บท
ตั้งค่า

ข้าเป็นแม่ของเจ้ากระมัง

หลังมาอยู่ที่หมู่บ้านชนบทได้ไม่ถึงสองเดือน มู่ลี่ม่านก็พบว่านางตั้งครรภ์ นางคิดจะกินยาขับเลือดเพื่อเอาเด็กออก แต่พอได้ยินข่าวว่าน้องสาวต่างมารดาของตนแต่งงานกับอดีตคู่หมั้น กงเพ่ยจิ้นขอร้องนางให้เก็บเด็กเอาไว้ แล้วเขาจะเป็นผู้เลี้ยงดูเอง ตัวนางที่หมดอะไรตายยากจึงยอมตั้งครรภ์และคลอดเด็กทั้งสองออกมา โดยมิคิดที่จะเหลียวแลหรือสนใจเลี้ยงดูเลยสักนิด

สองสามีภรรยา แม้อยู่ในบ้านเดียวกันแต่ก็แยกกันใช้ชีวิต เด็กแฝดทั้งสองนอนกับผู้เป็นบิดา ในห้องของมู่ลี่ม่านนางอยู่เพียงลำพัง และที่ห้องของนางมีสภาพเหม็นหืน สกปรกเช่นนี้ก็เพราะตัวนางทำสิ่งใดไม่เป็นเลย กงเพ่ยจิ้นเองก็เลิกสนใจนางตั้งแต่นางอาละวาดทุบตีบุตรทั้งสองเมื่อตอนเขาเพียงสองหนาวเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ยังคงทำอาหารเผื่อนางด้วย

ที่นางต้องตายลงจนวิญญาณของม่านม่านเข้ามาแทนที่ เป็นเพราะนางสะสมความแค้นไว้ในใจมากเกินไปและร่างกายที่อ่อนแอของนาง ทำให้ร่างกายเกินจะรับไว้ถึงได้สิ้นใจลง

และที่เด็กแฝดทั้งสองอยู่ภายในห้องของนาง เป็นเพราะเมื่อสองวันก่อน กงเพ่ยจิ้นเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กับสหายในหมู่บ้าน โดยฝากเด็กทั้งสองไว้กับมู่ลี่ม่าน ถึงแม้มู่ลี่ม่านจะไม่สนใจ อย่างไรเด็กทั้งสองก็ดูแลตนเองได้ เขาถึงได้เข้าป่าอย่างวางใจ

ม่านม่านกำลังนั่งประมวลผลและหาเหตุผลที่ตัวนางมาอยู่ในร่างของมู่ลี่ม่านอยู่ ท้องของเด็กแฝดคนน้องก็ร้องขึ้นมาเรียกความสนใจจากนาง

“หิวหรือ?” นางหันไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ขอรับ” ดวงตากลมโตที่มองมาทางนางเอ่ยตอบอย่างกลัวๆ

“อย่าไปสนใจนาง ข้าจะไปหาอะไรให้เจ้ากินเอง”

“เจ้าทำอาหารได้หรือ?”

“รอให้ท่านทำให้ ข้าสองคนคงอดตาย”

“เด็กน้อย ข้าเป็นแม่ของเจ้ากระมัง พูดกับแม่ให้ดีหน่อย รู้ไหมเด็กดื้อจะโดนอะไร” ม่านม่านจ้องมองกงหนิงเจี้ยนจนเขาขนลุกไปทั้งตัว “พอข้าไปห้องครัว” นางไม่สนใจว่าเขาจะมองนางเช่นใด ยามนี้ท้องนางเองก็หิวเช่นกัน ต้องหาอะไรกินก่อน

กงหนิงอวี่ พอได้ยินว่าห้องครัวก็รีบลุกขึ้นเดินนำม่านม่านไปด้านนอกทันที

แสงแดดของยามเช้า กลิ่นน้ำค้าง ไอดิน ที่ตัวม่านม่านไม่เคยได้สัมผัสมานาน นางยืนสูดลมหายใจเข้าอยู่ด้านหลังเรือนอยู่ครู่ใหญ่ พร้อมสำรวจตัวบ้านที่นางต้องอยู่ไปด้วย

“โทรมชะมัด” นางเบ้ปากอย่างดูแคลน บิดาเจ้าของร่างใจดำเหลือแสนไม่คิดจะแบ่งทรัพย์สินให้บุตรสาวตนเองมาตั้งตัวเลย หากมีโอกาสนางจะรีดเลือดของตระกูลตู้ออกมาให้หมดตัวเลยคอยดู

ภายในห้องครัวยังพอมีข้าวสารและเนื้อสัตว์หลงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ม่านม่านมองวัตถุดิบตรงหน้าอยู่ครู่ก่อนจะคิดว่าสมควรทำอะไรเพื่อให้คนสามคนกินอิ่มท้อง พอคิดได้ก็เดินไปที่หน้าเตาไฟเพื่อจะจุดเตา

“พวกเจ้าจุดเตาเป็นหรือไม่” นางเพิ่งจะเคยเห็นเตาหน้าตาแบบนี้เป็นครั้งแรก

กงหนิงเจี้ยนเดินเข้ามาหยุดที่หน้าเตาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ก่อนจะก้มตัวลงจนก้นน้อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วตั้งหน้าตั้งตาจุดไฟให้ม่านม่าน

“มา...ข้าเอง” นางแย่งที่จุดไฟมาจากกงหนิงเจี้ยน

ม่านม่านทำตามที่กงหนิงเจี้ยนทำเมื่อครู่ จุดไฟติด แต่มันก็ดับลงอย่างรวดเร็ว จนนางเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว

“ท่านต้องเป่าด้วย” กงหนิงเจี้ยนไม่คิดอยากจะบอกวิธีจุดไฟให้ม่านม่านรู้ แต่กงหนิงอวี่ที่ทนมองไม่ได้ เป็นฝ่ายบอกขึ้นมาแทน

น้อยครั้งนักที่ผู้เป็นมารดาสนใจเขา เขาเองที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากผู้เป็นมารดามาตลอดย่อมอยากจะใกล้ชิดและเอาใจม่านม่าน

นางหันไปเลิกคิ้วมองกงหนิงเจี้ยนที่ตอนนี้หลบสายตาจ้องมองออกไปทางด้านนอกแทนอย่างร้อนตัว นางจึงหันมาสนใจหน้าเตาแล้วเริ่มเป่าลมใส่ตามที่กงหนิงอวี่แนะนำ

แต่แทนที่มันจะติดไฟง่ายๆ อย่างที่คิด มันกลายเป็นควันไฟที่ลอยเต็มห้องครัว จนคนทั้งสามอยู่ด้านในไม่ไหว “แค่ก แค่ก” เสียงไอสำลักควันของสามแม่ลูกดังอยู่ที่หน้าห้องครัว

“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง...ว่าจุดไฟอย่างไร” ม่านม่านดึงคอเสื้อกงหนิงเจี้ยนจนขาเขาลอยขึ้นจากพื้น

“ทุกครั้งข้าก็ทำเหมือนท่าน” เขาร้องเสียงหลงตกใจ ไม่คิดว่าม่านม่านจะยกตัวเขาลอยได้

“ท่านแม่...ปล่อยพี่ใหญ่เถิดขอรับ เขามิได้หลอกท่าน ทุกครั้งพี่ใหญ่ก็เป่าเช่นที่ท่านแม่ทำจริงๆ ขอรับ” กงหนิงอวี่ดึงแขนเสื้อของม่านม่านเพื่อขอร้องให้นางยอมปล่อยตัวพี่ชายของตน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel