บท
ตั้งค่า

บทที่ 7: พยัคฆ์หนุนหลัง ทวงคืนร้านเครื่องหอม - 1

ยามเหม่า (05.00-06.59 น.) อากาศยามเช้าตรู่ของเมืองหลวงยังคงเย็นเยียบ หมอกบางตายังไม่ทันจางหาย แต่บรรยากาศหน้าเรือนท้ายจวนของเสิ่นหลินซีกลับคึกคักผิดหูผิดตา

บุรุษร่างกำยำสองคนในชุดรัดกุมสีเทาเข้มยืนประสานมือคารวะอยู่นอกประตู ทั้งสองมีกลิ่นอายคุกรุ่นของนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก แววตาดุดันเฉียบขาด แตกต่างจากบ่าวชายทั่วไปในจวนราชครูอย่างสิ้นเชิง

“คารวะคุณหนูใหญ่ ซื่อจื่อส่งพวกข้าน้อยมารับใช้ขอรับ” หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าน้อยมีนามว่า อาต้า ส่วนนี่น้องชายข้าน้อย อาเอ้อ”

เสิ่นหลินซีก้าวเท้าออกจากเรือน ร่างกายของนางฟื้นฟูขึ้นมากจากการได้กินอาหารดีๆ และยาบำรุงเมื่อวาน หญิงสาวกวาดสายตามององครักษ์ทั้งสองด้วยความพึงพอใจ กู้จื่อจินผู้นี้ทำงานรวดเร็วทันใจ ทั้งยังรู้จักเลือกคนใช้งาน

อาต้ายื่นกล่องไม้จันทน์ใบเล็กส่งให้ “ซื่อจื่อฝากสิ่งนี้มาคืนให้ท่านด้วยขอรับ พร้อมกับฝากคำพูดมาว่า ‘ทุนรอนของสตรี ข้าไม่หน้าด้านเก็บไว้ดมเล่นหรอกนะ เก็บไว้ทำทุนเถิด แล้วอย่าลืมส่วนแบ่งของข้าก็พอ’ ขอรับ”

หลินซีรับกล่องไม้มาเปิดดู ภายในคือตั๋วเงินสี่ร้อยตำลึงที่นางลืมทิ้งไว้บนโต๊ะในหอคณิกาเมื่อคืน ซ้อนทับอยู่บนแผ่นป้ายทองเหลืองสลักคำว่า ‘กั๋วกง’ อย่างวิจิตร มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง บุรุษเสเพลผู้นั้นรอบคอบกว่าที่ตาเห็นนัก การที่เขาส่งเงินคืนมาพร้อมป้ายอาญาสิทธิ์ เป็นการแสดงความจริงใจในฐานะหุ้นส่วนอย่างชัดเจน

“พวกเจ้ามีวรยุทธ์หรือไม่” หลินซีปิดกล่องไม้พลางเอ่ยถาม

“ข้าน้อยสองพี่น้องเป็นองครักษ์เงาระดับกลางของจวนกั๋วกง หากต้องรับมือกับนักเลงหัวไม้หรือบ่าวไพร่ธรรมดา สิบคนก็ไม่ใช่ปัญหาขอรับ” อาเอ้อตอบกลับอย่างฉะฉาน

“ดีมาก” หลินซีพยักหน้า “เสี่ยวเถา เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้เราจะไปทำความสะอาดร้านกัน”

ตลาดตะวันออกยามซื่อ (09.00-10.59 น.) เป็นศูนย์กลางการค้าของชนชั้นสูง ร้านรวงสองข้างทางล้วนตกแต่งอย่างหรูหรา ผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอยหากไม่ใช่ฮูหยินขุนนางก็เป็นคุณหนูตระกูลคหบดีใหญ่

ท่ามกลางร้านค้าเหล่านั้น ‘ร้านเครื่องหอมร้อยบุปผา’ ตั้งอยู่ในทำเลทองตรงหัวมุมถนน แต่สภาพหน้าร้านกลับดูซบเซา ป้ายชื่อร้านที่เคยลงรักปิดทองมีรอยฝุ่นเกาะหนาเตอะ บานประตูไม้แกะสลักสีซีดจาง ลูกจ้างในร้านสองสามคนนั่งหาวหวอดปัดแมลงวันอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ไร้ซึ่งความกระตือรือร้นในการเรียกลูกค้า

หวังต้า ญาติผู้น้องของฮูหยินรองหวังซื่อผู้รับหน้าที่เป็นหลงจู๊ดูแลร้าน กำลังนั่งเอนหลังจิบชาชั้นดีพลางนับเหรียญอีแปะในถังอย่างสบายใจ ชายวัยกลางคนผู้นี้มีรูปร่างอ้วนท้วน ใบหน้ามันเยิ้มและมีสายตากลิ้งกลอก เขารู้ดีว่าร้านนี้เป็นสินเดิมของอดีตฮูหยินเอกที่ตายไปแล้ว แต่ในเมื่อพี่สาวของเขาเป็นคนกุมอำนาจในจวนราชครู ใครเล่าจะกล้ามาตรวจสอบบัญชี

“เถ้าแก่ วันนี้ยังขายสบู่ไม่ได้สักก้อนเลยขอรับ” ลูกจ้างคนหนึ่งเดินมาบ่น “ร้านฝั่งตรงข้ามเอาดอกสกัดกลิ่นเหมยฮวามาขาย ดึงลูกค้าเราไปหมดแล้ว”

“ช่างหัวมันปะไร” หวังต้าแค่นเสียง ขากถุยลงกระโถนข้างตัว “ถึงขายไม่ออก สิ้นเดือนก็ทำบัญชีขาดทุนไปเบิกเงินกองกลางจากจวนราชครูมาอุดได้อยู่ดี ข้ามีพี่สาวเป็นถึงฮูหยินรอง ใครจะกล้าว่าข้า”

ยังไม่ทันที่หวังต้าจะหัวเราะจบประโยค เงาร่างของกลุ่มคนก็ทาบทับลงบนพื้นร้าน บดบังแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา

“มัวยืนบื้ออันใดอยู่ มีลูกค้ามาก็ไปต้อนรับสิ” หวังต้าตวาดลูกจ้างโดยไม่เงยหน้ามอง

“เกรงว่าข้าจะไม่ได้มาซื้อสบู่เน่าๆ ของท่านน่ะสิ หลงจู๊หวัง” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความเย็นเยียบดังขึ้น

หวังต้าขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน สตรีร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ใบหน้างดงามนั้นแม้จะดูคุ้นตาแต่วางท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง ด้านหลังนางมีสาวใช้หน้าตาตื่นกลัว และชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หน้าถมึงทึงยืนประกบซ้ายขวา

“คุณ... คุณหนูใหญ่” หวังต้าเบิกตากว้าง เขาย่อมรู้จักเสิ่นหลินซีดี แต่สตรีขี้ขลาดที่มักจะก้มหน้าเดินผู้นั้น เหตุใดวันนี้จึงกล้ามายืนเชิดหน้าอยู่ที่นี่

“ดูเหมือนความจำของท่านยังดีอยู่” หลินซีก้าวเข้ามาในร้าน กวาดสายตามองฝุ่นที่เกาะตามชั้นวางสินค้าด้วยความรังเกียจ “ร้านเครื่องหอมร้อยบุปผา ทำเลดีที่สุดในตลาดตะวันออก แต่กลับถูกคนไร้หัวคิดบริหารจนมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บฟืน ช่างน่าสมเพชนัก”

ใบหน้าอ้วนท้วนของหวังต้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “คุณหนูใหญ่ นี่ไม่ใช่ที่ที่ท่านควรมาเดินเล่น หากท่านอยากได้สบู่หรือแป้งร่ำ ข้าจะให้เด็กเอาไปส่งที่จวน เชิญท่านกลับไปเสียเถิด”

“ข้าไม่ได้มาเดินเล่น” หลินซีเดินไปหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ อาต้าและอาเอ้อก้าวตามมาติดๆ แรงกดดันจากองครักษ์ทั้งสองทำให้หวังต้าต้องถอยร่นไปครึ่งก้าว

มือเรียวบางล้วงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ คลี่มันออกและตบลงบนโต๊ะเสียงดังปัง

“โฉนดที่ดินและทะเบียนการค้าของร้านร้อยบุปผา ระบุชื่อมารดาของข้า หลี่ซื่อ เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว” หลินซีใช้นิ้วเคาะลงบนตราประทับสีแดงของทางการ “ตามกฎหมายแคว้น สินเดิมของมารดาย่อมตกทอดสู่บุตรสาวสายตรง วันนี้ข้าในฐานะเจ้าของร้านตัวจริง จะมาขอรับกุญแจและสมุดบัญชีทั้งหมดคืน”

ลูกจ้างในร้านต่างพากันกลืนน้ำลาย มองหน้ากันเลิ่กลั่ก หวังต้าหน้าถอดสี แต่ด้วยความลำพองใจที่มีพี่สาวหนุนหลัง เขาจึงเชิดหน้าขึ้นเถียง

“เหลวไหล ฮูหยินรองเป็นผู้มอบหมายให้ข้าดูแลร้านนี้ บัญชีทุกเล่มข้าส่งตรงถึงมือนาง ท่านเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน จะมามีสิทธิ์สั่งการข้าได้อย่างไร หากอยากได้ร้านคืน ก็ไปขออนุญาตนายท่านราชครูหรือฮูหยินรองมาก่อนสิ”

หลินซีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ นางเดาไว้ไม่ผิด คนพวกนี้เสวยสุขบนกองเงินกองทองของผู้อื่นจนลืมไปแล้วว่าตนเองเป็นเพียงปลิงดูดเลือด

“อนุญาตหรือ” หลินซีเลิกคิ้ว “ของที่เป็นของข้าตามกฎหมาย เหตุใดข้าต้องไปขออนุญาตจากโจรที่ขโมยมันไปด้วยเล่า หวังต้า ท่านเอาปัญญาจวนไหนมาคิด”

“เจ้า บังอาจด่าพี่สาวข้าว่าเป็นโจรหรือ” หวังต้าโกรธจัด ลืมเลือนฐานะของตนเองเงื้อมืออวบอูมขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสตรีปากดี

แต่มือของเขายังไม่ทันได้แตะแม้แต่ชายเสื้อของหลินซี อาต้าก็พุ่งตัวเข้ามาบิดข้อมืออวบๆ นั้นจนผิดรูป เสียงกระดูกลั่นกรอบดังทะลุความเงียบในร้าน ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือดของหวังต้า

“โอ๊ย ปล่อยข้า ปล่อยข้านะโว้ย ข้าเป็นน้องชายฮูหยินรอง พวกเจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ” หวังต้าดิ้นพล่าน น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บปวด

ลูกจ้างสามคนเห็นนายหน้าสิ่วหน้าขวานก็คว้าท่อนไม้หน้ากว้างเตรียมจะเข้ามาช่วย แต่อาเอ้อเพียงแค่ชักดาบยาวที่เหน็บเอวออกมาครึ่งฝัก ประกายโลหะเย็นเยียบและรังสีฆ่าฟันก็ทำเอาลูกจ้างเหล่านั้นขาทรุด ทิ้งไม้หนีไปหลบหลังเสา

หลินซีมองหวังต้าที่ถูกกดให้นั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยแววตาสงบนิ่ง นางหยิบแผ่นป้ายทองเหลืองของจวนกั๋วกงออกมาแกว่งเล่นช้าๆ ต่อหน้าชายวัยกลางคน

“เบิกตาดูให้ดี สุนัขรับใช้แห่งเรือนรอง” น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่เฉียบขาด “ป้ายอาญาสิทธิ์แห่งจวนกั๋วกง องครักษ์ของข้าสองคนนี้คือคนของกู้ซื่อจื่อ คู่หมั้นของข้า หากท่านคิดจะใช้ชื่อฮูหยินรองมาข่มขู่ ก็ลองชั่งน้ำหนักดูเอาเองเถิด ว่าศีรษะของอดีตสาวใช้ที่ปีนเตียงราชครู จะแข็งพอต้านทานคมดาบของตระกูลแม่ทัพได้หรือไม่”

พอได้ยินคำว่า ‘จวนกั๋วกง’ และเห็นป้ายทองคำ หวังต้าก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ความหยิ่งผยองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เขารู้ดีว่าแม้ราชครูจะมีหน้ามีตาในราชสำนัก แต่บิดาของเขาเป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋น หากล่วงเกินตระกูลแม่ทัพเก่าแก่ที่กุมกำลังทหาร ย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel