านั้น จอยังแสดงหลักฐานสเตทเม้นท์การโอนเงินจากบัญชีนอมินีของวายุภัค เข้าสู่บัญชีลับของรินลดาโดยตรง พร้อมภาพถ่ายที่รินลดาแอบนัดพบกับชายชู้ในโรงแรมหรูขณะที่วายุภัคทำงานหนัก
“นี่คือ... หน้ากากนางเอกที่คุณพยายามใส่มาตลอดห้าปีสินะ” พิชชากล่าวเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงซุบซิบด่าทอของคนทั้งงาน
รินลดาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความอับอาย “ไม่... ไม่จริง! นี่มันคลิปตัดต่อ!”
“คลิปจากกล้องวงจรปิดของเครือ PK Group ไม่มีคำว่าตัดต่อครับคุณรินลดา” ภาวินทร์ก้าวเข้ามาเสริมพลางโอบไหล่พิชชา “และผมได้ส่งหลักฐานทั้งหมดนี้ให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ในข้อหาฉ้อโกงและร่วมกันยักยอกทรัพย์”
ขณะนั้นเอง วายุภัคที่แอบตามรินลดามาที่งานเพราะความสงสัย เดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดี เขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยปกป้องด้วยความรังเกียจสุดขีด
“รินลดา... คุณทำแบบนี้กับผมได้ยังไง!” วายุภัคปรี่เข้าไปจะกระชากแขนเธอ แต่รินลดาผลักเขาออกอย่างแรงจนวายุภัคเซ
“เออ! ฉันทำแล้วไง! ก็นายมันโง่เองนี่วายุภัค ถ้าไม่มีเงินของยัยพิชชา นายมันก็แค่ผู้ชายกระจอกๆ คนหนึ่งที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงฉันด้วยซ้ำ!” รินลดาตะโกนลั่นอย่างหมดความอดทนเผยธาตุแท้蜕ออกมา
วายุภัคยืนอึ้งเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน เขาหันไปมองพิชชาด้วยสายตาอ้อนวอน “พิชชา... ผม... ผมขอโทษ ผมมันโง่เองที่มองข้ามคุณไป”
พิชชาสบตาอดีตสามีด้วยความว่างเปล่า “คำขอโทษของคุณไม่มีค่าเท่าเงินสิบล้านที่ฉันเสียไปหรอกค่ะวายุภัค... เชิญไปคุยกับตำรวจพร้อมกับ ‘รักแรก’ ของคุณเถอะ”
ตำรวจเดินเข้ามาเชิญตัวรินลดาและวายุภัคออกไปจากงานท่ามกลางสายตาดูแคลน พิชชาถอนหายใจยาว ความหนักอึ้งในใจสลายไปสิ้น
“เก่งมากครับ... พิชชาของฉัน” ภาวินทร์กระซิบข้างหูพลางจุมพิตที่ขมับของเธอเบาๆ
หน้ากากหลุดลอก ความจริงปรากฏ และตอนนี้... ถึงเวลาที่พิชชาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีขยะรกใจอีกต่อไป!
_____________________
