มาช้าเกินไป
บุรุษที่อยู่ด้านข้างนางเป็นผู้เอ่ยตอบแทน “สองวันแล้ว”
“หึ สองวัน...นับว่าดวงแข็งไม่น้อย เหตุใดถึงไม่ห้ามเลือดให้เขาก่อนเล่า หรือว่า...พวกเจ้าที่เป็นพรานเข้าป่าประจำทำไม่เป็น” นางกวาดสายตาไปมองพวกบุรุษรอบตัวอย่างรอคอยคำตอบ
“ขะ ข้า ข้าตกใจเกินไปจึงลืมเรื่องนี้” เดิมก็ไม่มีผู้ใดคิดว่ากงเพ่ยจิ้นจะอดทนมาได้ถึงวันนี้
“น่าขันเสียจริง”
“เจ้าเป็นสตรีอยู่กับเรือนจะรู้อันใด!!!” บุรุษอีกคนร้องโวยวายขึ้น
“อ้อ...แล้วบุรุษเช่นเจ้ารู้อันใดบ้างเล่า หากเขา...” นางชี้ไปที่กงเพ่ยจิ้น “ตายขึ้นมา คนที่ขึ้นเขาไปพร้อมกับเขาทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบ ที่ทำให้บุตรชายของข้าสองคนต้องเสียน้ำตา” นางยิ้มเย็นออกมา
รอยยิ้มของม่านม่านทำให้บุรุษที่ขึ้นเขาไปพร้อมกับกงเพ่ยจิ้นถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มู่ลี่ม่านที่ปรากฏตัวด้านนอกน้อยครั้ง ไม่คิดว่ายามนี้นางจะดูน่าหวาดกลัวมากถึงเพียงนี้
เพียงไม่นานอาหยุนก็กลับมาพร้อมเกวียนวัว หัวหน้าหมู่บ้านจึงสั่งให้คนแบกกงเพ่ยจิ้นขึ้นไปวางไว้บนเกวียนวัว
“ท่านแม่ ข้าอยากไปกับท่านพ่อด้วย” กงหนิงเจี้ยนดึงแขนเสื้อของม่านม่าน
นางเม้มปากแน่น ด้วยรู้ดีว่าไปก็ไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ ม่านม่านกำลังจะอ้าปากปฏิเสธกงหนิงอวี่ที่ยังคงสะอื้นไม่หยุดก็เดินเข้ามาดึงแขนอีกข้างของนาง
“ท่านแม่ ข้าจะไม่ร้องดูการ์ตูนอีกแล้วขอรับ ให้ข้าไปกับท่านพ่อด้วยนะขอรับ” เขาสะอื้นอย่างน่าสงสาร
สุดท้ายนางก็ทนการรบเร้าของทั้งสองไม่ได้ “เกวียนวัวพอให้ข้ากับลูกไปด้วยได้หรือไม่” นางหันไปถามอาหยุนที่พาตัวกงเพ่ยจิ้นขึ้นไปอยู่ด้านบนเรียบร้อยแล้ว
“เหอะ อยากไปก็ขึ้นมา แต่หากเจ้าทำให้พี่จิ้นตายระหว่างทาง ข้าจะฆ่าเจ้าแน่” เขาถลึงตามองนาง
“เขาไม่ตายด้วยน้ำมือข้าแน่ แต่เจ้า...ไม่แน่” ม่านม่านปรายตามองอาหยุนเล็กน้อย ด้วยรำคาญเสียงของเขา นางพาเด็กแฝดทั้งสองขึ้นไปนั่งด้านใน แล้วตามขึ้นไปนั่งด้วยอีกคน
พอด้านในมีสามคนแม่ลูกนั่งอยู่ และกงเพ่ยจิ้นนอนก็เกือบเต็มพื้นที่แล้ว คนที่จะไปด้วยอีกสองคนจึงต้องออกไปนั่งด้านหน้ากับคนขับแทน
ลุงไฉบังคับเกวียนวัวอย่างเร่งรีบเพื่อให้แข่งกับความตายของกงเพ่ยจิ้น ม่านม่านที่เพิ่งเคยนั่งเกวียนวัวเป็นครั้งแรกก็ต้องยึดเกาะผนังเกวียนเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่าจะไปกระแทกกับร่างของกงเพ่ยจิ้นเข้า
“ท่านแม่...ท่านช่วยท่านพ่อได้หรือไม่” กงหนิงเจี้ยนเงยหน้าขึ้นขอร้อง
มารดาเขาราวกับเทพธิดาที่มีข้าวของแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน นางอาจจะช่วยบิดาของเขาให้รอดพ้นจากความตายได้
ม่านม่านมองไปทางกงเพ่ยจิ้นอย่างชั่งใจ นางเรียกยาห้ามเลือดในห้องพักของนางออกมา แล้วฉีดเข้าไปที่แขนของกงเพ่ยจิ้น เลือดที่บาดแผลของเขาพอผ่านไปชั่วครู่ก็ค่อยๆ หยุดไหล
กงเพ่ยจิ้นที่คิดว่าไม่ได้สติ หรี่ตาขึ้นมามองเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าตนเองไม่อาจรอดมาเจอพบเจอบุตรชายทั้งสองได้แล้ว คงเป็นเพราะความห่วงบุตรชายทั้งสอง ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นเช่นใดหากทิ้งให้อยู่กับมู่ลี่ม่านที่ไม่ไยดีพวกเขา ถึงได้แข็งใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ
เมื่อครู่เขาทันเห็นมู่ลี่ม่านใช้สิ่งของหน้าตาประหลาดทิ่มมาที่แขนของเขาแล้วรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ไม่รู้ว่านางกำลังทำสิ่งใด เขาไม่อาจเอ่ยถามออกมาได้ ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มที
“ทนมาได้สองวัน ก็ต้องทนต่อไปได้ ใกล้จะถึงมือหมอแล้ว ข้าห้ามเลือดให้แล้ว หากปวดมากข้าจะให้ยา ต้องการหรือไม่” นางเห็นเปลือกตาของเขาขยับจึงรู้ว่าเขาคงรู้สึกตัวแล้ว
กงเพ่ยจิ้นไม่รู้ว่านางทำเช่นใดเลือดของเขาถึงได้หยุดไหล และนางก็คงช่วยให้เขาหายปวดได้ เขาจึงส่งเสียงออกมาเบาๆ “อืม”
ม่านม่านนางฉีดยาแก้ปวดอย่างแรงให้เขา จากนั้นไม่นานกงเพ่ยจิ้นก็หลับสนิทจนถึงโรงหมอ
เมื่อหมอเห็นสภาพของกงเพ่ยจิ้น เขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อย “มาช้าเกินไป”
“ท่านหมอช่วยพี่ชายของข้าด้วย ท่านคิดค่ารักษาเท่าใด ข้าจะหามาให้ท่าน” อาหยุนคุกเข่าลงขอร้อง หากมิใช่ว่ากงเพ่ยจิ้นช่วยรับกรงเล็บหมีควายแทนเขา ก็คงไม่ต้องบาดเจ็บเช่นนี้
“เลือดหยุดไหลแล้ว ท่านรักษามิได้หรือ” ม่านม่านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางจ้องหน้าหมออย่างดุดัน
