ลงสนาม
“อืม… อ่า…”
เสียงทุ้มสั่นระรัว ผสานกับลมหายใจหนักที่แทบจะกลายเป็นเสียงกระเส่า ทำให้บรรยากาศในห้องข้นคลั่กไปด้วยความร้อนแรง
เย่วชิงเพิ่มแรงบีบเล็กน้อยแล้วเร่งจังหวะ รูดขึ้นลงต่อเนื่องทให้ได้ยินเสียงครางของแม่ทัพหนุ่มดังชัดขึ้น
“อืมม… เย่วชิง…อา…”
กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตามแรงมือทุกครั้ง ดวงตาคมหลับแน่นราวกับพยายามทนต่อแรงปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะ
เย่วชิงเร่งจังหวะมือให้เร็วและถี่ขึ้น เสียงเสียดสีที่ปนกับเสียงครางทุ้มต่ำของเซี่ยเจ๋อรุ่ยดังก้องในความเงียบ ร่างสูงเอนศีรษะไปด้านหลัง หยาดเหงื่อไหลจากขมับลงสู่ซอกคอ กล้ามเนื้อแขนและแผ่นอกเกร็งแน่น
“อา… เย่วชิง… ข้า… ไม่ไหวแล้ว” เสียงพร่าเอ่ยขาดห้วง ลมหายใจของเขาหนักราวกับเพิ่งวิ่งฝ่าศึกใหญ่
ฝ่ามือบางรูดรัวขึ้นลงอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ความร้อนจากเนื้อหนังแทบจะลุกไหม้มือของนาง ความชื้นอุ่นขุ่นขาวก็เริ่มปะทุไหลออกมาเป็นระลอก สาดซ่านลงบนมือและปลายนิ้ว ร่างสูงกระตุกแรงสองสามครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนแรงหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
เย่วชิงยกสายตาขึ้นสบเขา ดวงตาคมยังพร่าไหวจากแรงปลดปล่อย นางยกยิ้มบาง ขณะใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบออกอย่างเบามือ “ท่านสามารถทำเช่นนี้ด้วยมือตนเองได้ ยามที่คุณชายรู้สึกอึดอัดหรือเครียดนะเจ้าคะ”
ลมหายใจของเซี่ยเจ๋อรุ่ยค่อย ๆ กลับมาสงบ แม้หัวใจยังเต้นแรงไม่ต่างจากเพิ่งลงจากหลังม้าหลังศึกใหญ่ เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังเช็ดมือของตนอย่างตั้งใจ ดวงตาคมแฝงประกายวูบไหวโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกเมื่อครู่มันแตกต่างจากทุกสิ่งที่เคยสัมผัสมาในชีวิต เขาเคยเผชิญความตื่นเต้นในสนามรบ เสียงกลองศึกและกลิ่นเลือดไม่เคยทำให้หัวใจเต้นเร็วเท่านี้มาก่อน ความรู้สึกมีความสุขและเบาสบายในเวลาเดียวกันเช่นเมื่อสักครู่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยจินตนาการว่าจะมีอยู่จริง
สายตาคมเผลอมองมือบางของเย่วชิงที่ยังถือผ้าเช็ดอยู่
มือนั้น…นุ่มยิ่งนัก
ความนุ่มและอบอุ่นที่เพิ่งสัมผัสยังติดอยู่บนผิวกายและในความทรงจำ เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างดึงดูดใจให้เฝ้ามองนางอย่างเงียบ ๆ
เขาเคยคิดว่าการอยู่บ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อ ทำให้เขาโหยหาสนามรบ พอเจอสตรีแปลกเขาจึงลองปล่อยใจเล่นตามทางของนาง เพื่อหวังให้ความเบื่อหน่ายเหล่านั้นมลายหายไปจนสิ้น
เมื่อเย่วชิงเก็บผ้าและลุกขึ้นถอยไปก้าวหนึ่ง เซี่ยเจ๋อรุ่ยก็ยังมองตาม แววตานั้นไม่เพียงเต็มไปด้วยความสงสัยในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
เซี่ยเจ๋อรุ่ยนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มจริงจัง
“ฝ่ายชายมีความสุขแล้ว...ฝ่ายหญิงเล่า ต้องทำอย่างไรให้นางได้รู้สึกดีเช่นเดียวกัน”
“...”
เย่วชิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากะพริบมองเขาอย่างไม่คาดคิดว่าจะถามตรงเช่นนี้
หรือเขาคงคิดเผื่อภรรยาในอนาคต ถ้าเป็นเช่นนั้นก็นับว่าดีไม่น้อย
เย่งชิงคิดในใจอย่างพึงพอใจ นางลุกขึ้นไปหยิบตำราข้างหมอนเล่มเก่ามาจากตู้ไม้ เปิดหน้าที่มีภาพวาดสีหมึกอย่างพิถีพิถัน “คุณชาย… หากต้องการให้สตรีผ่อนคลายและมีความสุขพร้อมสำหรับการร่วมรัก จำเป็นต้องรู้จักเรือนร่างของนางก่อน”
นิ้วชี้เรียวไปที่ภาพวาดบุปผาอวัยวะลับของสตรีในหน้าหนังสือ “ตรงนี้คือส่วนที่บอบบางและไวต่อสัมผัสที่สุดของสตรีเจ้าค่ะ”
เซี่ยเจ๋อรุ่ยมองภาพอย่างตั้งใจ ก่อนเอ่ยเสียงจริงจัง “ของจริงมันหน้าตารูปร่างเป็นเช่นไรหรือ ข้าไม่เคยเห็น”
เย่วชิงนิ่งไปชั่วครู่ ความร้อนวาบขึ้นที่ปลายหู นางไม่คาดคิดว่าเขาจะถามตรงเช่นนี้ หากเป็นบุรุษอื่นที่มิใช่แม่ทัพผู้บริสุทธิ์ตรงหน้า นางคงคิดไปแล้วว่าเป็นเสือผู้หญิงที่แกล้งทำตัวใสซื่อเป็นแน่
แต่เพื่อเป้าหมายและจุดจบที่ดีในอนาคต นางต้องทำให้เขาเรียนรู้แจ่มแจ้งกลายเป็นพระเอกที่ยอดเยี่ยมให้ได้
เย่วชิงสูดลมหายใจลึก ก่อนมือนางเองที่สั่นเล็กน้อยจะค่อย ๆ รั้งผ้ากระโปรงขึ้น แหวกผ้าชั้นในที่มันขวางกั้นการเรียนรู้ของนักเรียนตัวโตตรงหน้า เผยส่วนซ่อนเร้นที่บอบบางที่สุดของตนต่อหน้าชายหนุ่ม
ดวงตาคมของเซี่ยเจ๋อรุ่ยจับจ้องอย่างไม่กะพริบ ใบหน้านิ่งขรึม แต่ในแววตาแฝงความสงสัยและใคร่รู้เยี่ยงนักรบที่ได้เห็นอาวุธล้ำค่าครั้งแรก
“ดูให้ชัดแล้วลองทำตามภาพในตำรานี้สิเจ้าคะ” เย่วชิงเอ่ยเสียงแผ่ว สายตามองตรงประสานกับเขาราวเป็นครูฝึกที่ชำนาญเตรียมสอนวิชา
จากนั้นร่างบางค่อย ๆเอนกายลงบนที่นอน ปล่อยให้เขาขยับเข้าใกล้พร้อมทั้งมือและสายตาที่จดจ่อเตรียมทดลองทำตามสิ่งที่ในตำราบอก
