บท
ตั้งค่า

บทที่สี่ ระบบคู่หู

ร่างนี้…แรงน้อยนัก

ตั้งแต่อยู่ในป่าก็รู้แล้ว ตอนวิ่งหนีเสือ ขานางอ่อนแทบทรุด เกือบโดนมันกระโจนใส่เสียแล้ว ตอนนั้นอาศัยเพียงสัญชาตญาณกับโชคช่วยถึงรอดมาได้ แต่ตอนนี้แค่ยกน้ำสองถังก็แทบหมดแรง

เฉินอวิ๋นซีหัวเราะเยาะตัวเองในใจเบา ๆ มือสังหารจากโลกหลานพันปีที่เคยวิ่งเป็นกิโล แบกอาวุธหนักกว่านี้หลายเท่า กลับมาติดอยู่ในร่างสตรีผอมแห้งที่ยกน้ำยังแทบไม่ไหว

ไม่ได้การแล้ว

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะคิดวางแผนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร่างนี้ต้องขุนร่างกายนี้ให้แข็งแรงขึ้น ต้องมีกล้ามเนื้อ ต้องฝึกออกแรง และต้องกินให้มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นต่อให้มีสติหรือทักษะมากเพียงใด ร่างกายก็จะเป็นภาระเสียเอง

ทว่าคิดได้ถึงตรงนี้กลับเจอปัญหาใหญ่คือ…เรื่องกิน

เฉินอวิ๋นซีถอนหายใจอีกครั้ง ครอบครัวนางตอนนี้ยากจนเกินไป อาหารที่มีก็แทบไม่พอประทังชีวิตรายวัน ขนาดมื้อกลางวันวันนี้พวกเขายังกินกันได้แค่มันคนละหัวเท่านั้น

เฮ้อ…

ไม่ได้การแล้ว

ถ้าไม่หาทางหาเงินเพิ่ม นางก็ต้องหาทางหาอาหารเพิ่มเอง ไม่อย่างนั้นต่อไปคงได้ผอมตายกันหมดทั้งบ้าน

สายตาของเฉินอวิ๋นซีเหลือบมองไปทางแนวป่าที่อยู่ไม่ไกลนัก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเคยชิน

ล่าสัตว์มากิน…ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เร็วที่สุด

ติ๊ง

เฉินอวิ๋นซีเพิ่งจะโน้มตัวแบกถังน้ำขึ้นไหล่อีกครั้ง ในจังหวะที่ฝ่าเท้าก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน

ติ้ง!

เสียงนั้นดังชัดเจนและคุ้นเคยนัก

พร้อมกันนั้น แสงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า แผ่กระจายเป็นชั้นบาง ๆ ก่อนจะก่อตัวเป็นหน้าต่างโปร่งใส รูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมน ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ราวกับไม่สนใจว่าตรงนี้จะเป็นชนบทห่างไกลเพียงใด

เฉินอวิ๋นซีชะงักเท้าโดยอัตโนมัติ กล้ามเนื้อที่เมื่อครู่ยังสั่นเพราะความเหนื่อยล้ากลับเกร็งแน่นขึ้นทันที สายตานางกวาดมองรอบตัวอย่างระแวดระวังโดยสัญชาตญาณมือสังหาร แต่บริเวณรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยกับลมพัดใบไม้

ไม่มีใครเห็น

ดีมาก

แสงสีฟ้าสั่นไหวเบา ๆ ก่อนจะมีตัวอักษรปรากฏขึ้นอย่างเป็นระเบียบ เสียงเด็กน่ารักแต่กวนประสาทเล็กน้อยดังตามมา น้ำเสียงใสแจ๋วราวกับไม่รับรู้ความลำบากของเจ้าของร่างเลยแม้แต่น้อย

“ตรวจพบสภาพร่างกายต่ำกว่ามาตรฐานอย่างรุนแรงนะ”

เฉินอวิ๋นซีหรี่ตาลง มุมปากกระตุกเล็กน้อย

ระบบคู่หูของนางตามมาด้วยสินะ

เสียงนั้นยังคงพูดต่ออย่างร่าเริง “พลังงานคงเหลือไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โภชนาการต่ำกว่าค่าขั้นวิกฤต แนะนำให้หยุดแบกน้ำเดี๋ยวนี้ก่อนที่จะเป็นลมกลางทาง”

แสงสีฟ้าไหลวนอีกรอบ คล้ายกำลังประเมินข้อมูลเพิ่มเติม

เฉินอวิ๋นซีหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ “โผล่มาได้จังหวะพอดีเชียว เสี่ยวหลาน”

เสี่ยวหลานคือหนึ่งในสามภูตดูแลระบบของนางตอนอยู่อีกมิติหนึ่ง ยามนี้พอรู้ว่าระบบของตนตามติดมาด้วยหญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นมามากโข

ทว่าพอนึกถึงตอนที่นางต้องต่อสู้กับอันตรายในป่าชิงหลินกลืนเงาโดยลำพังทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะยกกำปั้นขึ้นมาเขกมะเหงกใส่เจ้าภูตน้อยสีฟ้าตรงหน้าไม่ได้

“โอ๊ย!” แสงสีฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย เสี่ยวหลานกุมศีรษะเล็ก ๆ ของตนแล้วหมุนตัวไปมาอยู่กลางอากาศ ทำท่าทางโอเวอร์เกินจริงเล็กน้อย “ใช้ความรุนแรงกับภูตดูแลระบบถือว่าละเมิดจริยธรรมขั้นพื้นฐานนะ”

เฉินอวิ๋นซีแค่นเสียงในลำคอ “เจ้ามีจริยธรรมด้วยหรือ”

เสี่ยวหลานหยุดหมุน ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้ากลมเล็กทำท่าไม่พอใจ “มีสิ อย่างน้อยก็มีมากกว่าเจ้าตอนวิ่งล่อเสือไปตกเหวในป่า”

คำพูดนั้นทำให้เฉินอวิ๋นซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแรง “เห็นข้าลำบากขนาดนั้นแต่ไม่โผล่หัวมาช่วย เหอะ มันน่าเขกให้แรงกว่านี้ยิ่งนัก”

ภูตจิ๋วเสี่ยวหลานกระแอมเบา ๆ สีหน้ากลับมาเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย “ระบบไม่ได้หายไป เพียงแต่การเชื่อมต่อข้ามมิติในร่างใหม่ต้องใช้เวลาแถมร่างนี้ยังอ่อนแอเกินมาตรฐาน พลังชีวิตต่ำยิ่ง การไหลเวียนพลังชีวิตไม่เสถียร ถ้าเชื่อมต่อเร็วกว่านี้ เจ้าของร่างอาจรับไม่ไหวแล้วตายไปอีกรอบได้”

เฉินอวิ๋นซีเงียบไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้โต้เถียง เพราะคำพูดนั้น…ฟังดูมีเหตุผล

“ดังนั้น” เสี่ยวหลานพูดต่อ “การที่ข้ามารายงานตัวอยู่ตรงนี้ได้ ถือว่าการถ่ายโอนสำเร็จเรียบร้อยแล้ว”

“...”

“ยินดีต้อนรับสู่ร่างใหม่อย่างเป็นทางการ”

เฉินอวิ๋นซีหัวเราะหึหนึ่งเสียง “เอาเถอะ ไหนลองบอกมาซิว่าข้าสามารถเข้าถึงระบบส่วนไหนได้บ้าง”

แสงสีฟ้าเบื้องหน้าสั่นไหวอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง เสี่ยวหลานลอยกลับมาอยู่ตรงกลาง สีหน้าจริงจังกว่าที่ผ่านมาเล็กน้อย

“เนื่องจากเป็นการย้ายข้ามมิติพร้อมเปลี่ยนร่าง ระบบจึงต้องรีเซตข้อมูลทั้งหมด”

เฉินอวิ๋นซีเลิกคิ้ “พูดง่าย ๆ คือข้าต้องเริ่มใหม่จากศูนย์”

เสี่ยวหลานพยักหน้า “ถูกต้อง” แสงสีฟ้าสว่างขึ้นอีกระดับ ตัวอักษรลอยปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบคลังศูนย์รวมศาสตรา

เสียงของเสี่ยวหลานดังขึ้นพร้อมกันนั้น

“ระบบนี้มีทั้งหมดสามโหมดเหมือนเดิมคือโหมดปกติ ข้าจะเป็นผู้ดูแลและอีกสองโหมดพิเศษที่จะถูกปลดล็อกตามสถานการณ์และการตัดสินใจของระบบ”

เฉินอวิ๋นซีพยักหน้าเบา ๆ “แล้วขอบเขตการใช้งานล่ะ”

“ตอนนี้” เสี่ยวหลานตอบตรงไปตรงมา “เจ้าสามารถเข้าถึงคลังอาวุธได้แบบจำกัดตามระดับขั้นตอนนี้ข้าจะพาไปเริ่มต้นที่ระดับขั้นหนึ่ง”

ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง พื้นที่รอบตัวเฉินอวิ๋นซีก็เปลี่ยนไป ภาพของแม่น้ำ ทางดิน และหมู่บ้านเลือนหาย กลายเป็นความว่างเปล่าสีเข้ม ก่อนที่แสงสีฟ้าจะค่อย ๆ ก่อรูปเป็นโถงกว้าง

โถงนั้นเรียบง่าย ผนังโลหะสีหม่นทอดยาวไปสุดสายตา เบื้องหน้ามีประตูบานใหญ่เพียงบานเดียว ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ไม่มีลวดลายหรูหรา ไม่มีความอลังการ มีเพียงความรู้สึกแข็งกระด้างและเย็นเฉียบ

เหนือประตู มีสัญลักษณ์เรืองแสงจาง ๆ ระบุไว้ชัดเจน

คลังอาวุธระดับขั้นที่หนึ่ง

เสี่ยวหลานลอยไปยืนข้างประตูพร้อมอธิบายรายละเอียดไปด้วยตามหน้าที่ตน “ภารกิจหลักของระบบคือการเก็บคะแนนสะสมแต้มเพื่อเปิดประตูคลังบานถัดไป ยิ่งระดับสูง อาวุธที่เข้าถึงได้ก็ยิ่งหลากหลายและทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้น”

ประตูค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงกลไกดังสะท้อนก้องไปทั่วโถง

ภายในห้อง ไม่ได้มีอาวุธเรียงรายอย่างที่เฉินอวิ๋นซีคุ้นเคย มีเพียงแท่นวางไม่กี่แท่น อาวุธถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย ราวกับเป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการเอาชีวิตรอด

มีดสั้นหนึ่งเล่ม

กริชธรรมดา

ธนูไม้พร้อมลูกศรธรรมดาทั่วไป

เชือกแข็งแรงหนึ่งม้วนและอุปกรณ์เล็ก ๆ สำหรับการล่าสัตว์ขั้นพื้นฐาน

ไม่มีปืนไม่มีอาวุธพลังงานไม่มีของเล่นอันตรายจากโลกอนาคต

เฉินอวิ๋นซีมองภาพตรงหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ “สมกับเริ่มต้นใหม่จริง ๆ” นางก้าวเข้าไปในห้อง หยิบมีดสั้นขึ้นมาถือ น้ำหนักเบา แต่สมดุลดี ใบมีดธรรมดาไร้ลวดลาย ทว่าก็เพียงพอสำหรับการล่าสัตว์หรือป้องกันตัวในชนบทเช่นนี้

“อืม” เฉินอวิ๋นซีเอ่ยเสียงเรียบ “แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับตอนนี้แล้วล่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel