วันแรกก็วุ่นวายแล้ว
งานที่นางทำไม่เคยต้องเข้าใกล้เด็กน้อย ทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะใกล้ชิดเด็กด้วย แต่นางก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของกงหนิงเจี้ยน แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้ามีไฟแช็กก็คงดี” นางคิดถึงไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักของตนเอง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อไฟแช็กที่นางนึกถึงมันปรากฏอยู่ในมือของนาง พอนางแบมือออกดูก็ต้องตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง
“นะ นั่น นั่นคืออะไร” กงหนิงอวี่ร้องออกมาเสียงดัง เมื่อมีสิ่งของหน้าตาประหลาดปรากฏขึ้นมาในมือของมารดา
“ที่จุดไฟ” นางบอกเสียงเรียบด้วยไม่คิดจะอธิบายเรื่องประหลาดให้เด็กทั้งสองที่ยังเล็กเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปจุดไฟในห้องครัว ที่ตอนนี้ควันด้านในเริ่มหายไปจนสิ้นแล้ว
หากไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักสามารถเรียกออกมาได้ เช่นนั้นของอย่างอื่นก็คงเรียกออกมาได้ นางจึงเรียกเครื่องปรุงออกมา ก็พบว่ามันถูกจัดวางอยู่ภายในห้องครัวอย่างเป็นระเบียบ จากนั้น เนื้อสัตว์ ผัก วัตถุดิบอย่างอื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของเด็กน้อยสองคู่ที่อ้าปากกว้างอย่างตื่นตระหนก
“อาบน้ำกันเองได้หรือไม่” ม่านม่านที่กำลังทำอาหารอยู่หันไปมองสภาพเด็กน้อยสองคนที่มอมแมมจนแทบอยากจะโยนลงไปในบ่อน้ำ
“อาบได้” กงหนิงเจี้ยนรีบเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มกลัวมารดาที่เป็นเช่นนี้แล้ว
“น้ำใกล้เดือดแล้ว พวกเจ้าไปเตรียมตัว ข้าจะยกน้ำร้อนไปให้ในห้องน้ำ พวกเจ้าถือแปรงสีฟันไปด้วย ประเดี๋ยวข้าจะไปสอนพวกเจ้าใช้” นางเอียงคอหันไปมอง มือก็คนแกงในหม้อไปด้วย
เด็กทั้งสองหยิบแปรงสีฟันกับยาสีฟันไปอย่างมึนงง ก่อนออกไปจากห้องครัวพวกเขาชะเง้อคอมองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแล้วยอมเดินออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ม่านม่าน เพิ่งค้นพบว่า ข้าวของที่อยู่ภายในที่พักนางสามารถนำออกมาได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่รู้ว่าสามารถเข้าไปได้อย่างที่เคยอ่านเจอในนิยายหรือไม่ คงต้องลองดูในภายหลัง
นางแบกถังใส่น้ำร้อนไปให้เด็กแฝดทั้งสองที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
“ท่านแม่ เพียงแค่ล้างหน้าบ้วนปากมิได้หรือขอรับ” กงหนิงอวี่บิดตัวอย่างออดอ้อน เช่นตอนที่อยากให้บิดาใจอ่อนยอมให้เขา แต่ดูว่าเหมือนจะใช่ไม่ได้กับผู้เป็นมารดา
“ไม่ได้ พวกเจ้าเหม็นยิ่งนัก หากไม่อาบน้ำสระผม ข้าไม่ได้นั่งกินข้าวด้วย” นางเอ่ยเสียงเย็นอย่างข่มขู่
“แต่ทุกเช้า ท่านพ่อเพียงแค่ล้างหน้าให้พวกข้า สามวันถึงจะอาบน้ำครั้งหนึ่ง” กงหนิงเจี้ยนเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
ม่านม่านหนังตากระตุกไม่หยุด นางมองเด็กทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ถึงว่า...พวกเจ้าเหม็นเสียยิ่งกว่าหมาตายเสียอีก ใบหน้าก็เปื้อนเสียจนไม่น่ามอง” นางกอดอกมองพวกเขาอย่างรังเกียจ
“พวกข้าสะอาดกว่าเด็กคนอื่นในหมู่บ้านเสียอีก หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะพาท่านไปดู” กงหนิงอวี่แก้มแดงก่ำเขาทั้งอายและโมโหที่ถูกมารดาพูดว่าไม่น่ามอง
“จะอาบหรือไม่ หากไม่อาบก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่ข้าไม่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับพวกเจ้าเด็ดขาด”
“อาบ!!!/อาบขอรับ” คงเป็นเพราะกลิ่นอาหารที่ยั่วยวน ทำให้สองพี่น้องรีบถอดเสื้อผ้าออกทันที
ในตอนแรกจะให้พวกเขาอาบน้ำกันเอง แต่นางต้องสอนให้พวกเขาใช้เครื่องอาบน้ำ เลยลงมืออาบน้ำให้ทั้งคู่ ม่านม่านเคยเลี้ยงเด็กเสียที่ไหน ภายในห้องน้ำจึงวุ่นวายไม่น้อย เสื้อผ้าของนางเปียกไปหมด จนต้องอาบน้ำไปพร้อมกับพวกเขา
“ข้าบอกว่าอย่ากลืน!!!” ม่านม่านแทบอยากจะบีบคอกงหนิงอวี่ เมื่อเขากลืนยาสีฟันเป็นรอบที่สามแล้ว
“อย่าเทมันลงไปในโอ่ง!!! ประเดี๋ยวข้าให้เจ้าล้างเอง” ม่านม่านพุ่งตัวไปแย่งครีมน้ำอาบในมือของกงหนิงเจี้ยนมาเก็บไว้ เมื่อเขาเห็นว่าถูกับตัวแล้วทำให้เกิดฟอง จึงอยากจะลองเทลงไปในอาบแล้วตีให้เกิดฟองเพื่อเล่นสนุก
ม่านม่าน นางจำไม่ได้ว่าซื้อของใช้เก็บเอาไว้มากเพียงใด หากมีเพียงขวดเดียวแล้วปล่อยให้เขาเทเล่น ต่อไปจะใช้อะไรกัน
“พวกเจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน” ม่านม่านใช้ผ้าขนหนูที่นางนำออกมาห่อตัวเด็กทั้งสองเอาไว้ แล้วให้พวกเขายืนรอที่หน้าห้องน้ำ นางจะเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเองก่อน
ม่านม่านหาที่เก็บของที่นางนำออกมาภายในห้องน้ำ “จะเก็บเอาไว้ที่ใดดี...เอ๊ะ” นางยิ้มกริ่มออกมาเมื่อของในมือหายไปอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงลองเพ่งจิตตามแบบฉบับในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่านผ่านตา
