บท
ตั้งค่า

ร้านสั่งทำไม้

ถนนนอกจวนแม่ทัพคึกคักด้วยผู้คนยามสาย เสียงพ่อค้าแม่ค้าขายของดังระงมปนกลิ่นอาหารหอมกรุ่น เย่วชิงเดินเคียงข้างลู่เพ่ยอย่างไม่เร่งรีบ มือกำแผนที่กระดาษเก่าไว้แน่น

ในใจนางมีเหตุผลชัดเจนต่อการชวนบุรุษกำยำมาด้วยในวันนี้ เพราะจุดหมายปลายทางคือร้านสั่งทำไม้ที่นางหมายตาไว้จากการถามไถ่หลายแห่ง ร้านนั้นขึ้นชื่อว่าราคาไม่แพงและงานฝีมือประณีต เพียงแต่ตั้งอยู่ในซอยคดเคี้ยว ทำเลตั้งอยู่ในสถานที่อันตรายต่อสตรีที่ไปตามลำพัง เดินเข้าซอยเปลี่ยวอย่างนั้นก็คงน่าหวั่นใจไม่น้อย ใช่แล้ว นางกลัวถูกฉุดก่อนนิยายจบเรื่อง

แหม การมีบุรุษกำยำร่วมทาง อย่างไรก็รู้สึกมั่นใจกว่าอยู่คนเดียว ความคิดนั้นทำให้นางเดินต่อด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่งรีบและไม่ต้องเหลียวซ้ายขวาด้วยความกังวลนัก

ลู่เพ่ยเหลือบมองนางเป็นระยะ เห็นสีหน้าผ่อนคลายของเย่วชิงแล้วก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความสุข

เย่วชิงกับลู่เพ่ยลัดเลาะตามทางสายหลัก ผ่านร้านขายผ้าและเครื่องใช้เล็กน้อยไปจนเกือบถึงหัวมุมถนน พลันสายตานางสะดุดกับภาพเบื้องหน้า สตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์งามตัดเย็บประณีต ท่วงท่าสง่างามสมเป็นคนชั้นสูงกำลังยืนสนทนากับพ่อค้าขายเร่ที่ถือห่อผ้าสีหม่นในมือตามลำพังโดยไม่มีบ่าวสักคนราวกับพลัดหลงกัน

ท่าทางไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่ บริเวณนั้นต้องเดินผ่านพอดีดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปใกล้ หูก็แอบฟังพวกเขาสนทนากันด้วย

“นี่เป็นอัญมณีแท้ ราคานี้หาไม่ได้ที่อื่น แม่นางลองไปถามร้านอัญมณีใหญ่ในตลาดดูเถิด รับรองมิมีใครให้ราคานี้แน่” เสียงพ่อค้าผู้นั้นพร่ำเร้าสตรีตรงหน้า

เย่วชิงเพียงเหลือบก็รู้ว่าอัญมณีที่ชายผู้นั้นยื่นให้นั้น ภายนอกดูใส แต่ภายในกลับหม่นขุ่นราวกับซ่อนตะกอนอยู่ในเนื้อหิน

ของไม่ดีเอามาย้อมหลอกขายพวกคนรวยอย่างแน่นอน

เย่วชิงย่อมตาแหลมกว่าคนทั่วไปด้วยเพราะในชาติก่อนเคยเป็นเลขานุการของบริษัทค้าอัญมณี เคยติดตามเจ้านายไปดูงานประมูลและดูการคัดเลือกอัญมณีชั้นดีอยู่เนือง ๆ ประสบการณ์นั้นสั่งสมจนแยกแยะของแท้ของเทียมได้เพียงเหลือบมองไม่นานนัก

อดไม่ได้นางจึงก้าวเข้าไปยืนเคียงสตรีผู้นั้น เอ่ยเสียงนิ่งแต่ชัดเจน “อัญมณีภายนอกอาจดูงาม แต่ภายในขุ่นมัว พ่อค้าเจ้ายังจะกล้าหรือนำของเทียมมาหลอกขายคนอื่นเช่นนี้หรือ”

พ่อค้าหันขวับมามองดวงตาแคบลง “เจ้าเป็นใคร มายุ่งเรื่องอันใดด้วย ของแท้หรือเทียม ข้าย่อมรู้ดีกว่าเจ้า”

เย่วชิงเลิกคิ้ว “ฮูหยินท่านนี้หากไม่เชื่อข้าก็อย่าไปเชื่อคำพ่อค้าผู้นี้เช่นกัน วิธีวัดว่าผู้ใดพูดความจริงก็ง่ายนัก ฮูหยินเดินไปที่ร้านอัญมณีใหญ่ให้เขาตรวจสอบกันต่อหน้าผู้คน หากเป็นของแท้ ข้าจะคุกเขาขอโทษต่อหน้าพ่อค้าท่านนี้”

เสียงหัวเราะเยาะดังจากพ่อค้า “ฮึ ฮึ ร้านอัญมณีใหญ่มีแต่เห็นแล้วจะแย่งชิงซื้ออัญมณีชิ้นนี้สิ รับรองว่าไม่ได้ในราคาที่ข้าให้ตอนนี้แน่ หากฮูหยินอยากได้แต่ต้องแย่งชิงกับผู้อื่นเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัด”

“เอ่อ ข้าถูกใจอัญมณีชิ้นนี้แต่ว่า...”

เย่วชิงยกคางขึ้นเล็กน้อยดวงตาคมกริบ “ไปกันเถอะ เอาไปตรวจสอบที่ร้านอัญมณีกัน พ่อค้าท่านนี้จะได้กำไรมากขึ้นหากสินค้าเจ้าเป็นของดี และฮูหยินท่านนี้ก็จะได้มั่นใจด้วย”

สตรีในอาภรณ์งามหันมามองพ่อค้าและสตรีแปลกหน้าด้วยแววตาลังเล พ่อค้าผู้ขายเร่เริ่มขยับเท้าอย่างกระสับกระส่าย มองซ้ายขวาราวหาทางหนี ก่อนจะถลึงตาใส่เย่วชิง “ฝากไว้ก่อนเถิด!” แล้วก็นำสินค้าที่ปากบอกว่าดีนักดีหนากลับไปด้วย สะบัดตัวเดินเร็ว ๆ เข้าตรอกเล็ก หายลับไปพร้อมความไม่พอใจที่ถูกขัดขวางทั้งที่เกือบได้เงินอยู่แล้ว

ฮูหยินผู้นั้นยังคงยืนงง แต่สายตากลับจับจ้องเย่วชิงอย่างพินิจพิเคราะห์

“แม่นางข้าต้องขอบคุณท่านยิ่งนัก หากมิใช่เพราะคำเตือนของท่าน เกรงว่าข้าคงตัดสินใจซื้อไปแล้ว”

เย่วชิงยิ้มบาง “มิเป็นไรเจ้าค่ะ เพียงมิอยากเห็นผู้ใดถูกหลอกลวงเท่านั้น”

ฮูหยินชราพยักหน้าช้า ๆ “ข้าเห็นอัญมณีสีชมพูชิ้นนั้นแล้วคิดถึงลูกสาวที่พลัดพรากไป ไม่คิดเลยว่าจะถูกต้มจนเปื่อยเช่นนี้”

ดวงตาสูงวัยจับจ้องเย่วชิงอยู่นานราวจะจดจำใบหน้านี้ไว้ ก่อนเอ่ยอย่างอ่อนโยน “แม่นาง ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่ ข้าอยากจำไว้เผื่อในอนาคตได้มีโอกาสทดแทนบุญคุณ”

เย่วชิงเม้มปากเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าอย่างสุภาพ “ไม่ต้องตอบแทนสิ่งใดหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงทำสิ่งที่ควรทำ ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

กล่าวจบนางค้อมกายเล็กน้อยเป็นการล่ำลา แล้วหมุนตัวเดินกลับไปหาลู่เพ่ย ทิ้งให้ฮูหยินชรายืนมองแผ่นหลังของนางด้วยแววตาเสียดายและคล้ายมีบางสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel