เจ้าไม่ต่อราคาเลยหรือ
ม่านม่านแบมือไปรอรับเงินคืน ต่อให้ทิ้งกงเพ่ยจิ้นเอาไว้ที่โรงหมอก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ แล้วสายตาของเด็กแฝดที่มองมาทางนางเพื่อขอร้องให้พาบิดากลับเรือน ก็ทำให้นางไม่โต้เถียงกับท่านหมอต่อ
พอรู้ว่าจะต้องนั่งเกวียนวัวเดินทางกลับอีก ม่านม่านก็อยากจะเบ้ปากเสียแล้ว เกวียนวัวเดินทางเข้าตัวเมืองใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม เสียเวลาของนางไปไม่น้อย
“เจ้าพาข้าไปซื้อรถม้าหน่อย” นางหันไปพูดกับอาหยุน
“จะ เจ้าจะซื้อรถม้าหรือ เช่ากลับก็พอแล้วกระมัง” เขาร้องออกมาอย่างตกใจ
“ข้าจะซื้อ เจ้าพาไปก็พอ” นางส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“ท่านแม่ ข้าไปด้วยขอรับ” กงหนิงอวี่อยากจะเลือกม้าด้วยตนเอง กงหนิงเจี้ยนเองก็เช่นกันเพียงแต่เขาเป็นห่วงบิดามากกว่า
“เจี้ยนเออร์อยากไปด้วยหรือไม่”
เขาเม้มปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้าจะอยู่ดูท่านพ่อขอรับ”
“หึ พ่อของเจ้าอยู่ในมือหมอ หากเขาตายก็เป็นความผิดของหมอ เจ้าไม่อยากไปเลือกม้าหรือ” หมอถึงกับสะดุ้งในคำพูดของม่านม่าน เขาอดถลึงตาใส่นางไม่ได้
สตรีเช่นม่านม่านท่านหมอเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก นางทั้งปากร้ายและเฉลียวฉลาด แม้เขาอยากจะจัดการนาง แต่มีบางอย่างเตือนเขาเอาไว้อย่าได้ยุ่งกับนางจะดีกว่า
กงหนิงเจี้ยนได้ยินมารดาพูดเช่นนั้นก็เดินจูงมือนางไปเลือกดูม้าด้วยกันอย่างวางใจ ลุงไฉเมื่อรู้ว่าม่านม่านนางจะซื้อรถม้า เขาก็เดินทางกลับหมู่บ้านพร้อมกับบุรุษที่ตามมาด้วยอีกคนไปแจ้งข่าวก่อนแล้ว
ตลาดค้าสัตว์มีให้เลือกซื้อหลายร้าน อาหยุนพาสามแม่ลูกไปร้านที่เขาเคยมาขายสัตว์กับกงเพ่ยจิ้น นายหน้าค้าสัตว์เมื่อเห็นเขาก็เดินเข้ามาพูดคุยอย่างสนิทสนม
“อาหยุนเจ้าเอาสิ่งใดมาขายเล่า”
“พี่ต้วน ข้ามิได้เอาสิ่งใดมาขาย แต่จะมาซื้อรถม้าขอรับ”
“ได้” เขามองอาหยุนอย่างสงสัย ด้วยรู้ดีว่าอาหยุนคงมิใช่จะเป็นคนซื้อเองแน่ “แม่นางจะซื้อรถม้าหรือ”
“ใช้แล้ว ข้าอยากได้รถม้าขนาดใหญ่ ม้าสองตัว ท่านพาบุตรชายของข้าไปเลือกก็แล้วกัน”
“หืม...ให้เด็กแฝดคู่นี้เลือกหรือ”
“อืม...พวกเจ้าไปเลือกม้าที่ชอบที่สุดมาคนละตัว ข้าจะเดินเล่นรอ” ม่านม่านหมุนตัวไปเดินดูสัตว์ภายในโรงค้าสัตว์แทน
แม้นายหน้าค้าสัตว์จะมึนงงกับสิ่งที่ม่านม่านตัดสินใจ แต่เขาก็พาเด็กแฝดและอาหยุนไปเลือกม้าที่จะใช้เทียมรถ
กงหนิงเจี้ยนกับกงหนิงอวี่ ตื่นเต้นไปตลอดทางที่เดินไปคอกม้า สายตาของเขาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความดีใจ ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันที่มารดาตามใจพวกเขามากถึงเพียงนี้
ม่านม่าน ที่แยกตัวเดินไปทางอื่นก็กลับมารวมตัวกับฝาแฝดทั้งสอง เมื่อไม่มีสิ่งใดที่น่าสนใจ ม้าที่สองฝาแฝดเลือก สีดำกับสีแดง จากสายตาของม่านม่าน นับว่าเป็นม้าดีทั้งคู่ นางจึงไม่คิดจะขัดขวางพวกเขา
“คุณชายทั้งสองตาถึงไม่น้อย ม้าสองตัวนี้เป็นยอดอาชาที่ข้าเพิ่งได้มาจากชนเผ่าทางตอนเหนือ หากชายนอกด่านทั้งสองไม่รีบใช้เงินคงไม่อาจตัดใจขายม้าที่ล้ำค่าคู่นี้ออกมาได้”
“เช่นนั้นก็จัดการเทียมรถม้าให้ข้าเลย ข้ายังต้องรีบเดินทางกลับหมู่บ้าน” ม่านม่านเอ่ยเสียงเรียบออกมา
“เจ้าไม่ถามราคาก่อนเลยหรือ” อาหยุนเดินเข้ามากระซิบถามอย่างร้อนรน
“อย่างไรก็ต้องซื้อ จะถามเพื่ออันใด”
“ฮูหยิน ม้าสองตัวนี้ข้าซื้อมาในราคาที่สูงนัก ไม่ปิดบังท่าน ข้าซื้อมาตัวละสามสิบตำลึงทอง ขอขายท่านพร้อมรถเทียมขนาดใหญ่ เจ็ดสิบตำลึงทองขอรับ” นายหน้าค้าสัตว์เหลือบมองสีหน้าของม่านม่าน เขาเรียกสูงกว่าเดิมสิบตำลึงทอง เพื่อให้นางต่อรอง
“ได้” นางส่งตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองให้นายหน้าค้าสัตว์โดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิด
“นะ นี่ จะ เจ้าไม่ต่อราคาเลยหรือ”
“พูดมาก” ม่านม่านเริ่มจะรำคาญอาหยุนเสียแล้ว เงินก็เป็นของนางเขาจะเดือดร้อนเพื่ออันใด
หากอาหยุนรู้ว่าม่านม่านนางมีเงินมากเพียงใด ไม่รู้ว่าจะตกใจอีกมากแค่ไหน
นายหน้าค้าสัตว์กลัวว่าม่านม่านจะเปลี่ยนใจ ด้วยเห็นอาหยุนเข้าไปกระซิบกระซาบกับนาง จึงได้รีบให้คนนำม้าทั้งสองไปเทียมรถทันที
กงหนิงเจี้ยนกับกงหนิงอวี่ หันมาขอความเห็นจากม่านม่าน ด้วยอยากจะตามไปดูม้าทั้งสองเทียมกับรถ เมื่อได้รับอนุญาตทั้งสองก็รีบวิ่งตามนายหน้าค้าสัตว์ไป อาหยุนเห็นว่าม่านม่านไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทำได้เพียงตามไปดูเด็กแฝดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแทน
