โดนอะไรมา
พอลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบห้องพักในโลกเดิมของนาง ข้าวของทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน แม้แต่เงินและทองที่ได้จากการรับงานสังหารคนก็ถูกเก็บเอาไว้อยู่ภายในตู้เซฟ เมื่อตรวจสอบเครื่องใช้และอาหารสดอาหารแห้ง ก็พบว่าจำนวนที่เคยมีอยู่ไม่ได้ลดลงเลย แม้นางจะนำออกไปแล้วก็ตาม “แบบนี้สิถึงจะสนุก”
ม่านม่านเดินไปดูห้องเก็บอาวุธของนางก่อน ก็พบว่าทั้งหมดยังคงวางอยู่ที่เดิม ช่องลับที่สร้างขึ้นภายในห้องพักล้วนแต่เปิดใช้ได้ทั้งสิ้น เมื่อจำได้ว่าทิ้งเด็กสองคนเอาไว้ที่หน้าห้องน้ำ นางจึงได้รีบออกไปด้านนอกทันที
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน” นางเดินนำหน้าอย่างอารมณ์ดี
กงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ เพิ่งค้นพบว่าอาหารฝีมือท่านแม่ของพวกเขาดีกว่าที่ท่านพ่อทำให้กินเสียอีก ทั้งสองกินข้าวไปถึงสองชามโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยเลย
“พวกเจ้าไปเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมา ข้าจะเอาไปซัก” นางต้องจัดการเก็บกวาดห้องนอนของนางอีก
“ท่านจะไปซักผ้าที่แม่น้ำหรือ ไหนท่านว่าไม่อยากออกไปอย่างไรเล่า” กงหนิงเจี้ยนเอ่ยถามอย่างสงสัย ด้วยมารดาเขาไม่ชอบที่จะออกไปเจอคนในหมู่บ้าน
“ใช่แล้วท่านแม่ ท่านรอท่านพ่อก่อนเถิด ให้ท่านพ่อไปหาบน้ำมาให้ท่าน หากท่านไม่อยากรอข้ากับพี่ใหญ่จะออกไปหาบให้ท่านเอง” กงหนิงอวี่เองก็ไม่อยากให้ท่านแม่ออกไปเจอชาวบ้าน ทุกครั้งที่มู่ลี่ม่านออกไปด้านนอก กลับมาที่เรือนนางจะอารมณ์เสีย อาละวาดกับกงเพ่ยจิ้นและบุตรชายทั้งสอง
“ผู้ใดบอกว่าข้าจะไปซักที่แม่น้ำเล่า พวกเจ้าไปเอามาเถิด ข้ามีที่ซักของข้าเอง”
ทั้งสองไม่เอ่ยถามสิ่งใดต่อ ขอเพียงแค่ท่านแม่ไม่ออกไปด้านนอกก็พอแล้ว พวกเขาไปนำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วกองโตมาให้ม่านม่าน
“พวกเจ้าออกไปเล่นด้านนอกก่อน แล้วกลับมาให้ทันกินมื้อกลางวันเล่า”
“พวกเราจะกินมื้อกลางวันด้วยหรือขอรับ” ดวงตาของกงหนิงอวี่เปล่งประกาย
ม่านม่านมองเขาแล้วถอนหายใจออกมา สภาพการเงินคงไม่ดี พวกเขาถึงได้กินวันละสองมื้อเท่านั้น “ต่อจากนี้ไปจะกินวันละสามมื้อ ออกไปเล่นเถิด อย่าให้ผู้ใดรังแกได้เล่า” เด็กทั้งสองวิ่งออกไปด้วยความยินดี
ม่านม่านนางจึงได้เก็บเสื้อผ้ากองโตเข้าไปในมิติ แล้วเข้าไปเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง ของทั้งหมดแทบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นขยะแล้วในสายตานาง นางจึงจัดการทิ้งทั้งหมดเสียแล้ว โดยรวบทั้งหมดไปโยนทิ้งในห้องเก็บฟืนด้านหลังเรือน
แล้วนำที่นอน เครื่องนอน เครื่องเรือนภายในห้องพักออกมาจัดวางภายในห้องใหม่ทั้งหมด กว่านางจะทำความสะอาดทั้งในห้องและภายในเรือนเรียบร้อย ก็เกือบจะถึงมื้อกลางวันเสียแล้ว
เสียงร้องไห้ของกงหนิงอวี่ดังอยู่หน้าประตูเรือน ม่านม่านที่กำลังจะเดินเข้าห้องครัวก็รีบเปลี่ยนทิศเดินไปดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
เมื่อเปิดประตูออกไปมองก็เห็นกงหนิงเจี้ยนที่ใบหน้าบวมช้ำกับกงหนิงอวี่ที่เปื้อนไปด้วยโคลนกำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่
“โดนอะไรมา” นางกอดอกพิงประตูเรือนมองพวกเขา
“ต้าเปียว ผลักข้าลงโคลน พี่ใหญ่เข้าไปช่วยเขาเลยตีพี่ใหญ่ขอรับ ฮึก....”
แต่ก่อนที่ม่านม่านจะถามอะไรเพิ่มเติม เสียงของหญิงวัยกลางคนที่กำลังดุด่าเด็กชายด้านข้างก็เรียกความสนใจของนางเสียก่อน
“มู่ซื่อ ต้าเปียวของข้ามิได้ตั้งใจจะทำร้ายบุตรชายของเจ้า หวังว่า...” นางยังไม่ทันพูดจบ ต้าเปียวที่ดวงตาแดงก่ำก็ตะโกนขัดขึ้นมาเสียก่อน
“พวกเขาว่าข้าตัวเหม็น เหตุใดข้าจะตีพวกเขาไม่ได้”
“ก็เจ้าไม่อาบน้ำ ท่านแม่ข้าบอกแล้ว เด็กคนไหนที่ไม่อาบน้ำตัวจะเหม็น แล้วข้าพูดอะไรผิด” กงหนิงอวี่ถลึงตากลับอย่างไม่ยอม
ม่านม่านเริ่มจะปวดหัวเสียแล้ว นางไม่เคยห้ามเด็กไม่ให้ตีกันมาก่อน ได้แต่ส่งเสียงเรียกบุตรชายทั้งสองคนให้มายืนข้างนาง
“อวี่เออร์ เจ้าผิดที่ไปว่าต้าเปียวว่าตัวเหม็น ต้าเปียว...จะผลักเจ้าลงโคลนก็ถูกแล้ว เจี้ยนเออร์เจ้าเก่งมากที่ปกป้องน้องของเจ้า แล้วเจ้าสู้ได้หรือไม่”
