เริ่มก่อนได้เปรียบ
มารดาของต้าเปียวอ้าปากค้างที่เห็นม่านม่านนางสั่งสอนบุตรเช่นนี้
“สู้ไม่ได้ เขาตัวใหญ่กว่าข้า แต่ข้าก็ได้ตีเขาไปก่อนหนึ่งที”
“ดี เริ่มก่อนได้เปรียบ แต่จำไว้ เจ้าตัวเล็กกว่ามิใช่จะสู้ไม่ได้ ต่อไปข้าจะสอนเจ้าเอง แม่ต้าเปียวเอาเป็นว่าเรื่องเด็กตีกัน เป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าไม่เอาความ แต่ว่า...ต้าเปียวเจ้าอาบน้ำบ่อยๆ ก็ดี พวกเจ้าเข้าเรือนได้แล้ว ไปอาบน้ำใหม่เดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าไม่ให้กินข้าวแน่ เหม็นชะมัด” ม่านม่านพาเด็กทั้งสองเข้าเรือน ทิ้งให้ต้าเปียวกับมารดายืนอ้าปากตาค้างอยู่ที่หน้าประตู
“ท่านแม่ น้ำในโอ่งหมดแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินคอตกกลับมา เขาคงอดกินข้าวกลางวันเสียแล้ว
“มานี่...ต่อไปนี้สิ่งที่พวกเจ้าเห็นห้ามนำไปพูดที่ใด แม้แต่ท่านพ่อของเจ้าก็ด้วย เข้าใจหรือไม่” นางมองสองพี่น้องอย่างข่มขู่
เด็กทั้งสองเห็นความเก่งการของท่านแม่ที่หน้าประตูเรือนเมื่อครู่แล้ว อีกทั้งม่านม่านนางยังพูดว่าจะสอนให้กงหนิงเจี้ยนต่อสู้เป็นเขาเลยเชื่อฟังนางเป็นพิเศษ เมื่อเห็นเด็กทั้งสองพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ม่านม่านจึงพาทั้งสองเข้าไปในมิติ
เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงหน้า ที่ไม่ใช่เรือนที่ตนอยู่เมื่อครู่ สองพี่น้องก็ร้องโวยวายออกมาเสียงดัง
“เงียบ!!! แล้วตามข้ามา” ม่านม่านตวาดเสียงดัง จนพวกเขาต้องกลืนเสียงร้องลงท้องไป
สายตาเด็กแฝดกวาดมองไปยังรอบข้างอย่างสนใจ พร้อมทั้งเดินตามม่านม่านไปอย่างว่าง่าย นางพาเด็กทั้งสองไปที่ห้องอาบน้ำ เปิดน้ำใส่ในอ่างเพื่อให้พวกเขาเล่นกันอย่างเต็มที่
“อวี่เออร์มานี่ก่อน” นางลากตัวกงหนิงอวี่ที่เปื้อนโคลนไปทั้งตัว มาล้างคราบดินโคลนออกก่อนที่จะให้เขาลงไปเล่นน้ำในอ่าง
“ข้าจะไปทำอาหาร พวกเจ้ารีบเล่นรีบขึ้นเล่า”
“ขอรับท่านแม่/ขอรับท่านแม่” แม้แต่กงหนิงเจี้ยนก็ตอบรับเสียงใส
ม่านม่านกดยิ้มที่มุมปาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้เด็กทั้งสองเชื่อฟังได้แล้ว
เด็กแฝดทั้งสองว่าง่ายยิ่งนัก พวกเขาเล่นน้ำกันเพียงไม่นานก็ขึ้นมาเช็ดตัวแล้วใช้ผ้าขนหนูพันตัวลวกๆ ก่อนจะเดินไปหาม่านม่านที่ห้องครัว
“พวกเจ้า ฮ่า ฮ่า” เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของสองชีวิตที่นางหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นนี้ เมื่อเห็นฝาแฝดพันผ้าขนหนู แล้วใช้มือยึดจับปิดส่วนสงวนเอาไว้ค่อยๆ เดินมาหานางด้วยกลัวว่ามันจะหลุดออกมา
ม่านม่านจึงเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วช่วยพันเสียใหม่ “เสื้อผ้าของพวกเจ้ากำลังซักอยู่ ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวไปก่อน ข้าวใกล้เสร็จแล้ว พวกเจ้าไปนั่งรอกันก่อน” นางพาทั้งสองเดินไปนั่งรอที่โซฟา แล้วยังเปิดการ์ตูนให้พวกเขาดูฆ่าเวลาอีกด้วย
สองฝาแฝดที่ไม่เคยเห็นโทรทัศน์ ทั้งยังมีรูปภาพเคลื่อนไหวได้ ต่างก็นั่งนิ่งมองด้วยความสนใจ การ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา เรียกความสนใจจากสองพี่น้องเอาไว้ได้มากนัก
ตอนที่ม่านม่านนางยกอาหารมาวางที่โต๊ะร้องเรียกให้พวกเขามากินข้าว สายตาของเด็กทั้งสองยังคงมองจ้องที่โทรทัศน์ไม่ละสายตาจนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร
“หากพวกเจ้าเป็นเด็กดี ข้าจะให้พวกเจ้าดูอีก”
“จริงหรือขอรับ อวี่เออร์เป็นเด็กดีมากท่านแม่” กงหนิงอวี่กอดแขนม่านม่านเอาไว้แน่น
“ข้า ข้าเองก็จะเป็นเด็กดีกับท่านแม่” กงหนิงเจี้ยนก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ก่อนหน้านี้เขาต่อว่ามารดาหลายหน ไม่รู้ว่านางจะยังโกรธอยู่หรือไม่
“ดีมาก หากคืนนี้พ่อเจ้ายังไม่กลับ พวกเราจะเข้ามาในนี้กันใหม่ ตอนนี้รีบกินข้าวเสียก่อน จะได้ออกไปรอพ่อเจ้าด้านนอก”
เป็นครั้งแรกที่สองฝาแฝดไม่อยากให้บิดากลับมาที่เรือนเร็วนัก ด้วยต้องการกลับเข้ามาดูการ์ตูนที่ยังดูค้างเอาไว้ต่อ
หลังจากที่ทั้งสามกินข้าวเสร็จก็ออกไปด้านนอกเพื่อรอกงเพ่ยจิ้นออกมาจากป่า แต่รอจนฟ้ามืดก็ยังไม่เห็นเขากลับมา สองแฝดก็รบเร้าให้ม่านม่านพาพวกเขาเข้าไปดูการ์ตูน นางจึงได้พาทั้งสองเข้าไปนอนด้านใน
“ดูได้แค่ตอนเดียว หากจบแล้วพวกเจ้าต้องเข้านอน หากไม่เชื่อข้า ต่อไปพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ดูอีก” ทั้งสองพยักหน้าราวกับไก่จิก
ม่านม่านไปเทนมมาให้พวกเขาคนละแก้ว ก่อนจะทิ้งพวกเขาให้นั่งดูการ์ตูนต่อไปนาง ส่วนนางเข้าไปจัดเตรียมที่นอนให้ฝาแฝดทั้งสองคน ภายในห้องพักของนางมีเพียงห้องนอนเพียงห้องเดียว จึงต้องให้พวกเขานอนด้วยกันกับนาง
“ท่านแม่ จบแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินขยี้ตาเข้ามาภายในห้องนอน
“ปิดเรียบร้อยแล้วหรือยัง” นางสอนให้พวกเขาปิดเปิดโทรทัศน์ไปแล้ว
“ปิดแล้วขอรับ” กงหนิงเจี้ยนปิดปากหาว
“ไปแปรงฟันเสียก่อน”
