บท
ตั้งค่า

ข้าขอมือของเจ้าแทน

หมอเพียงแค่เห็นสภาพของกงเพ่ยจิ้นเท่านั้น แต่ยังมิทันได้ตรวจดูบาดแผล เห็นเขาหลับตานิ่งก็คิดว่าไม่อาจช่วยได้แล้ว พอม่านม่านนางพูดออกมา เขาถึงได้เดินเข้ามาตรวจดูบาดแผลของกงเพ่ยจิ้นอย่างละเอียด

“ไม่น่าเชื่อ...ว่าเลือดจะหยุดไหลได้” บาดแผลลึกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเลือดจะหยุดไหล “ห้าสิบตำลึง ข้าจะรักษาให้ แต่ถ้าไม่มีก็หามเขาไปรักษาที่อื่น”

อาหยุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ต่อให้เข้าป่าล่าสัตว์ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินห้าสิบตำลึงมาครบเมื่อใด แต่ก่อนที่เขาจะร้องขอความเมตตาจากท่านหมอ เสียงเย็นของสตรีก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ได้...แต่หากเจ้ารักษาเขาไม่ได้...ข้าขอมือของเจ้าแทน” นางจ้องมองท่านหมอราวกับจะตัดมือเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้

“ได้” ท่านหมอจำต้องกัดฟันตอบกลับไป เขาไม่เชื่อว่าสตรีตรงหน้าจะเอามือของเขาไปได้

กงเพ่ยจิ้นถูกหามเข้าไปรักษาด้านใน ม่านม่านนางฝากเด็กแฝดไว้ในความดูแลของอาหยุน

“นั่นเจ้าจะไปไหน”

“ไปหาเงินไง หรือเจ้าจะออกให้ข้า” นางเลิกคิ้วถาม

อาหยุนจำได้ว่ามู่ลี่ม่านนางเป็นคุณหนูตระกูลคหบดีมาก่อน อย่างน้อยก็ต้องมีของมีค่าแลกเปลี่ยนเป็นเงินมาได้ จึงได้แต่หลบสายตาของนาง พาเด็กแฝดทั้งสองคนเข้าไปรอที่หน้าห้องของกงเพ่ยจิ้นแทน

ม่านม่าน เดินไปหาเสี่ยวเอ้อที่อยู่หน้าโรงหมอ “มีที่ใดรับซื้อก้อนทองหรือไม่”

“เจ้าลองไปถามร้านรับแลกเงินดู ร้านหัวมุม ห่างจากที่นี่ไปสองตรอกซอย” เขาชี้มือไปยังทิศทางของร้านแลกเงิน

ม่านม่านเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินหายออกจากโรงหมอไปที่ร้านแลกเงินทันที ร้านไม่ได้อยู่ไกลมาก เพียงเดินหนึ่งเค่อ (ประมาณ15นาที) ก็ถึง

“ที่นี่ รับซื้อก้อนทองหรือไม่”

หลงจู๊เงยหน้าขึ้นมามองหน้านางก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย ม่านม่านนางจึงนำทองแท่งที่อยู่ภายในมิติออกมาวางตรงหน้าของเขา

เดิมทีหลงจู๊คิดว่าก้อนทองที่นางว่าเป็นทองที่ขุดมาได้ ชาวบ้านที่มีโชคมักจะนำมาขายที่ร้านของเขา แต่ทองของนางเป็นทองคำบริสุทธิ์กว่าทองที่เขาเคยเห็นมาเสียอีก

ม่านม่านเห็นสีหน้าของหลงจู๊นางก็รู้แล้วว่าทองของนางต้องมีราคา ไม่ว่ายุคสมัยใดทองคำล้วนเป็นของมีค่าเสมอ สีหน้าของนางยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม

หลงจู๊ลูบคลำทองในมืออยู่ครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเคร่งเครียดแล้วเอ่ยพูดออกมา “ข้ารับซื้อ ห้าร้องตำลึงทอง ดะ เดี๋ยว...”

ม่านม่าน จะรู้ไม่ทันได้อย่างไร ว่าทองของนางต้องมีราคามากกว่าที่เขาเอ่ยออกมา นางแย่งทองมาเก็บเอาไว้ แล้วเตรียมจะหมุนตัวออกจากร้านไป หลงจู๊รีบร้องเรียกนางเอาไว้เสียงหลงอย่างรวดเร็ว

“หนึ่งพันตำลึงทอง ข้าให้หนึ่งพันตำลึงทอง”

“ท่านแน่ใจใช่หรือไม่ คิดให้ดีเล่า...ข้ามิได้มีเพียงก้อนเดียว อีกอย่างร้านแลกเงินของเจ้าก็คงไม่ได้มีแห่งเดียวเช่นกัน” นางเลิกคิ้วถามอย่างใจเย็น

หลงจู๊อ้าปากหุบปากอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยออกมา “สองพันตำลึงทอง มากกว่านี้ข้าให้ไม่ได้แล้ว และไม่มีร้านใดให้เจ้าได้มากกว่าข้าแน่”

ม่านม่านนางไม่ได้เอ่ยพูดสิ่งใด แต่นางโยนทองไปตรงหน้าเขาสองก้อนเป็นคำตอบ “รับเป็นตั๋วเงินและก้อนเงินตำลึง”

หลงจู๊รีบพาลูกน้องไปจัดการตั๋วเงินให้นางทันที อย่างน้อยหลงจู๊ก็ยังรู้ความที่เตรียมก้อนเงินมาให้ม่านม่านนางสองร้อยตำลึงเงิน ตั๋วเงินยังมี ห้าสิบตำลึงเงินและหนึ่งร้อยตำลึงเงินร่วมอยู่ด้วยหลายใบ

นางเดินออกมาจากร้านแล้วเก็บเงินเข้าไปไว้ในห้องพักของนาง โดยที่ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาไม่ทันได้มองเห็น นางเก็บตั๋วเงินห้าสิบตำลึงเงินและเงินตำลึงสองร้อยตำลึงที่ได้มาไว้กับตัวเพื่อใช้จ่าย

พอมาถึงโรงหมอ เป็นเวลาที่ท่านหมอเดินออกมาจากห้องรักษาของกงเพ่ยจิ้นพอดี ม่านม่านนางจึงนำตั๋วเงินห้าสิบตำลึงไปมอบให้เขา

“เจ้าพาสามีของเจ้ากลับได้แล้ว”

“หืม...เจ้าเรียกค่ารักษาสูงเพียงนี้ เพียงเพื่อทำแผลให้เขาเท่านั้นหรือ...เจ้าต้องรักษาเขาจนกว่าจะฟื้นขึ้นมาแล้วหายดีเสียก่อน” ม่านม่านกอดอกมองท่านหมอ

“โรงหมอของข้าไม่มีห้องพักให้คนป่วยหรอก เขาไม่ตายแล้ว เจ้าพากลับไปดูแลตามที่ข้าบอกก็พอ”

“เช่นนั้น...ข้าจะไปถามเจ้าหน้าที่ทางการ ว่าค่าทำแผลห้าสิบตำลึงเหมาะสมหรือไม่”

“ดะ เดี๋ยว” หมอร้องเรียกม่านม่านเสียงหลง

หากนางไปแจ้งทางการจริง ถูกตรวจสอบขึ้นมาโรงหมอของเขาจะต้องปิดลงเป็นแน่ อย่างที่นางว่า เขาเพียงแค่ทำแผลให้เท่านั้น อาการของคนป่วยไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิดเอาไว้ ยาก็ยังไม่ทันได้ต้มให้กินเลย เรียกสิบตำลึงยังนับว่าแพงเกินไป

“ข้าคิดเจ้าเพียงสิบตำลึงพอ โรงหมอของข้าไม่มีห้องพักจริงๆ อีกอย่างสามีเจ้าก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต ถึงแผลจะน่ากลัวก็ตาม”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel