ตอนที่ 3 สมบัติของฉันใครก็ห้ามแตะ
เช้าวันต่อมา พิชชาไม่ได้ตื่นขึ้นมาด้วยความเศร้าสร้อย แต่เธอตื่นมาพร้อมกับ ‘รายการหนี้’ ยาวเป็นหางว่าวที่วายุภัคทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ คุณกานต์ส่งแฟ้มเอกสารหนาปึกวางลงตรงหน้าเธอ
“ผลการตรวจสอบย้อนหลัง 6 เดือนครับคุณพิชชา คุณวายุภัคแอบโอนเงินจากงบรับรองของบริษัท เข้าบัญชีส่วนตัวของ ‘คุณรินลดา’ รวมแล้วเกือบสิบล้านครับ”
พิชชาพ่นลมหายใจออกมาอย่างสมเพช “สิบล้าน... เอาเงินฉันไปประเคนให้ชู้รัก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าฉันใจดำงั้นเหรอ?”
“ยังไม่หมดครับ... ล่าสุดเขายังแอบทำเรื่องเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นในโครงการ ‘เดอะ พรีเมียม’ ที่กำลังจะเปิดตัว ซึ่งโครงการนั้นที่ดินเป็นมรดกจากคุณพ่อของคุณพิชชาครับ”
ดวงตาของพิชชาลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะ วายุภัคไม่ได้แค่มีชู้ แต่มันคือการ ‘เนรคุณ’ ต่อตระกูลที่ชุบเลี้ยงเขาขึ้นมา
“เขาคิดว่าฉันโง่จนถึงที่สุดสินะ กานต์... ระงับการเปิดตัวโครงการนั้นทันที แล้วแจ้งทางธนาคารว่าเอกสารการโอนหุ้นมีความผิดปกติ ฉันจะฟ้องโมฆะทั้งหมด!”
ขณะเดียวกัน วายุภัคกำลังหัวเสียอย่างหนัก เขาเพิ่งถูก รปภ. หิ้วปีกออกจากคอนโดพร้อมกระเป๋าเดินทางเพียงสองใบ รินลดาที่ยืนเกาะแขนเขาอยู่เริ่มแสดงท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าวายุภัคไม่มีแม้แต่รถหรูขับอีกต่อไป
“วายุคะ... แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันดีล่ะคะ รินนึกว่าคุณมีหุ้นในบริษัทเยอะพอที่จะไล่คุณพิชชาออกซะอีก”
“รินใจเย็นๆ นะ ผมโอนหุ้นบางส่วนมาเป็นชื่อรินแล้วไง เดี๋ยวผมจะไปคุยกับบอร์ดบริหาร พวกเขาเข้าข้างผมอยู่แล้ว” วายุภัคยังคงมั่นใจในบารมีจอมปลอมของตัวเอง
เขาพยายามโทรหาพิชชาเป็นร้อยสาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงโอเปอเรเตอร์อัตโนมัติ เขาจึงตัดสินใจขับรถเช่าราคาถูกไปที่บริษัทอัครโยธินเพื่อกู้หน้า แต่ทว่า...
ที่หน้าตึกประธานบริษัท เขากลับพบรถสปอร์ตคันหรูที่คุ้นตา และชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุด
ภาวินทร์ ยืนพิงรถสปอร์ตสีดำขลับพลางสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เมื่อเห็นวายุภัคเดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้ามา เขาก็ยกยิ้มมุมปาก
“อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็อดีตผัวที่ถูกเมียเตะโด่งออกมาจากบ้านนี่เอง” ภาวินทร์ทักทายด้วยน้ำเสียงยี่หวน
“แกมาทำอะไรที่นี่ ภาวินทร์! นี่มันบริษัทเมียฉัน!” วายุภัคตะคอก
“‘อดีต’ เมียครับ พูดให้ชัดๆ” ภาวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบจ้องมองวายุภัคอย่างกดดัน “แล้วที่ฉันมาเนี่ย... ก็มาตามคำเชิญของ ‘เจ้าของตึก’ เขา ให้มาช่วยกวาดขยะแถวนี้ออกไปน่ะ”
“แกหมายความว่ายังไง?”
ยังไม่ทันขาดคำ พิชชาเดินออกมาจากลิฟต์ในชุดสูทสีขาวทรงอำนาจ เธอสวยสง่าจนวายุภัคเผลอชะงักไป แต่เธอกลับเดินผ่านเขาไปหาภาวินทร์ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ
“มาเร็วกว่าที่คิดนะคะคุณภาวินทร์” พิชชาส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มคู่กัด
“เรื่องทำลายขยะ ผมถนัดอยู่แล้วครับพิชชา” ภาวินทร์ยื่นมือไปโอบเอวพิชชาอย่างเป็นธรรมชาติ และที่น่าตกใจคือ พิชชาไม่ได้ขัดขืน!
“พิชชา! นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมคุณถึงมาสนิทสนมกับคู่แข่งแบบนี้!” วายุภัคแผดเสียง
พิชชาหันมามองสามีเก่าด้วยสายตาเย็นชา “วายุ... คุณควรกังวลเรื่องหมายศาลที่กำลังจะไปถึงมือรินลดามากกว่านะ เพราะฉันจะเรียกคืนสมบัติทุกชิ้นที่เงินของฉันซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า หรือแม้แต่เครื่องเพชรที่นางนั่นใส่อยู่!”
“พิชชา! คุณจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ รินเขาไม่เกี่ยว!”
“เกี่ยวสิ... เพราะเงินที่นายใช้เลี้ยงนางนั่น มันคือเงินของฉัน!” พิชชาตอกกลับเสียงแข็ง “ส่วนภาวินทร์... เขาไม่ใช่คู่แข่งอีกต่อไป แต่เขาคือ ‘พาร์ทเนอร์’ ใหม่ที่จะเข้ามาควบรวมโครงการที่นายแอบโกงไปคืนมาสู่ที่ที่มันควรอยู่”
ภาวินทร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมโน้มตัวลงกระซิบข้างหูพิชชาต่อหน้าวายุภัค “ไปคุยรายละเอียดงานต่อที่ห้องทำงาน ‘ของเรา’ ดีไหมครับ... หรือจะไปต่อที่คอนโดผมดี?”
วายุภัคกำหมัดแน่นจนสั่น แววตาที่เคยมั่นใจบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าหมากในมือที่เขาเคยถือเหนือกว่า... บัดนี้ได้ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาอย่างไม่มีชิ้นดี!
________________________
